รีวิว Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition อเนกประสงค์ที่ครบในทุกด้าน กับราคาสุดคุ้มค่า | รถใหม่ 2021-2022 รีวิวรถ - ราคารถใหม่, ข่าวรถใหม่, รถยนต์, รถกระบะ Toyota, โตโยต้า, Honda, ฮอนด้า, Nissan, นิสสัน, Ford, ฟอร์ด, Chevrolet, เชฟโรเลต, ISUZU, อีซูซุ, Mazda, มาสด้า, Suzuki, ซูซูกิ, Proton, โปรตอน, BMW, บีเอ็มดับเบิ้ลยู, Mercedes Benz, เมอร์เซเดส เบนซ์
หน้าหลัก » Advertorial Mitsubishi Mitsubishi Pajero Sport TEST DRIVE รีวิวรถ ข่าวรถใหม่ » รีวิว Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition อเนกประสงค์ที่ครบในทุกด้าน กับราคาสุดคุ้มค่า

รีวิว Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition อเนกประสงค์ที่ครบในทุกด้าน กับราคาสุดคุ้มค่า

โพสโดย : TUR | วันที่ : 20 June 2021
หมวดหมู่ : Advertorial, Mitsubishi, Mitsubishi Pajero Sport, TEST DRIVE รีวิวรถ, ข่าวรถใหม่

รีวิว Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition อเนกประสงค์ที่ครบในทุกด้าน กับราคาสุดคุ้มค่า

หากจะพูดถึงค่าย Mitsubishi แน่นอนว่า โมเดลที่ทุกคนให้ความสนใจสูงสุดคงหนีไม่พ้น Mitsubishi Pajero Sport ด้วยชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนาน ผสานกับอ็อพชั่น และเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาให้อย่างครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า

และในวันนี้ทีมงาน 9carthai.com ได้นำเอารุ่นตกแต่งพิเศษขับเคลื่อน 4 ล้ออย่าง Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition ซึ่งถือเป็นรุ่นที่แพงที่สุดมาทำการทดสอบใช้งานจริงกว่า 1 สัปดาห์ เดี๊ยวมาลองดูกันว่ามันจะคุ้มค่าสมราคา 1,633,000 บาทจริงหรือไม่?

สำหรับ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition นั้น เปิดตัวออกมาช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมา

โดยมาพร้อมการตกแต่งพิเศษ เพื่อยกระดับความหรูหรา พรีเมียม ในสไตล์สปอร์ต โดดเด่นกว่ารุ่นมาตรฐานทั้งภายนอก – ภายใน ครบครันเหนือระดับทั้งในด้านความปลอดภัย สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

โดยสิ่งที่ติดตั้งเพิ่มเข้ามาในรุ่น Elite Edition ได้แก่

  • กระจังหน้ารถสีดำ ตกแต่งด้วยโลโก้ PAJERO SPORT’ บนฝากระโปรงหน้า
  • ชุดตกแต่งสีดำใต้กันชนหน้า – หลังสีดำ
  • หลังคาสีดำ
  • สปอยเลอร์หลังคาสีดำ
  • เสาอากาศครีบฉลามสีดำ
  • ล้ออัลลอย 18” ลายสปอร์ต สีดำ
  • โลโก้ ‘ELITE EDITION’ ที่ประตูท้าย
  • ปลายท่อไอเสียสเตนเลส

อุปกรณ์มาตรฐาน

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์รมดำ แบบ Bi-LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ พร้อมไฟ Welcome Light เมื่อปลดล็อครถ
  • ไฟตัดหมอก LED
  • ไฟ DRL แบบ Spectrum LED
  • ระบบฉีดน้ำไฟหน้า
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี และปุ่มปิดฝาท้ายพร้อมล็อกรถ
  • ระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

ส่วนภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition จะได้รับการตกแต่งพิเศษที่แตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน เพื่อยกระดับความหรูหรา และมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น

  • เบาะนั่งสีน้ำตาล ‘QUOLE MODURE’ ที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด
  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • แผงข้างประตูและคอนโซลกลางบุด้วยวัสดุนุ่มสีน้ำตาล
  • สัญลักษณ์ ‘PAJERO SPORT’ เหนือกล่องเก็บของด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร
  • ฝาครอบสเตนเลสพร้อมไฟ LED ปักโลโก้ ‘PAJERO SPORT’ ที่ชายล่างประตู
  • กล้องบันทึกภาพหน้ารถ
  • ระบบปรับอากาศ แบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ แบบแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา
  • ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสารนาโนอิ

เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ

  • จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8” แบบสี ปรับเปลี่ยนรูปแบบแสดงผลได้ 3 รูปแบบ รองรับเมนูภาษาไทย
  • จออินโฟเทนเมนท์ 8” ระบบสัมผัส พร้อมเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA และ Apple CarPlay ให้คุณไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และสามารถสั่งงานด้วยเสียง
  • ตอนหลังออกแบบให้มีจอภาพแบบ Wide Screen ขนาด 12.1” บนเพดาน มาพร้อมรีโมทคอนโทรล และหูฟังอินฟาเรด รองรับการเชื่อมต่อ HDMI และ USB เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

สำหรับพื้นที่ภายในห้องโดยสารแถวที่ 2 หลังจากที่ได้สัมผัสจากการใช้งานจริง ก็ต้องบอกว่าเป็น PPV ที่ให้พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างใหญ่ นั่งสบาย

เบาะแถว 2 สามารถเลือกปรับเอนได้หลายระดับ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีแอร์แยกโซนระหว่างแถว 2 และ 3 มาให้ แบบไม่ต้องแย่งกัน สามารถเลือกเปิด-ปิด หรือ ปรับระดับอุณหภูมิเองได้ และมีช่องเสียบชาร์จ USB 2 ตำแหน่ง รวมไปถึงจุดเสียบ AC220V มาให้ ซึ่งถือว่าครบครันจริงๆ

นอกจากนั้นยังมีพนักวางแขนตรงกลาง และช่องวางแก้วน้ำให้มากถึง 4 ตำแหน่ง (ตรงกลาง 2 / ข้างประตูอีกฝั่งละ 1)

ซึ่งนอกจากพื้นที่ที่กว้างขวางนั่งสบาย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ให้มาอย่างครบครันแล้ว

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition ยังมีจอภาพ Wide Screen ขนาด 12.1” บนเพดานให้ใช้งานด้วย ซึ่งจุดนี้ถือว่าตอบโจทย์ดีมากๆ เพราะการใช้รถอเนกประสงค์แบบ PPV อย่างนี้ ส่วนมากแล้วจะเดินทางกันแบบครอบครัว

ซึ่งการมีจอภาพบนเพดาน ก็จะช่วยมอบความบันเทิงให้กับน้องๆ หนูๆ หรือผู้โดยสารแถวหลังได้เป็นอย่างดี และสนุกในทุกการเดินทาง

ส่วนพื้นที่แถว 3 หลังจากที่ได้ทดลองขึ้นไปนั่ง ก็ต้องบอกว่ามีขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่ แต่ว่าเบาะนั่งจะอยู่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ขาไม่สามารถวางได้อย่างถนัด แต่ถ้าหากเป็นเด็กตัวเล็กๆ นั่ง ตรงนี้จะถือว่าลงตัว

ซึ่งเบาะแถว 3 ก็ยังสามารถเลือกปรับเอนได้อีกนิดหน่อย แต่การพับเบาะลงจะงงๆ นิดนึง เพราะจะมีเชือกให้ดึง 2 เส้น ซึ่งแบ่งการพับเบาะเป็น 2 รูปแบบ คือ พับเบาะนั่ง กับ พับพนังพิง ซึ่งสามารถแบ่งปรับได้แบบ 50 : 50

ส่วนคอมเมนต์ที่อยากแจ้งให้ทราบคือ ด้วยวิธีการพับเบาะแบบนี้ของ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition ทำให้เบาะนั่งแถวที่ 2 ที่สามารถปรับพับแบบ 60:40 จะไม่สามารถปรับเลื่อนขยับขึ้นหน้าหรือถอยหลังได้

ซึ่งทำให้พื้นที่แถวที่ 3 มีจำกัดอยู่เพียงเท่านั้น แต่ก็แลกมาด้วยลักษณะการพับเบาะครบทั้ง 2 แถวที่ราบลงไป จุของได้เยอะขึ้นนั่นเอง

ด้านขุมพลัง จุดนี้ไม่มีอะไรแตกต่าง ยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC Clean-Diesel ความจุ 2.4 ลิตร VG Turbo ให้พละกำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20

ซึ่งถ้าจะว่ากันตามสเปคแล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นรองคู่แข่งอยู่หลายค่าย แต่จุดเด่นของเครื่องยนต์บล็อคนี้คือประหยัด ทนทาน และไม่จุกจิกนั่นเอง ซึ่งจากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ก็ต้องบอกว่าไม่แตกต่างไปจากแบรนด์คู่แข่งมากนัก

ส่วนไฮไลท์สำคัญของ Mitsubishi Pajero Sport ก็คือในเรื่องของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ซึ่งถือเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่โดดเด่นมากๆ ในกลุ่มรถ PPV ด้วยกัน

โดยการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจาก 2 ล้อ (2H) เป็น 4 ล้อ (4H) สามารถบิดได้เลยขณะขับขี่ เพราะเป็นการทำงานแบบ Shift on the Fly โดยโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อนั้น จะเป็นการทำงานแบบ Full-Time All Wheel Control ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น และใช้งานง่าย

แต่ถ้าอยากลุยออฟโรดแบบจริงจัง ก็ยังสามารถเลือกปรับจาก 4H ไปเป็น 4HLc เพิ่มเติมได้อีก ซึ่งระบบจะมีการปรับจูนการส่งกำลังของเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 อย่างอัจฉริยะ รวมไปถึงการปรับอัตราทดของเกียร์ใหม่ เพื่อให้เหมาะกับลักษณะการขับขี่ที่ลุยได้มากยิ่งขึ้น

แต่ถ้าหากเส้นทางการลุยของคุณมันถึงขั้นต้องใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อขั้นสูงสุด ก็ยังสามารถเลือกปรับไปเป็น 4LLc ได้ แถมยังมี Diff Lock ไฟฟ้าที่เพลาหลังให้กดใช้งาน

และยังมีโหมดการขับขี่ที่สามารถเลือกปรับให้เหมาะกับพื้นผิวถนนได้ 4 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock

ระบบความปลอดภัย

  • กล้องมองภาพรอบคัน – มองเห็นรอทิศทางผ่านกล้อง 4 ตำแหน่งรอบตัวรถ ที่ประมวนผลและแสดงภาพแบบ Bird’s Eye View
  • Adaptive Cruise Control ระบบล็อคความเร็วพร้อมแปรผันอัตโนมัติตามรถคันหน้า
  • Blind Spot Warning ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสานตา
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
  • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง และรวดเร็ว (UMS)
  • ระบบสัญญาณเตือนขณะถอยหลัง (RCTA)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวพร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล (ASTC)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

สำหรับสมรรถนะการขับขี่  ของ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition ในเรื่องของอัตราเร่งหากดูจากสเปคก็คงเป็นรองคู่แข่งหลายค่ายที่อัปเกรดเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่กันมาหลายรุ่น แต่จากการใช้งานจริงก็ต้องบอกว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

อัตราเร่งค่อนข้างตอบสนองได้นุ่มนวล และสมูธ อัตราทดของเกียร์ 8 สปีด เปลี่ยนเกียร์ได้ลื่นไหล และต่อเนื่อง แต่จังหวะ Kick Down หรือต้องการเค้นกำลัง จะมีหน่วงอยู่ประมาณ 1-2 วินาที เหมือนอาการ Turbo Lag แต่ถ้าปรับตัวให้ชิน ก็ไม่มีปัญหาอะไรที่น่าเป็นกังวล

ความเร็วสูงสุดสามารถทำได้ระดับ 180 กม./ชม. ซึ่งนั่นก็ถือว่าเกินพอต่อกฏหมายจราจรประเทศไทยเราแล้ว

ในเรื่องของระบบช่วงล่าง จุดนี้ถือว่าเซ็ทมาได้ลงตัวดีมาก ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลนั่งสบาย และรองรับกับผู้โดยสารได้ 5-7 ที่นั่งจริงๆ ซึ่งยิ่งมีน้ำหนักบรรทุกมากก็ยิ่งรู้สึกว่าความกระด้างจะลดน้อยลงไป

แต่จะมีอาการย้วยๆ อยู่บ้างหากเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ซึ่งจุดนี้สามารถแก้ได้โดยการเปลี่ยนไปใช้งานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีให้ใช้งานได้ง่ายๆ เพียงกดและบิด

ด้าน Handling พวงมาลัยถือว่ามีน้ำหนักที่เหมาะสม ไม่หนักหรือเบาเกินไป ส่วนระบบเบรคถือว่าเอาอยู่ไว้ใจได้ในทุกสถานการณ์

บทสรุป

โดยรวมแล้วก็ต้องบอกว่า Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition เป็นรถ PPV ที่ครบเครื่องในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย ที่สามารถกลบจุดด้อยในเรื่องของขุมพลังที่เป็นเครื่องยนต์บล็อคเก่าที่ใช้มาเป็นเวลานานได้อย่างหมดจด

ซึ่งเหมาะมากที่จะเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการความคุ้มค่า และคาแร็คเตอร์ที่โดดเด่น ในราคาที่สมเหตุสมผล

ราคาจำหน่าย

  • GT Premium 2WD Elite Edition ราคา 1,528,000.
  • GT Premium 4WD Elite Edition ราคา 1,633,000.

** สีขาว White Diamond เพิ่ม 20,000 บาท

ซึ่งถ้านำไปเทียบกับ Fortuner Legender 2.8 4WD ที่มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,839,000 บาท จะเห็นได้ว่ามีส่วนต่างกันถึง 206,000 บาทเลยทีเดียว

ดูตารางผ่อนคลิก https://www.9carthai.com/all-new-mitsubishi-pajero-price/


บทความน่าอ่าน!!

รีวิว HAVAL H6 Hybrid รวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้ พร้อมทดลองขับครั้งแรกในโลก ก่อนเปิดราคาจำหน่ายในไทย

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2021 กระบะแต่งพิเศษ ลุคสปอร์ตมาดเข้ม โดดเด่นเร้าใจเต็มอารมณ์

รีวิว Mitsubishi Xpander Cross รถ SUV 7 ที่นั่งยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ลุยได้มากกว่า

รีวิว Mitsubishi Outlander PHEV ใช้งานจริง ประหยัดสุดๆ ชาร์จไฟได้เองไม่ต้องง้อปลั๊ก คุ้มแน่นอน

สัมผัสแรก Aston Martin Vantage สปอร์ต Entry Level ที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน ฉายาเทพบุตรนักล่า

รีวิว Toyota Yaris PLAY Limited Edition อีโคคาร์แต่งพิเศษ ออปชันจัดเต็ม มีขายเพียง 1,500 คัน!

รีวิว Mazda CX-3 2021 Collection รุ่น Base Plus บอกเลยว่าคุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆ

รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้

รีวิวสมรรถนะการขับขี่ของ BMW 3 รุ่นใหม่ ทั้ง New Series 5 2021 และ Series 3 Gran Sedan ใหม่


รถใหม่ 2021

รถยอดนิยม

Mazda 2 ราคาเริ่มต้น 546,000.
Mazda 3 ราคาเริ่มต้น 969,000.
Mazda CX-3 ราคาเริ่มต้น 769,000.


Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000.
Nissan Kicks ราคาเริ่มต้น 889,000.
Nissan Navara ราคาเริ่มต้น 599,000.


Mitsubishi Triton  ราคาเริ่มต้น 539,000.
Mitsubishi Xpander ราคาเริ่มต้น 789,000.
Mitsubishi Pajero Sport ราคาเริ่มต้น 1,299,000.


Toyota Fortuner ราคาเริ่มต้น 1,319,000.
Toyota Revo ราคาเริ่มต้น 544,000.
Toyota Vios ราคาเริ่มต้น  609,000.
Toyota Yaris ATIV 4 ประตู ราคาเริ่มต้น 529,000.
Toyota Yaris 5 ประตู ราคาเริ่มต้น 539,000.
Toyota Corolla Cross ราคาเริ่มต้น 989,000.


Honda City ราคาเริ่ม 579,500.
Honda City Hatchback ราคาเริ่ม 599,000.
Honda City e:HEV ราคา 839,000.
Honda Civic ราคาเริ่ม 874,000.


โตโยต้า อัลติส| โตโยต้า รีโว | Honda City | Honda Civicมาสด้า 2 | Mazda CX-5 | นิสสัน อัลเมร่า | นิสสัน คิกส์ | นิสสัน เทียน่า | Suzuki Swift | มิราจ | แอททราจ | ISUZU D-MAX | ISUZU MU-X




ข่าวรถใหม่ 2021

Sales ประจำเว็บนะครับ

BMW 096-998-2498 K.ดวงใจ (ตูน) BMW Europa Motor พระราม 2/ Id Line : @bmweuropamotor
Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2
Honda 085-082-2662 K.บอล *HONDA สาธุประดิษฐ์ Line ID : ballz12345
Hyundai 097-249-3639 K.พล Line ID : nine_pon
ISUZU 087-332-1320 K.อาม เพชรเกษม Line ID : armisuzu108
Mazda 092-8687997 K.แบงค์ สาขาสุขุมวิท 65 ID Line : bankmazda
Mercedes-Benz 082-5445292 K.หนุ่ย Benz Metro Autohaus พระราม 2 ID Line : 0825445292
MG 098-6656996 K.บี สาขาเพชรเกษม 65 บางแค Line : beblaire
MINI 065-6479399 K.เปิ้ล สาขาพระราม 4 และ เอกมัย Millennium Auto / / Id Line : noople_mini
Mitsubishi 080-2423-959 K.มะเหมี่ยว พระราม 2 / Id Line : mameaw767
Nissan 086-0364350​ K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่ ID LINE : ae-nissan
Suzuki 089-508-9575 K.ข้าวเม่า *จอมทอง / Id Line : @dfg4137a
Volvo 064-5695144 K.ออย *พระราม 2 / Id Line : Lilduck55
* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ
** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ
*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.