หน้าหลัก » Advertorial Suzuki Suzuki Ertiga TEST DRIVE รีวิวรถ » รีวิว Suzuki Ertiga 2016 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ภายในกว้าง นั่งสบาย ราคาสุดคุ้ม

รีวิว Suzuki Ertiga 2016 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ภายในกว้าง นั่งสบาย ราคาสุดคุ้ม

โพสโดย : DigitalNext | วันที่ : 6 March 2016
หมวดหมู่ : Advertorial, Suzuki, Suzuki Ertiga, TEST DRIVE รีวิวรถ

รีวิว Suzuki Ertiga 2016 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ภายในกว้าง นั่งสบาย ราคาสุดคุ้ม

รีวิว Suzuki Ertiga 2016

ตลาดรถยนต์ประเภท Mini MPV หรือรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก  เป็นตลาดที่ใหญ่มากในประเทศอินโดนีเซีย  ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ Jakarta  เมืองหลวงที่รถติดพอ ๆ กรุงเทพฯ  ไม่ว่าจะมองไปทางไหน บนถนนก็มีแต่รถประเภทนี้เต็มถนน ส่วนรถเก๋งเล็กทั้งแบบ Sedan และ Hatchback รวมทั้งรถกระบะที่วิ่งกันเต็มถนนเมืองไทย  จะพบเจอน้อยมากในประเทศอินโดนีเซีย  เพราะ Mini MPV เป็นที่นิยมอย่างมาก  ไลฟ์สไตล์การเดินทางของชาวอินโดนีเซียมักจะไปกันเป็นหมู่คณะ  รถยนต์ 5 หรือ 7 ที่นั่งจึงตอบโจทย์ได้ดี

Suzuki Ertiga 2016 ปรับโฉมใหม่แบบ Facelift หรือ Minorchange นำเข้าทั้งคันมาจากอินโดนีเซีย  เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง เพื่อเดินทางไปเที่ยวทั่วไทยกันทั้งครอบครัวหรือไปกับกลุ่มเพื่อน หรือมีสัมภาระมากมายที่ต้องขนย้ายบ่อย ๆ ก็สามารถพับเบาะที่นั่งเพื่อวางสัมภาระขนาดใหญ่ได้  โดยมีงบประมาณไม่มากนัก  ถือว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดี และมีจุดเด่นหลายอย่างที่เหนือกว่าคู่แข่ง

ซูซูกิ เออร์ติก้า 2016 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น Dreza (คันซ้ายในภาพข้างบน) และรุ่น GL (คันขวาในภาพข้างบน)

review_suzuki_ertiga_NewSuzukiErtiga_0057

1.4 GL 4A/T ราคา 655,000 บาท มาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานดังนี้

– ไฟหน้าแบบฮาโลเจน
– ไฟตัดหมอกคู่หน้า
– โครเมียมตกแต่งที่ฝาท้าย
– กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้า
– ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
– ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/65 R15
– ช่องชาร์จไฟ 12V
– ตกแต่งแผงประตูด้วยสีเบจ – วัสดุสีเงิน
– เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าสีเบจ
– เบาะนั่งคนขับปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง
– เบาะนั่งแถวที่ 2 แยกอิสระ 60 : 40
– เบาะนั่งแถวที่ 2 เลื่อนหน้า-ถอยหลังได้
– เบาะนั่งแถวที่ 2 ระบบ One Touch พับทบได้จังหวะเดียว
– พนักวางแขนตรงกลางเบาะนั่งแถวที่ 2
– เบาะนั่งแถวที่ 3 แยกอิสระ 50 : 50
– เบาะนั่งแถวที่ 2 / 3 พร้อมหมอนรองศีรษะ 2 ตำแหน่ง
– จอแสดงข้อมูลการขับขี่ Multi Information Display (MID)
– เครื่องเสียงแบบ 2DIN วิทยุ AM/FM CD MP3 1 แผ่น
– ช่องเชื่อมต่อ USB
– ลำโพง 4 ตำแหน่ง (คู่หน้า – คู่หลัง)
– ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
– ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
– กุญแจรีโมท
– กุญแจนิรภัย Immobilizer
– สัญญาณกันขโมย
– ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง

review_suzuki_ertiga_NewSuzukiErtiga_0039

1.4 Dreza 4A/T ราคา 715,000 บาท สิ่งที่ได้เพิ่มจากรุ่น 1.4 GL 4A/T โดยบวกเพิ่ม 60,000 บาท มีดังนี้

– กระจังหน้าแบบสปอร์ต
– สเกิร์ตข้าง
– กันชนหลังแบบสปอร์ต
– สปอยเลอร์หลัง
– กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า
– ไฟ LED Daytime Running Lights
– ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายสปอร์ต พร้อมยาง 185/65 R15
– ตกแต่งแผงประตูด้วยสีเบจ – ลายไม้
– มือจับประตูด้านในโครเมียม
– เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าสีเทาแบบทูโทน
– เบาะนั่งคนขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง
– จอแสดงอุณหภูมิภายนอกรถ Outside Temperature
– ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
– ลำโพง 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า – คู่หลัง – ทวิตเตอร์คู่หน้า)
– ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
– ระบบกระจายแรงเบรก EBD

fci6e t3txh

คำว่า Dreza มาจากคำว่า Dress up หมายถึง การตกแต่งให้ดูดีขึ้นพิเศษ ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่ปรับเปลี่ยนใหม่หลายชิ้นรอบคัน

review_suzuki_ertiga_NewSuzukiErtiga_0017

ในรุ่น GL จะมีสีตัวถังภายนอกให้เลือกด้วยกัน 4 สี คือ

– สีขาวมุก Pearl Snow White (เพิ่มเงิน 5,000 บาท)
– สีเงิน Silky Silver Metalic
– สีเทา Graphite Grey Metalic
– สีดำ Cool Black Metalic

ส่วนรุ่น Dreza จะมีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่

– สีม่วงมุก Pearl Twilight Violet (เพิ่มเงิน 5,000 บาท)
– สีขาวมุก Pearl Snow White (เพิ่มเงิน 5,000 บาท)
– สีดำ Cool Black Metalic

เครื่องยนต์ใหม่ ปล่อยไอเสียน้อยลง จัดเก็บภาษีน้อยลง

ความยาวของรุ่น GL สั้นกว่ารุ่น Dreza เล็กน้อย

review_suzuki_ertiga_NewSuzukiErtiga_0003

เห็นความแตกต่างของทั้งสองรุ่นแบบคร่าว ๆ กันไปแล้ว ทีนี้ก็มาเจาะลึกในด้านดีไซน์ทีละรุ่น

ดีไซน์ภายนอกของ Ertiga GL

กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ปรับใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วแบบ 5 รู

กระจกมองข้างขนาดค่อนข้างใหญ่ มุมมองกว้างกำลังดี

โครเมียมตกแต่งประตูท้ายขนาดใหญ่มีตัวนูนคำว่า Ertiga พร้อมแถบสะท้อนแสงเพิ่มเติมเข้ามา

ดีไซน์ภายนอกของ Ertiga Dreza ที่แตกต่างจากรุ่น GL

โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์หรู มีทั้งไฟ LED Daytime Running Lights และไฟตัดหมอก ส่วนไฟหน้าเป็นแบบ Halogen ปกติ

ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง

สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3

สัญลักษณ์คำว่า Dreza

ล้ออะลูมิเนียมอัลลอย 15 นิ้วลายใหม่

สเกิร์ตด้านข้าง

แรกเห็นรุ่น Dreza อาจจะรู้สึกแปลกตากับดีไซน์  แต่เมื่อมองไปนาน ๆ ก็รู้สึกว่าสวยดี ตกแต่งให้ดูเป็น Mini MPV ที่มีสปอร์ตมากขึ้น

ภายในห้องโดยสารของ Ertiga GL

ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีเบจ ดูสว่างและสะอาดตา บานประตูเปิดได้กว้างมาก เข้าออกได้สะดวกในทุกที่นั่ง

คอนโซลแบบสีทูโทน เรียบแต่ดูดี ตัวรถมีเพดานสูงโปร่ง ทัศนวิสัยดีมาก แนวเสา A ไม่ค่อยเกะกะสายตาในขณะเลี้ยว

SONY DSC

พวงมาลัยแบบสามก้านขนาดเล็กไปหน่อย ไม่มีปุ่มควบคุมใด ๆ

เบาะที่นั่งแถวที่สอง ปรับเอนได้ เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ

เบาะผ้าในรุ่น GL มีลวดลายสวยงาม

มีที่วางแขนตรงกลางให้ด้วย

พับเบาะได้ในแบบ 60 : 40  ที่พิงศีรษะก็ดึงขึ้นมาได้สูง

เบาะที่นั่งแถวที่สอง เลื่อนปรับระยะหน้าหลังได้กว้างถึง 240 mm. ทำให้เข้าออกไปยังเบาะที่นั่งแถวที่สามได้สะดวกมาก

เบาะที่นั่งแถวที่สาม ขนาดกว้างใหญ่ ผู้ใหญ่ก็นั่งได้แบบไม่อึดอัด

พื้นที่วางเท้ากว้างมาก ไม่ว่าจะถอยเบาะในระยะใดก็ตาม

ระยะห่างจากหัวเข่าถึงหลังเบาะหน้า ถือว่าเยอะมาก แม้ว่าปรับเบาะที่นั่งแถวที่สองให้เข้าใกล้เบาะคู่หน้า ก็ยังถือว่านั่งสบายมาก

ส่วนรายละเอียดอื่นที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ขอต่อเนื่องไปดูที่ห้องโดยสารของรุ่น Dreza กันต่อเลย

ภายในห้องโดยสารของ Ertiga Dreza

ใน Ertiga รุ่น Dreza มีการตกแต่งภายในด้วยลายไม้เล็กน้อยที่แผงประตูและคอนโซลหน้า  เบาะผ้าเปลี่ยนเป็นลวดลายสีน้ำตาล อาจจะดูมืดกว่ารุ่น GL เพราะสีเบาะเข้มมากขึ้น แต่โดยรวมถือว่าดูดีมีระดับมากขึ้นเช่นกัน

พวงมาลัยขนาดเท่าเดิม แต่มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงเพิ่มเข้ามา

เบาะที่นั่งคนขับ ปรับความสูงได้เยอะมาก

คันโยกเปิดฝาถังน้ำมัน อยู่ที่พื้น

ตำแหน่งของที่พักเท้าซ้าย เบรค และคันเร่ง วางได้ค่อนข้างดี

กุญแจรีโมต

เสียบกุญแจสตาร์ต เพราะไม่มีปุ่ม Push Start

สวิตช์เครื่องปรับอากาศ  ข้างใต้มีช่องเสียบ USB Flashdrive และช่องจ่ายไฟ 12V

เครื่องเสียง หน้าจอใหญ่ ตัวอักษรบนจอมีขนาดใหญ่ อ่านง่ายเพียงแค่เหลือบตามอง

ปุ่มสั่งงานเครื่องเสียงบนพวงมาลัย มีฟังก์ชั่นพื้นฐานครบครัน แต่ไม่มีฟังก์ชั่นที่เกี่ยวกับโทรศัพท์

มีหน้าจอ LCD แสดงอุณหภูมิภายนอก, สถานะเกียร์, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเฉลี่ย, ระยะทริป, และนาฬิกา

เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ย้ำกันอีกครั้งว่าแค่ 4 สปีด ถือว่าน้อยไปหน่อยกับยุคสมัยนี้

เบรกมือ เสียดายที่บริเวณนี้ไม่มีที่ใส่ขวดน้ำ แก้วน้ำ และไม่มีที่วางแขน

ช่องลมเครื่องปรับอากาศฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า มีที่วางแก้วเครื่องดื่ม ส่วนฝั่งคนขับไม่มี

ช่องเก็บเอกสารและของจุกจิก

ไฟส่องแผนที่และที่บังแดด กระจกส่องหน้ามีเฉพาะฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าเท่านั้น

ช่องดูดลมจากห้องโดยสารตอนหน้า เพื่อเป่าออกไปยังห้องโดยสารตอนหลัง

ช่องลมเครื่องปรับอากาศ ปรับระดับลมได้แรง 3 ระดับ เย็นและแรงมาก แรงไปถึงที่นั่งแถวที่สามแน่นอน เย็นมากและลมแรงจนรู้สึกว่าอาจจะทำให้ไม่สบายได้ถ้าเปิดลมแรงสุด

การพับเบาะเพื่อเข้าออกที่นั่งในแถวที่สาม ทำได้ง่าย ไม่ต้องออกแรงพับเบาะเยอะ

ที่นั่งแถวที่สาม ผู้ใหญ่นั่งได้สบายไม่อึดอัด ผู้ที่มีความสูงไม่เกิน 180 ซม. มั่นใจได้เลยว่าศีรษะไม่ชนเพดาน นั่งหลังตรงได้ ไม่ต้องย่อตัว พร้อมที่พิงศีรษะแบบยืดได้สูงพอดีระดับศีรษะ ถือเป็นรถ Mini MPV ที่มีที่นั่งแถวที่สามกว้างใหญ่มากที่สุดในตลาด

ท้ายรถมีที่เก็บของ เก็บร่มกอล์ฟได้

ช่องเก็บแม่แรง มีฝาปิดเรียบร้อย

มีที่ฉีดน้ำล้างกระจกหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลังทั้งรุ่น GL และ Dreza

ฝาท้ายเปิดได้กว้างและสูง ไม่ชนศีรษะ

ทดสอบขับ

เส้นทางที่ทดสอบขับ วิ่งผ่านจังหวัดพิษณุโลก – สุโขทัย – อุตรดิตถ์ ระยะทางรวม 315.5 กิโลเมตร มีทั้งในเมืองและนอกเมือง

12805771_1044679948932808_1307401626271823745_n

การขับขี่ในแบบ Group Test ครั้งนี้ เป็นไปตามสภาพการจราจรจริง ไม่มีการใช้อภิสิทธิ์ปิดถนนหรือเปิดไฟเขียวให้ผ่านตลอด เพื่อให้ได้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ตรงกับสภาพการใช้งานจริง

12798986_1044990898901713_5480527968961596474_n 12832295_1044990875568382_3129739568732243626_n 12814253_1044680492266087_7251752368497552253_n

สภาพการจราจรที่มีรถบรรทุกและรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ บรรทุกสินค้าตลอดเส้นทาง มีการเร่งแซงเป็นระยะ ใช้ความเร็วอยู่ในช่วง 90-150 km/h

12813933_1193777747300170_8814087765925678850_n 12813978_1193849843959627_1487810109106116925_n 12809584_1044680035599466_8315412193052633451_n 12814041_1193887323955879_223340250637388099_n 12798877_1044990835568386_8637225584163522141_n 12524265_1193887350622543_7571280340765881615_n

ภายในรถ มี 4 ท่านจาก 4 สื่อ ได้แก่ Joinalifethailand.com, AutoDeft.com, 9CarThai.com และนิตยสาร Foto Info สลับกันขับ เพื่อทดสอบความรู้สึกและสัมผัสประสบการณ์จากการขับ

ทุกคนในรถ บอกตรงกันว่า Suzuki Ertiga ใหม่ นั่งสบาย กว้างขวาง เบาะที่นั่งขนาดใหญ่ทั้ง 7 ที่นั่ง เบาะสูง ทัศนวิสัยดีมาก นั่งได้นานโดยไม่เมื่อยตลอดการเดินทาง เครื่องปรับอากาศน่าประทับใจอย่างมาก เย็นเร็วสู้อากาศร้อนภายนอกได้ดีเยี่ยม ลมแรงทั่วทั้งคันในระดับที่เรียกว่าแรงมากสะใจ ไม่ใช่แรงแค่ลม แต่เย็นจนหนาวจริงท่ามกลางแดดจัด

เบาะที่นั่งแถวที่สองที่สามารถปรับเลื่อนหน้าหลังได้มากถึง 240 mm. เป็นจุดเด่นที่เหนือคู่แข่ง ทำให้ห้องโดยสารตอนหลังกว้างมาก และการพับเบาะได้อิสระมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้จัดวางสัมภาระขนาดใหญ่ได้เต็มประสิทธิภาพ

ในด้านของสมรรถนะเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร กับการทดสอบขับที่มีผู้ขับและผู้โดยสารรวม 4 ท่าน  ให้อัตราเร่งที่ดีน่าพอใจ ไม่อืด เร่งแซงได้ลุ้นเล็กน้อย ขับที่ความเร็ว 80-120 km/h เหยียบคันเร่งสบาย ๆ แต่ช่วง 120-150 km/h ก็ต้องเหยียบคันเร่งหนักเหมือนกัน รอบเครื่องยนต์สูงไปถึง 3000 – 4300 rpm

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันทำได้ดีที่สุดอยู่ที่ 14.1 km/l เมื่อขับทางไกลด้วยความเร็วคงที่ ไม่เกิน 110 km/h   เมื่อเกิน 120 ไปจนถึง 150 km/h มีการเร่งแซง เน้นทำความเร็วสูง อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 12.7 km/h  ส่วนขับในตัวเมือง การจราจรค่อนข้างหนา ติดไฟแดงทุกแยก อัตราสิ้นเปลืองที่วัดได้ อยู่ที่ 9.2 km/l

ช่วงล่างและระบบกันสะเทือน ถือว่าน่าประทับใจพอสมควร ซับแรงสะเทือนได้ดี นุ่มตลอดทุกเส้นทาง จนผู้โดยสารหลับสนิท แม้ขับเร็วมาก การเกาะถนนดีใช้ได้  แต่เมื่อขับเร็วเกิน 110 km/h ไปแล้ว มีอาการร่อน ท้ายปัดทุกโค้ง มีเสียงลมปะทะให้ได้ยิน เสียงเครื่องยนต์เข้ามาในห้องโดยสารตลอดทุกความเร็ว แต่ไม่ได้รู้สึกว่าดังจนรำคาญแต่อย่างใด ห้องโดยสารมีการป้องกันเสียงรบกวนในระดับหนึ่งที่ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีกับรถระดับราคานี้

เครื่องเสียงและลำโพงในรุ่น Dreza อยู่ในเกณฑ์ธรรมดา ไม่ค่อยมีเบสกับแหลมใส ๆ ให้ได้ยิน เน้นไปที่เสียงร้องชัดเจน  ผู้ใหญ่ฟังเพลงถือว่า OK แต่วัยรุ่นเปิดเพลงสมัยใหม่ อาจจะไม่รู้สึกถึงความสนุกสนานของเพลง ดูจืดชืดไปหน่อย ฟังแก้เหงาแก้ขัด ฟังข่าววิทยุ ถือว่าพอใช้ได้

บทสรุป

การทดสอบขับ Suzuki Ertiga ใหม่ในครั้งนี้  รู้สึกประทับใจในหลายด้าน และรู้สึกว่าการท่องเที่ยวเดินทางไกลในแบบหมู่คณะ ไปกันทั้งครอบครัว เป็นเรื่องที่สนุก เดินทางไกลโดยไม่รู้สึกเหนื่อย เมื่อย หรือร้อนเลย ท่ามกลางแดดจัด เส้นทางที่โค้งเยอะ และสภาพผิวถนนที่ไม่ค่อยดีนักในบางช่วง ก็ยังรู้สึกว่าเป็นการเดินทางที่มีความสุข มีแต่รอยยิ้ม สมรรถนะให้ทั้งความแรงและประหยัดพอตัว ใกล้เคียงกับรถเก๋งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรทั่วไป

สิ่งที่ประทับใจ

  • อันดับแรกที่ประทับใจมาก คือ ห้องโดยสารที่นั่งสบาย กว้าง มุมสูง เบาะที่นั่งขนาดใหญ่รองก้นและรองน่องได้พอดี เบาะไม่สั้น ไม่อึดอัด ไม่เมื่อยล้าแม้นั่งนานหลายชั่วโมง  ปรับเลื่อนและพับเบาะได้อิสระในทุกแถวที่นั่ง
  • ทุกคนยืนยันว่าเครื่องปรับอากาศทำงานได้ดีเกินคาด เย็นเร็วจนหนาว ลมแรงจนน่าประหลาดใจ เย็นทั่วถึงทุกที่นั่งจนต้องระวังว่าเย็นและลมแรงเกินไปจนอาจจะไม่สบายได้  ขับรถทางไกลยาวนานทั้งวันทั้งคืน เย็นฉ่ำตลอดการเดินทางแน่นอน
  • ที่นั่งแถวที่สาม ผู้ใหญ่นั่งได้สบายแบบไม่อึดอัด นี่คือรถยนต์ 7 ที่นั่งตัวจริง ไม่ใช่ 5+2 ที่นั่ง  ไม่ใช่แค่มีไว้ให้เด็กนั่งหรือไว้วางกระเป๋า  รวมทั้งการเข้าออกที่นั่งแถวที่สาม ก็เข้าออกได้ไม่ยาก เลื่อนเบาะแถวที่สองได้ไกล
  • ในรุ่น Dreza มีไฟ LED Daytime และเบรก ABS มาให้ พร้อมทั้งการตกแต่งที่สวยงามดูดี ถือว่าคุ้มค่ากับการเพิ่มเงินอีก 60,000 บาท
  • อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แม้ว่าบรรทุกหนักทั้งคัน ก็ยังให้สมรรถนะที่ดี ไม่รู้สึกว่าอืด คันเร่งตอบสนองได้ค่อนข้างดีที่ความเร็วไม่เกิน 110 km/h ซึ่งเป็นความเร็วที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว
  • วัสดุและการตกแต่งภายในห้องโดยสาร ทำได้ดีกว่าคู่แข่งมาก

ข้อสังเกต

  • ในรุ่น GL ไม่มีระบบเบรก ABS
  • เกียร์อัตโนมัติเพียงแค่ 4 สปีด
  • การเกาะถนนยังทำได้ไม่ดีนักเมื่อขับด้วยความเร็วสูง
  • กระจังหน้ารุ่น Dreza ดูแปลกตาเกินไป
  • พวงมาลัยขนาดเล็กไปหน่อย ไม่กระชับมือ

คู่แข่ง

ปัจจุบัน คู่แข่งของ Suzuki Ertiga เหลือเพียง 2 รุ่นที่ยังคงมีจำหน่ายอยู่ในไทย ก็คือ Honda Mobilio และ Toyota Avanza

Honda Mobilio ใช้พื้นฐานเดียวกับ Brio วัสดุและการตกแต่งด้อยกว่า Ertiga อย่างชัดเจน สมรรถนะและการขับขี่โดยรวม ถือว่าดีกว่า Ertiga แต่เสียเปรียบในด้านความสะดวกสบาย ความกว้างขวางโอ่โถงของห้องโดยสาร เพราะ Ertiga ออกแบบให้เป็นรถ MPV ตั้งแต่แรก  ส่วน Honda รุ่นที่เป็น MPV แท้ ๆ อย่าง Freed ก็ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายอีกแล้วในประเทศไทย

ส่วน Toyota Avanza ที่คนไทยไม่ปลื้มเลย ล่าสุดมีการปรับปรุงในหลายด้าน โดยเฉพาะสมรรถนะที่หลายคนชื่นชมว่าดีขึ้น  แต่ถ้ามองในด้านการใช้งานอเนกประสงค์ ความสะดวกสบายในห้องโดยสาร จำนวนที่นั่ง ก็ยังแพ้ Ertiga เกือบทุกด้าน

ในด้านบริการหลังการขายและอะไหล่ ทั้ง 3 ตัวเลือกในตลาดนี้  Honda ทำคะแนนได้ดีที่สุด เพราะศูนย์บริการที่ทุกคนมั่นใจได้ว่าบริการดี รวมทั้งไม่ต้องรออะไหล่จากอินโดนีเซียเป็นเวลานานมาก  เรื่องงานบริการหลังการขายของ Suzuki และ Toyota เฉพาะในรุ่น Avanza ยังต้องปรับปรุงและสร้างความเชื่อมั่นกันต่อไป

ดูรายละเอียดสเปค  Suzuki Ertiga และตารางเงินผ่อน เพิ่มเติมได้ที่

ใหม่ All New Suzuki Ertiga 2016-2017 ราคา ซูซูกิ เออร์ติกา ตารางราคา-ผ่อน-ดาวน์


รถใหม่ 2020

รถยอดนิยม

Ford Ranger ราคา 528,000.

Ford Everest ราคา 1,299,000.


Mazda 2 ราคาเริ่มต้น 546,000.
Mazda 3 ราคาเริ่มต้น 969,000.


Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000.
Nissan Kicks ราคาเริ่มต้น 889,000.


Toyota Fortuner ราคาเริ่มต้น 1,319,000.
Toyota Revo ราคาเริ่มต้น 544,000.
Toyota Vios ราคาเริ่มต้น  609,000.
Toyota Yaris ATIV 4 ประตู ราคาเริ่มต้น 529,000.
Toyota Yaris 5 ประตู ราคาเริ่มต้น 539,000.
Toyota Corolla Cross ราคาเริ่มต้น 989,000.


Honda City ราคาเริ่มต้น 579,500.
Honda Civic ราคาเริ่มต้น 874,000.
Honda Jazz ราคาเริ่มต้น 555,000.


โตโยต้า อัลติส| โตโยต้า รีโว | Honda City | Honda Civic | Honda Jazz  | โคโลราโด | แคปติวามาสด้า 2 | Mazda CX-5 | นิสสัน อัลเมร่า | นิสสัน คิกส์ | นิสสัน เทียน่า | Suzuki Swift | มิราจ | แอททราจ | ISUZU D-MAX | ISUZU MU-X




Sales ประจำเว็บนะครับ

BMW 096-998-2498 K.ดวงใจ (ตูน) BMW Europa Motor พระราม 2/ Id Line : @dealeuropa
Chevrolet 098-3856935 K.เต้ (ปทุมธานี), LINE : taekincha​
Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2
Honda 085-082-2662 K.บอล *HONDA สาธุประดิษฐ์ Line ID : ballz12345
Hyundai 097-249-3639 K.พล Line ID : nine_pon
ISUZU 087-332-1320 K.อาม เพชรเกษม Line ID : armisuzu108
Mazda 092-8687997 K.แบงค์ สาขาสุขุมวิท 65 ID Line : bankmazda
Mercedes-Benz 082-5445292 K.หนุ่ย Benz Metro Autohaus พระราม 2 ID Line : 0825445292
MG 084-0050440 K.บี สาขาเพชรเกษม 65 บางแค Line : beblaire
MINI 065-6479399 K.เปิ้ล สาขาพระราม 4 และ เอกมัย Millennium Auto / / Id Line : noople_mini
Mitsubishi 081-6155139 K.จิมมี่ มิตซูวิภาวดี / Line id : Jimmy_Srisuda
Nissan 062-4196289 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่ ID LINE : ae-nissan
Suzuki 089-508-9575 K.ข้าวเม่า *จอมทอง Line : @dfg4137a
Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *รามคำแหง / Id-Line : 0895064177
* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ
** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ
*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ
About DigitalNext DigitalNext : Blogger ที่มีความรู้และความสนใจในด้านเทคโนโลยียานยนต์ อุปกรณ์ดิจิตอล-ไอที เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สื่อสาร อยู่ในแวดวงเหล่านี้มากว่า 15 ปี ร่วมเป็น Content Writer ให้กับเว็บไซต์ 9CarThai.com ตั้งแต่ปี 2556

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.