หน้าหลัก » Advertorial Haval Haval H6 TEST DRIVE รีวิวรถ ข่าวรถใหม่ » รีวิว HAVAL H6 Hybrid รวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้ พร้อมทดลองขับครั้งแรกในโลก ก่อนเปิดราคาจำหน่ายในไทย

รีวิว HAVAL H6 Hybrid รวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้ พร้อมทดลองขับครั้งแรกในโลก ก่อนเปิดราคาจำหน่ายในไทย

โพสโดย : TER | วันที่ : 18 June 2021
หมวดหมู่ : Advertorial, Haval, Haval H6, TEST DRIVE รีวิวรถ, ข่าวรถใหม่

รีวิว HAVAL H6 Hybrid รวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้ พร้อมทดลองขับครั้งแรกในโลก ก่อนเปิดราคาจำหน่ายในไทย

เรียกได้ว่าเป็นรถที่มีกระแสแรงที่สุดในประเทศไทยจริงๆ สำหรับ All-New Haval H6 Hybrid ที่มีข่าวมาตั้งแต่ปี 2020 จนล่าสุดใกล้ที่จะถึงเวลาเปิดราคา และพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มิถุนายนนี้กันแล้ว แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น

ในวันนี้ทีมงาน 9carthai.com ได้มีโอกาสไปทดลองขับ และสัมผัสกับสมรรถนะทั้งหมดของตัวรถมาแล้ว และนี่จะเป็นบทความที่รีวิวเจาะลึกแบบครบครันที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจของคุณ

และทำให้คุณได้รู้จักกับยนตรกรรม SUV Hybrid แบรนด์น้องใหม่จากประเทศจีนรุ่นนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ก่อนอื่นเลย ยังมีหลายท่านที่อาจจะไม่รู้จัก และสงสัยว่า HAVAL คือรถอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร? เพราะก่อนหน้าคนใกล้ชิดผู้เขียนเองก็ถามกันเข้ามาเยอะมากว่า HAVAL H6 คือรุ่นอะไร แบรนด์ใหม่หรอ หรือมีที่มาที่ไปอย่างไร เดี๊ยวผมจะเล่าประวัติความเป็นมาให้ฟังแบบคร่าวๆ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับแบรนด์ HAVAL

HAVAL เป็นแบรนด์รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) 1 ใน 5 แบรนด์รถยนต์ จาก Great Wall Motors ที่แยกเป็นแบรนด์อิสระในปี 2013 เพื่อมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตรถ SUV ระดับมืออาชีพ

โดย HAVAL เป็นแบรนด์ SUV แบรนด์แรกในจีนที่เข้าสู่กลุ่มยอดขาย 6 ล้านคัน ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 6.5 ล้านคัน ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์รถเอสยูวีระดับโลก ในปี 2018 และเป็น 1 ใน 3 แบรนด์เอสยูวี ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก การันตีด้วยผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปยังต่างประเทศมากกว่า 60 ประเทศ

สำหรับประเทศจีน HAVAL ถูกจัดอันดับแบรนด์รถยนต์ที่มีมูลค่าสูงสุดของจีนด้วยมูลค่าแบรนด์ 6.8 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังเป็น SUV ที่สามารถรักษายอดขายรถเอสยูวีอันดับ 1 ในประเทศจีนได้เป็นเวลา 11 ปี ติดต่อกัน

ซึ่ง HAVAL H6 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยยอดขายรวมกว่า 3 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวมา

เมื่อดูจากประวัติความเป็นมาแล้วก็ต้องบอกว่า SUV Hybrid รุ่นที่จะขายไทยเป็นรุ่นแรกนี้ไม่ใช่ไก่กา แต่มีดีกรีถึง SUV ที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน 11 ปีติดต่อกัน

และนี่จะถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยของเราจะได้สัมผัสกับ All-New Haval H6 Hybrid ก่อนใคร เพราะเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นที่แรกในโลก

สำหรับ All-New Haval H6 Hybrid ที่จะเปิดขายในประเทศไทย จะมีจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Pro และ รุ่น Ultra

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)

All New HAVAL H6 Hybrid SUV มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคตด้วยการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่หรูหรามีระดับกับโครงสร้างอันล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่

  • กระจังหน้าดุดัน : กระจังหน้าทรงตะแกรง โดดเด่นด้วยโลโก้ HAVAL ตรงกลาง และเพิ่มความดุดัน แข็งแกร่ง ด้วยสีดำสำหรับรุ่น PRO และสีโครเมียม สำหรับรุ่น ULTRA
  • ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต : ขนาด 18 นิ้ว สำหรับรุ่น PRO และขนาด 19 นิ้ว สำหรับรุ่น ULTRA
  • คมชัดทุกเส้นสาย : ลายเส้นบนตัวรถคมชัด ออกแบบมาได้อย่างลงตัวตามหลักอากาศพลศาสตร์
  • ไฟด้านหน้าและท้าย : มาพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มรูปแบบ แถบไฟท้ายพาดยาวจากซ้ายจรดขวา LED taillight strip มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและโด่ดเด่นไม่เหมือนใคร

การออกแบบภายใน (Interior Design)

All New HAVAL H6 Hybrid SUV โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในแบบ 360 องศา ภายใต้แนวคิด “Future Intelligent Cockpit” เพื่อสร้างสุนทรียภาพให้กับทุกสัมผัสภายในห้องโดยสาร

การเชื่อมต่อของหน้าจอทั้ง 3

  • Head Up Display (HUD) มีความคมชัดและความละเอียดสูง
  • Multi Information Display มีความละเอียดสูง ขนาด 10 นิ้ว
  • Intelligent Multimedia Touchscreen ขนาด 10 นิ้วในรุ่น PRO และขนาด 12 นิ้ว ในรุ่น ULTRA ซึ่งเป็นหน้าจอมัลติมีเดีย ความละเอียดสูง

พื้นที่ห้องโดยสารที่เรียบง่ายและหรูหรา

  • ใช้วัสดุคุณภาพดีและอุปกรณ์ตกแต่งที่หรูหรา พร้อมการตัดเย็บที่ประณีต
  • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟสุดหรู ขนาด 1.2 ตารางเมตร
  • สัมผัสนุ่มสบายด้วยเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพเยี่ยม ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยเบาะคู่หน้าสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อช่วยจัดท่านั่งให้สบายและอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นวิสัยทัศน์ได้ดีที่สุด ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัย มาพร้อมกับการบำรุงรักษาที่ง่าย
  • การระบายอากาศที่เบาะหน้าสามารถปรับระดับได้ โดยสามารถระบายอากาศได้อย่างรวดเร็วและช่วยควบคุมอุณหภูมิเบาะให้เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น
  • แสงไฟสีแดง (Ambient Light) สร้างบรรยากาศอบอุ่นภายในห้องโดยสาร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ออกแบบให้มีพื้นระดับต่ำกว่าเพื่อช่วยเพิ่มความจุ และยังสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ด้วยการปรับเบาะแบนราบ

สร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายภายในห้องโดยสาร

  • มีระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ AQS ด้วยเครื่องกรองอากาศ CN95
  • มาพร้อมกับเครื่องกำเนิดไอออนลบ สามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร
  • มีการติดตั้งวัสดุซับเสียงจากการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนภายนอก โดยใช้วัสดุกั้นเสียงหลากหลายชนิด

ฟังก์ชั่นอัจฉริยะ (Intelligent Functions)

การอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA)

  • ระบบดังกล่าวมาพร้อมกับความสามารถในการอัพเกรดเฟิร์มแวร์สำหรับการควบคุมระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ รวมถึงระบบ Infotainment และระบบควบคุมอื่นๆ ภายในรถยนต์ได้อย่างง่ายดายผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA)

การตอบโต้ด้วยเสียงอัจฉริยะผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence)

  • มีความสามารถในการจดจำเสียงได้เป็นอย่างดี จึงสามารถช่วยลดการใช้งานจากการกดปุ่ม เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยผู้ขับขี่สามารถสั่งการและโต้ตอบด้วยเสียงเพื่อใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ รวมไปถึงการเข้าถึงระบบเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ภายในรถ

การสั่งการและควบคุมรถจากระยะไกล

  • เป็นระบบที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานบางฟังก์ชั่นของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ รวมไปถึงการสร้างระบบความปลอดภัยให้กับรถยนต์
  • ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ การล็อคและปลดล็อคประตู การค้นหารถยนต์ การปิดหน้าต่าง และการควบคุมระบบการระบายความร้อนของเบาะ
  • ฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัยที่สามารถสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล เช่น การแสดงตำแหน่งรถยนต์ การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถ

ระบบความบันเทิงแบบมัลติมีเดีย

  • การเชื่อมต่อกับ Apple Car Play ด้วย SIRI
  • การเชื่อมต่อกับ Android Auto ด้วย Google Assistant
  • การเชื่อมต่อกับระบบ CLOUD เพื่อความบันเทิงต่างๆ ทั้งการฟังเพลงออนไลน์และรายการวิทยุ การตรวจเช็คสภาพอากาศ และการดูข้อมูลเกี่ยวกับการนำทางและจุดหมายปลายทาง

GWM LEMON PLATFORM

  • แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติในอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อช่วยลดต้นทุนผ่านการใช้แพลตฟอร์มร่วมกันในการผลิตรถที่หลายหลาย ตั้งแต่ A-D Segment
  • แพลต์ฟอร์มที่มีสมรรถนะสูง โดยผ่านการขับทดสอบบนถนนมากกว่า 6 ล้านกิโลเมตร และมีการทดสอบในสภาวะแวดล้อมแบบสุดขั้วถึง 76 แบบ อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมัน เพิ่มความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ขับขี่อันยอดเยี่ยม
  • แพลตฟอร์มมีน้ำหนักเบา ช่วยให้การขับขี่ดีขึ้นทั้งในแง่ประสิทธิภาพการเร่ง การเบรก และการควบคุมพวงมาลัย
  • มีการปรับปรุงให้มีความต้านทานแรงบิดและความแข็งแรงของหลังคาอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงสูง High-strength steel ทนแรงดึงได้สูงสุดถึง 1500MPa  ในการทำตัวโครงสร้าง โดยวัสดุมากกว่า 71.61% ทำจากเหล็กความแข็งแรงสูง (2000MPa)

สมรรถนะของรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV

  • รถยนต์ไฟฟ้าเบนซินไฮบริด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 5 Turbo ให้กำลังจากเครื่องยนต์สูงสุด 110 kW และมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 130 kW โดยให้กำลังรวมทั้งระบบสูงสุด 179 kW (243 PS)พร้อมให้แรงบิดจากเครื่องยนต์สูงสุด 230 Nm และแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 300 Nm โดยให้แรงบิดทั้งระบบรวมสูงสุด 530 Nm มีประสิทธิภาพเชิงความร้อน 38%

  • All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใช้เพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT รองรับการขับขี่ตามความต้องการ ช่วยประหยัดน้ำมัน คลายความกังวลด้วยระบบเกียร์ไฮบริดรุ่นแรกที่มี 2 ระบบเกียร์ (1 ระบบเกียร์ที่ด้านเครื่องยนต์และอีก 1 ระบบเกียร์ที่ด้านมอเตอร์ขับเคลื่อน) เพื่อรองรับการขับเคลื่อนที่หลากหลาย โดยใช้ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดและกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย (Driver Assistance and Safety Systems) สำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ 2+

ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety)

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
  • ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)
  • ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS)
  • ระบบตรวจจับและตีความหมายป้ายจราจร(TSR)
  • ระบบควบคุุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (VSC)
  • ระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยการเบรกอัตโนมัติ (AVH)
  • ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก (HBA)
  • ระบบลดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำ (ARS)
  • ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS)
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอัยสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
  • ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA)
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW)
  • ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM)

ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety)

  • ตัวถังทำจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงและเชื่อมต่อด้วยเลเซอร์ สามารถดูดซับและลดแรงกระแทกเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้โดยสาร เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน สัญญาณเตือนอันตรายจะทำงาน ประตูจะถูกปลดล็อก และรถจะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และสามารถส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้

กว่าคุณจะอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงรู้แล้วว่า All-New Haval H6 Hybrid SUV นั้น มีรายละเอียด และฟีเจอร์ที่เยอะมากมายขนาดไหน ส่วนสมรรถนะการขับขี่หลังจากที่ได้ลองแล้วผมขอสรุปให้คุณได้เข้าใจสั้นๆ ดังนี้

ด้านอัตราเร่ง Haval H6 Hybrid SUV เป็นรถ SUV ที่จัดอยู่ในกลุ่ม C-SUV ที่มีอัตราเร่งที่จัดจ้านมา อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จะอยู่ราวๆ 9 วินาที แรงบิดระดับ 530 นิวตัน-เมตร

จัดว่าเป็นแรงบิดที่มีมาให้ใช้งานในทุกย่านกำลัง แต่จะไม่ดึงจนหลังติดเบาะ ตัวรถจะพุ่งทะยานด้วยความเร็วแบบสุขุมนุ่มลึก

แต่หากเพ่งมองที่เข็มไมล์แบบดิจิตอลดีๆ คุณจะรู้ว่าตัวเลข 0-160 กม./ชม. ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น ซึ่งพี่ๆ นักข่าวหลายท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “โคตรแรง

ส่วนลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์จะแบ่งการทำงานดังนี้ ในส่วนความเร็วต่ำ 0-60 กม./ชม. จะเป็นการขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่

แต่ถ้าหากขับเร็วกว่านั้นจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า เช่นเดียวกับชุดเกียร์ที่มี 2 ชุด แบ่งการทำงานระหว่างความเร็วต่ำ และความเร็วสูง ซึ่งนั่นทำให้ All-New Haval H6 Hybrid ไม่สามารถมีแป้น Paddle Shift ได้

ซึ่งเท่ากับว่า SUV Hybrid รุ่นนี้ มีการทำงานที่คล้ายกับเทคโนโลยี e-Power ที่ใช้เครื่องยนต์ในการเป็นเจเนอร์เรเตอร์ปั่นไฟเข้าไปจัดเก็บที่แบตเตอรี่ แต่จะทำงานเฉพาะความเร็วต่ำ (ไม่เกิน 60 กม./ชม.)

และเหมือนกับเป็นรถไฟฟ้าในตัว เพราะความเร็วที่ต่ำกว่า 60 กม./ชม. จะเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนๆ เพียงแต่ไม่มีปุ่ม EV Mode ให้กดใช้งานก็แค่นั้น จึงไม่สามารถเคลมว่าวิ่งด้วย EV Mode เหมือนแบรนด์อื่นๆ ได้

ช่วงล่าง และ Handling ระบบช่วงล่างหากให้คะแนนเต็ม 10 ผมให้ 9 เลย เป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีมาก ช่วงล่างนุ่มหนึบนั่งสบายสุดๆ

การเก็บอาการโยน การเข้าโค้งความเร็วสูง หรือแม้แต่การมุดในช่วงความเร็วสูง สามารถเก็บอาการได้อยู่หมัดและไว้ใจได้ ไม่มีอาการเหวอให้เห็น จังหวะโดดคอสะพานก็นิ่ง โช้คอัพยุบลงมาและคืนตัวได้อยู่เหมาะสม ไม่รู้สึกเด้งหรือแข็งกระด้าง

แต่ในส่วนของ Handling จุดนี้ขอติไว้หน่อย เพราะว่าพวงมาลัย All-New Haval H6 มันเบามากๆ แม้จะมีให้เลือกปรับโหมดพวงมาลัยได้ถึง 3 แบบก็ตาม (สบาย, เบา และ สปอร์ต)

โดยการปรับไปใช้โหมดสปอร์ตก็ยังให้ความรู้สึกที่เบาจนโหวงเหวงอยู่ดี แต่ถ้าหากใครจะมองว่าเป็นจุดดีทำให้ควบคุมรถได้ง่ายก็ไม่ว่ากัน

ซึ่งเวลาขับด้วยความเร็วสูง ตัวรถจะมีอาการหน้าไว เพราะการขยับพวงมาลัยเพียงนิดเดียวตัวรถก็ขยับตามซะแล้ว

ระบบเบรกที่ไว้ใจได้ ระบบเบรกจุดนี้ไม่มีอะไรที่ต้องน่าเป็นห่วง ให้มาแบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ และมีระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่โคตรจะเยอะ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ Haval H6 Hybrid SUV ทำออกได้อย่างตั้งใจ และถือเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบรถคันนี้เลยก็ว่าได้

เพราะนอกเหนือไปจากเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ให้มามากที่สุดในคลาสแล้ว ระบบเบรกก็เป็นอะไรที่ Haval จะพลาดไม่ได้เหมือนกัน

จากที่ได้ลองก็ต้องบอกว่าเกินพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน แถมยังมีระบบช่วยเบรก เบรกอัตโนมัติ ช่วยลดความเร็ว เสียงเตือน บลาๆ ให้เราได้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

ชนิดที่ว่าขับ Haval H6 Hybrid SUV แล้ว โอกาสเกิดอุบัติเหตุแทบจะไม่มีเลย หากคุณไม่ประมาทเองจริงๆ

ส่วนในเรื่องของระบบความปลอดภัย ผู้เขียนคงไม่สามารถอธิบายหรือรีวิวให้ได้ในทุกระบบ เพราะมันติดตั้งมาให้เยอะมากจริงๆ ทดสอบขับเพียง 1 วัน คงไม่มีใครสามารถทดลองเล่นได้ครบแน่ๆ ยืนยันได้เลย

เอาเป็นว่าจะขอเล่าเฉพาะสิ่งที่ได้ทดลองใน Station ทดสอบที่ทาง Haval จัดให้ก็แล้วกัน

1. สถานีทดสอบอัตราการเร่ง 0 – 100 กม./ชม. การพิสูจน์สมรรถนะและความแรงของรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร โดยทำได้ในระยะเวลาประมาณ 9 วินาที

2. สถานีทดสอบระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA : Auto Reversing Assistance) ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการทดสอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ HAVAL H6 Hybrid SUV

โดยรถยนต์จะสามารถจดจำเส้นทางที่ขับผ่านด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้สูงสุด 50 เมตร และสามารถถอยหลังกลับอัตโนมัติตามเส้นทางได้อย่างราบรื่น

3. สถานีทดสอบระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP Integration Auto Parking) ด้วยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค ช่วยให้ค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถช่วยจอดได้ทั้งในรูปแบบ การถอยเข้าช่องจอด การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง

4. สถานีทดสอบระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA+RCTB Rear Cross Traffic Alert and Rear Cross Traffic Breaking) ระบบจะช่วยทำการแจ้งเตือนในขณะที่ถอยรถ โดยจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับรถยนต์ที่เข้าใกล้บริเวณด้านหลังรถ และด้านซ้าย-ขวา

ซึ่งเมื่อตรวจพบความผิดปรกติระบบจะทำการส่งสัญญาณเตือนและเบรคให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชน

5. สถานีทดสอบระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC : Adaptive Cruise Control) ทดสอบการใช้งานกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4) ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดตามที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า

บทสรุป

คงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า All-New Haval H6 Hybrid นั้น เป็นรถที่มีเทคโนโลยี และสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม C-SUV ที่มีขายในประเทศไทยในเวลานี้ และเป็นรถที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้

ซึ่งหากใครที่ยังลังเลใจหรือเป็นกังวลว่าแบรนด์จีนจะมีคุณภาพที่ไม่น่าไว้ใจ ผมบอกตรงๆ เลยว่าให้ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปให้หมด หากปิดตาพาคุณขึ้นไปนั่ง ผมเชื่อว่ากว่า 90% ต้องบอกว่าเป็นรถหรูค่ายยุโรปอย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่จะชี้วัดได้ว่า SUV Hybrid รุ่นนี้จะครองใจคนไทยได้หรือไม่ คงอยู่ที่ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่จะประกาศในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ หากเปิดราคามารุ่นเริ่มต้น 9.99 แสนบาท และรุ่นท็อปสุด 1.299 ล้านบาท (ราคาคาดการณ์โดยผู้เขียนเอง) บอกเลยว่าตลาดแตก ส่งรถไม่ทันแน่นอน ของเขาดีจริงๆ!!

ผู้เขียน : ธนภัทร สังข์แสง (Monster)

ดูตารางผ่อนคลิก www.9carthai.com/all-new-haval-h6-price/


บทความน่าอ่าน!!

รีวิว Mitsubishi Triton Athlete 2021 กระบะแต่งพิเศษ ลุคสปอร์ตมาดเข้ม โดดเด่นเร้าใจเต็มอารมณ์

รีวิว Mitsubishi Xpander Cross รถ SUV 7 ที่นั่งยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ลุยได้มากกว่า

รีวิว Mitsubishi Outlander PHEV ใช้งานจริง ประหยัดสุดๆ ชาร์จไฟได้เองไม่ต้องง้อปลั๊ก คุ้มแน่นอน

สัมผัสแรก Aston Martin Vantage สปอร์ต Entry Level ที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน ฉายาเทพบุตรนักล่า

รีวิว Toyota Yaris PLAY Limited Edition อีโคคาร์แต่งพิเศษ ออปชันจัดเต็ม มีขายเพียง 1,500 คัน!

รีวิว Mazda CX-3 2021 Collection รุ่น Base Plus บอกเลยว่าคุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆ

รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้

รีวิวสมรรถนะการขับขี่ของ BMW 3 รุ่นใหม่ ทั้ง New Series 5 2021 และ Series 3 Gran Sedan ใหม่

รีวิว All-New Mazda BT-50 กระบะหน้าหล่อ อ็อพชั่นพรีเมียม ออกงานก็ดี ออกลุยก็ได้


รถใหม่ 2021

รถยอดนิยม

Ford Ranger ราคา 528,000.

Ford Everest ราคา 1,299,000.


Mazda 2 ราคาเริ่มต้น 546,000.
Mazda 3 ราคาเริ่มต้น 969,000.
Mazda CX-3 ราคาเริ่มต้น 769,000.


Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000.
Nissan Kicks ราคาเริ่มต้น 889,000.
Nissan Navara ราคาเริ่มต้น 599,000.


Toyota Fortuner ราคาเริ่มต้น 1,319,000.
Toyota Revo ราคาเริ่มต้น 544,000.
Toyota Vios ราคาเริ่มต้น  609,000.
Toyota Yaris ATIV 4 ประตู ราคาเริ่มต้น 529,000.
Toyota Yaris 5 ประตู ราคาเริ่มต้น 539,000.
Toyota Corolla Cross ราคาเริ่มต้น 989,000.


Honda City ราคาเริ่ม 579,500.
Honda City Hatchback ราคาเริ่ม 599,000.
Honda City e:HEV ราคา 839,000.
Honda Civic ราคาเริ่ม 874,000.


โตโยต้า อัลติส| โตโยต้า รีโว | Honda City | Honda Civicมาสด้า 2 | Mazda CX-5 | นิสสัน อัลเมร่า | นิสสัน คิกส์ | นิสสัน เทียน่า | Suzuki Swift | มิราจ | แอททราจ | ISUZU D-MAX | ISUZU MU-X




ข่าวรถใหม่ 2021

Sales ประจำเว็บนะครับ

BMW 096-998-2498 K.ดวงใจ (ตูน) BMW Europa Motor พระราม 2/ Id Line : @bmweuropamotor
Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2
Honda 085-082-2662 K.บอล *HONDA สาธุประดิษฐ์ Line ID : ballz12345
Hyundai 097-249-3639 K.พล Line ID : nine_pon
ISUZU 087-332-1320 K.อาม เพชรเกษม Line ID : armisuzu108
Mazda 092-8687997 K.แบงค์ สาขาสุขุมวิท 65 ID Line : bankmazda
Mercedes-Benz 082-5445292 K.หนุ่ย Benz Metro Autohaus พระราม 2 ID Line : 0825445292
MG 098-6656996 K.บี สาขาเพชรเกษม 65 บางแค Line : beblaire
MINI 065-6479399 K.เปิ้ล สาขาพระราม 4 และ เอกมัย Millennium Auto / / Id Line : noople_mini
Mitsubishi 080-2423-959 K.มะเหมี่ยว พระราม 2 / Id Line : mameaw767
Nissan 086-0364350​ K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่ ID LINE : ae-nissan
Suzuki 089-508-9575 K.ข้าวเม่า *จอมทอง / Id Line : @dfg4137a
Volvo 064-5695144 K.ออย *พระราม 2 / Id Line : Lilduck55
* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ
** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ
*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.