รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้ | รถใหม่ 2021-2022 รีวิวรถ - ราคารถใหม่, ข่าวรถใหม่, รถยนต์, รถกระบะ Toyota, โตโยต้า, Honda, ฮอนด้า, Nissan, นิสสัน, Ford, ฟอร์ด, Chevrolet, เชฟโรเลต, ISUZU, อีซูซุ, Mazda, มาสด้า, Suzuki, ซูซูกิ, Proton, โปรตอน, BMW, บีเอ็มดับเบิ้ลยู, Mercedes Benz, เมอร์เซเดส เบนซ์
หน้าหลัก » Advertorial Ford Ford Ranger TEST DRIVE รีวิวรถ ข่าวรถใหม่ » รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้

รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้

โพสโดย : TUR | วันที่ : 19 March 2021
หมวดหมู่ : Advertorial, Ford, Ford Ranger, TEST DRIVE รีวิวรถ, ข่าวรถใหม่

รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้

Review Ford Ranger FX4 Max

หากจะพูดถึงรถกระบะออฟโรดที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นที่สุดในกลุ่มรถกระบะที่มีขายในประเทศไทย หลายท่านก็คงจะนึกถึง Ford Ranger Raptor เป็นคันแรก แต่ทว่าด้วยราคา 1,699,000 บาท อาจทำให้ใครหลายคนไปไม่ถึงฝัน

ด้วยเหตุนี้ Ford จึงได้เปิดตัวรถกระบะรุ่นตกแต่งพิเศษในสไตล์ออฟโรดขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งรุ่น กับ Ford Ranger FX4 Max ที่มาพร้อมของตกแต่ง และสมรรถนะที่ถูกถ่ายทอด DNA มาจาก Raptor โดยตรง

ในราคาที่ถูกกว่าถึง 5.1 แสนบาท เพื่อให้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

Review Ford Ranger FX4 Max

สำหรับ Ford Ranger FX4 Max ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยด้วยราคาจำหน่ายสุดเซอร์ไพรส์ 1,189,000 บาท ซึ่งถูกกว่าตอนที่เปิดตัวในตลาดออสเตรเลียเสียอีก

โดยรถกระบะรุ่นตกแต่งพิเศษนี้มาพร้อมอ็อพชั่นที่จัดเต็ม ทั้งชุดแต่งสปอร์ตออฟโรดรอบคันที่ภายนอก การตกแต่งพิเศษที่ภายใน ขุมพลังเครื่องยนต์บล็อคเดียวกับ Ford Ranger Raptor รวมไปถึงระบบช่วงล่างสปอร์ตออฟโรดขั้นสุดจาก FOX และยาง All-Terrain จาก BF Goodrich

Ford Ranger FX4 Max Launch

Ford Ranger FX4 Max Launch

รายละเอียดของ Ford Ranger FX4 Max ใหม่ ทั้งหมด

เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง

  • ขุมพลังดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์ธรรมดา
  • ให้พละกำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร
  • ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อม FOX Shock ขนาด 2 นิ้ว แบบโมโนทิวบ์ และเหล็กกันโคลง ขนาด 29 มม.
  • ระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบแหนบซ้อน พร้อม FOX Shock ขนาด 2 นิ้ว แบบมีซับแทงค์แยก เพื่อยกระดับวิสัยทัศน์การขับขี่ที่ดีขึ้น
  • ล้ออัลลอย 17″ ใหม่ สีโบลเดอร์เกรย์ ออฟเซ็ท +42 มม. ที่ช่วยเพิ่มฐานความกว้างของรถมากถึง 26 มม. มาพร้อมยางออลเทอร์เรนขนาด 265/70 R17

Ford Ranger FX4 Max Launch

Ford Ranger FX4 Max Launch

Ford Ranger FX4 Max Launch

Ford Ranger FX4 Max Launch

อุปกรณ์ภายนอก

  • กระจังหน้า F-O-R-D โดดเด่นสีเทา และมือจับภายนอกสีเทา
  • ซุ้มล้อแบบใหม่ เฉพาะรุ่น FX4 Max ทั้งหน้าและหลัง
  • บันไดข้างโลหะสีดำแบบออฟโรดพร้อมผิวกันลื่น เพื่อการขับขี่ผจญภัยแบบออฟโรดเต็มประสิทธิภาพ
  • โรลบาร์สีดำด้าน
  • การตกแต่งด้วยสีเทาโบลเดอร์เกรย์ ทั้งกระจังหน้า กันชนหน้าและหลัง ฝาครอบระบายอากาศ กระจกมองข้างสีเทา รวมถึงมือจับประตู
  • ไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED DTRL
  • ไฟตัดหมอกหน้า

Ford Ranger FX4 Max Launch

Ford Ranger FX4 Max Launch

Ford Ranger FX4 Max Launch

อุปกรณ์ภายใน

  • เบาะหนัง, หนัง Alcantara และหนังสังเคราะห์กำมะหยี่ ปักเป็นโลโก้ FX4 Max ลายคาร์บอน โดยเบาะนั่งคนขับปรับตำแหน่งได้ 6 ทิศทาง และปรับเบาะนั่งผู้โดยสารได้ 4 ทิศทาง
  • คันเร่งแบบสปอร์ต (เช่นเดียวกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์)
  • ชุดผ้ายางปูพื้นทุกตำแหน่ง
  • รายละเอียดห้องโดยสารภายในหุ้มหนังสีดำ ทั้งหน้าปัด ประตู พวงมาลัย และแผงควบคุมด้านหน้ารวมถึงรอบจอแสดงผล

Ford Ranger FX4 Max Launch

Ford Ranger FX4 Max Launch

ระบบและเทคโนโลยีความสะดวกสบาย

  • ออฟโรด สวิทช์แบงค์ พร้อมช่องต่อ AUX 6 ตำแหน่งอยู่เหนือหน้าจอสีแบบสัมผัส สำหรับควบคุมรอก ไฟไลท์บาร์ และอุปกรณ์เพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับการเดินทางแบบออฟโรด
  • ไดชาร์จ ขนาด 250A สำหรับรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ
  • กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
  • กระจกไฟฟ้าพร้อมเปิด-ปิด สัมผัสเดียวและป้องกันการหนีบด้านคนขับ กระจกด้านหลังปรับไฟฟ้า
  • จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ขนาด 2 นิ้ว
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ภาษาไทย บนจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง มีระบบเชื่อมต่อบลูทูธ รองรับ Apple CarPlay สามารถควบคุมเครื่องเสียงด้วยสวิตช์บนพวงมาลัย

อุปกรณ์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดสำหรับผู้โดยสารแถวหลังทั้ง 3 ที่นั่ง พร้อมพนักพิงศีรษะ
  • จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก
  • ระบบกุญแจนิรภัย พร้อมสัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจ My Key
  • สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
  • แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • ไฟเบรกดวงที่สาม
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Lock Braking System – ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (Electronic Brake force Distribution – EBD)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program – ESP) และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (Roll Over Mitigation)

Review Ford Ranger FX4 Max

และหลังจากเปิดตัวไปได้เพียง 1 สัปดาห์ ฟอร์ด ประเทศไทย ก็ได้เชิญขณะสื่อมวลชนร่วมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันแข็งแกร่งของ Ford Ranger FX4 Max ณ สนามทดสอบที่ Ford ได้เนรมิตขึ้นมาใหม่ในสไตล์แบบ Off-Road

ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์ และอุปสรรคต่างๆ ที่ต้องพบเจอในการขับขี่แบบออฟโรด เพื่อให้ได้ทดลองใช้ฟีเจอร์ และระบบช่วยเหลือต่างๆ ที่มีอยู่ใน Ford Ranger FX4 Max ได้อย่างครบครัน และจะได้พิสูจน์ให้รู้กันไปเลยว่าจริงๆ แล้วกระบะรุ่นตกแต่งพิเศษนี้มีดีแค่ความเท่ หรือสามารถลุยได้จริง?

Review Ford Ranger FX4 Max

โดยรูปแบบสนามทดสอบ จะแบ่งออกเป็น 8 สถานีย่อยตามภาพด้านบน ซึ่งแต่ละสถานีก็จะเป็นการทดสอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดในรูปแบบต่างๆ ที่จำลองมาจากสถานการณ์จริง ซึ่งหาก Ford Ranger FX4 Max ผ่านด่านทดสอบเหล่านี้ไปได้ ก็มั่นใจได้เลยว่าทุกเส้นทางออฟโรดบนโลกนี้ รถกระบะรุ่นตกแต่งพิเศษนี้สามารถพาคุณลุยไปได้อย่างแน่นอน

Review Ford Ranger FX4 Max

เรามาเริ่มกันที่บททดสอบแรกกันเลย กับสถานีเนินลงชัน ซึ่งเป็นการขับขี่โดยใช้ระบบ 4L พร้อมเปิดระบบ Hill Descent Control โดยในด่านแรกนี้ก็ไม่ยากสักเท่าไหร่

เป็นการจำลองสถานการณ์ในการขับลงเขา หรือลงทางชัน (ความชันประมาณ 45 องศาเห็นจะได้) โดยจุดนี้เพียงกดปุ่ม Hill Descent Control ตัวรถก็จะล็อคความเร็วให้เราโดยอัตโนมัติ แถมยังสามารถเลือกปรับเพิ่มหรือลดความเร็วได้ที่ปุ่ม +/- บนพวงมาลัยได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นรุ่นเดียวในกลุ่มรถกระบะที่สามารถทำแบบนี้ได้

สถานีนี้ก็ไม่อยากอะไรมากมาย รถกระบะรุ่นอื่นๆ ก็สามารถผ่านไปได้ เพียงแต่ถ้าเป็น Ford Ranger FX4 Max จะสามารถผ่านไปได้แบบสบายๆ และปลอดภัยกว่า เพราะตัวรถจะทำการเบรกให้เราอัตโนมัติ เพื่อควบคุมความเร็วที่เราตั้งไว้จากระบบ HDC ผู้ขับเพียงบังคับพวงมาลัยให้ตรงไลน์สนาม ก็สามารถไต่ลงมาได้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Review Ford Ranger FX4 Max

ส่วนสถานีที่ 2 เปลี่ยนมาใช้โหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ (การเปลี่ยนโหมดไปเป็น 4L และเปลี่ยนกลับจาก 4L ต้องจอดรถเข้าเกียร์ N เท่านั้น)

Review Ford Ranger FX4 Max

โดยในด่านนี้จะเป็นการขับขี่รูปแบบ Slalom พลิกรถซ้าย-ขวา และมีการหักหลบกระทันหันในทางฝุ่น ซึ่งความยากมันอยู่ที่การลื่นไถลมันมีสูงกว่าในการขับแบบ Slalom บนถนนปกติ

แต่ Ford Ranger FX4 Max ก็ยังให้การควบคุมที่เชื่องมือ และรับรู้ได้ทันทีว่าระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program – ESP) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) คอยทำงานช่วยเราอยู่ ซึ่งจุดนี้ก็ผ่านไปได้แบบสบายๆ แถมยังให้การขับขี่ที่สนุกด้วย

Review Ford Ranger FX4 Max

นอกเหนือไปจากระบบช่วยเหลือทั้ง 2 แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Ford Ranger FX4 Max มีสมรรถนะการขับขี่บนทางดินที่ดีกว่ารถกระบะรุ่นอื่นๆ ก็คือ

ระบบช่วงล่างที่เป็นโช้คอัพของ FOX แบบ Monotube ทั้ง 4 ต้น (หน้า/หลัง) แม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าของรุ่น Ford Ranger Raptor เล็กน้อย (Ford Ranger FX4 Max ขนาด 2.0 / Ford Ranger Raptor ขนาด 2.5) แต่ทว่าสมรรถนะในการซับแรงกระแทก และการทรงตัวไม่ได้ด้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่เลย

การหักหลบกระทันหันทั้งซ้าย-ขวา ยังคงให้การควบคุมรถที่มั่นใจได้ แถมการสั่นสะเทือนของเบาะนั่งยังแทบจะไม่ต่างไปจากการขับบนถนนปกติเลยด้วยซ้ำไป

Review Ford Ranger FX4 Max

Review Ford Ranger FX4 Max

ส่วนด่านที่ 3 เป็นด่านเนินสลับ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นสถานการณ์ที่เจอบ่อยในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดจริง โดยการขับขี่ในด่านนี้จะใช้โหมด 4L อีกครั้ง พร้อมกับกดใช้ระบบ Rear Differential Lock ซึ่งเมื่อขับขึ้นไปบนเนินสลับ จะมีล้อใดล้อหนึ่งหรือ 2 ล้อถูกแขวนลอย (ไม่ติดพื้น)

แต่ Ford Ranger FX4 Max ที่มีระบบดิฟล็อคหลัง จะทำการคำนวณได้ว่ามีล้อที่หมุนฟรีอยู่ และจะทำการส่งกำลังไปยังล้อที่ติดกับพื้นให้เราโดยอัตโนมัติ ซึ่งทำงานร่วมกันระบบ Traction Control อีกทีหนึ่ง ทำให้ไม่ว่าจะมีล้อไหนถูกยกให้ลอย แต่ตัวรถก็มีกำลังที่จะพาเราไต่ออกมาได้

Review Ford Ranger FX4 Max

Review Ford Ranger FX4 Max

และอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Ford Ranger FX4 Max สามารถผ่านเนินสลับมาได้อย่างง่ายดายก็คือ มุมไต่ มุมจาก และระยะใต้ท้องรถที่สูงถึง 256 มม. (สูงกว่า Ford Ranger รุ่นปกติทุกรุ่น) ทำให้ตัวรถมีองศาในการเอียง และการไต่ได้มากกว่า

รวมไปถึงระบบโช้คอัพของ FOX Monotube 2.0 ที่ให้ช่วงยืดยุบที่เยอะกว่ารถกระบะรุ่นอื่นๆ ทำให้การไต่เนินสลับของ Ford Ranger FX4 Max ไม่ใช่งานยากอย่างที่หลายคนเข้าใจ

Review Ford Ranger FX4 Max

ด่านที่ 4 เป็นการขับไต่เนินเอียง โดยใช้โหมด 4H ซึ่งจุดนี้ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่บังคับพวงมาลัยให้ตรงไลน์ล้อ หรือ เส้นทางที่ควรจะไป ประคองคันเร่งในรอบ Walking Speed แรงบิดระบบ 500 นิวตัน-เมตร ก็สามารถพาขึ้นไต่เนินเอียงไปได้แบบสบายๆ

และก็อย่างที่บอกไปด้วยระยะความสูงของรถที่สูงกว่ารถกระบะรุ่นอื่นๆ ทำให้การไต่เนินต่างๆ ของ Ford Ranger FX4 Max ทำได้อย่างไม่ต้องกังวัลว่าใต้ท้อง หรือเพลาหลังจะไปติดกลางเนิน

Review Ford Ranger FX4 Max

Review Ford Ranger FX4 Max

Review Ford Ranger FX4 Max

ส่วนด่านที่ 5 – 8 จะเป็นการขับขึ้นเนินชัน – ลงเนินชัน แต่จะแตกต่างกันในความสูง ความชัน และการใช้คันเร่งส่ง ซึ่งในการขึ้นเนินที่สูงชันมากๆ เราจะใช้คันเร่งแบบ Walking Speed เพื่อให้แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร พาเราไต่ขึ้นไปแบบนิ่มๆ แต่ถ้าเป็นเนินที่ไม่ชันมาก และมีการหักเลี้ยวกลางเนิน เราจะใช้แรงส่งไต่ขึ้นไป ซึ่งเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Bi-Turbo ระดับ 213 แรงม้านี้ สามารถพาคุณผ่านทุกอุปสรรคได้อยู่แล้ว

เพราะถ้า Ford Ranger FX4 Max ไม่สามารถขึ้นได้ ผมก็เชื่อว่าคงไม่มีรถกระบะรุ่นไหนสามารถไต่ขึ้นได้เหมือนกัน เพราะกระบะรุ่นแต่งพิเศษนี้มีสมรรถนะของขุมพลังที่ดีที่สุดในบรรดารถกระบะที่มีขายในประเทศไทยแล้ว

Review Ford Ranger FX4 Max

Review Ford Ranger FX4 Max

ส่วนการลงทางลาดชัน ก็เหมือนกับที่เราได้ทดสอบไปในสถานีที่ 1 เพียงแค่เปิดระบบ Hill Descent Control คุณก็ไม่ต้องมากังวลกับการแตะเบรกเลย ไปโฟกัสกับไลน์เส้นทางที่คุณจะไต่ลงเพียงอย่างเดียว

Review Ford Ranger FX4 Max

บทสรุป

จากการที่ได้สัมผัสสมรรถนะของ Ford Ranger FX4 Max แม้จะเป็นเพียงการทดสอบระยะสั้นๆ แต่ก็พอจะสรุปได้ว่า รถกระบะรุ่นแต่งพิเศษนี้มีความแข็งแกร่ง และพร้อมลุยไม่แตกต่างไปจาก Ford Ranger Raptor เลยแม้แต่น้อย เพียงแต่จะไม่มีโหมด Baja ที่เป็นโหมดที่ใช้ในการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูงมาให้ก็เท่านั้น

ส่วนรายละเอียดและอ็อพชั่นกระจุกกระจิกอย่างเช่น กล้องมองหลัง เบาะไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยบางรายการ ที่ไม่มีมาให้นั้น ก็ถือว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะยังไงซะเมื่อเทียบกับราคาจำหน่าย 1,189,000 บาท กับสิ่งที่ได้มาไม่ว่าจะเป็น โช้คอัพ FOX Monotube 2.0 ทั้งหน้า-หลัง ชุดแต่งสปอร์ตออฟโรดรอบคัน ขุมพลัง 2.0 ลิตร Bi-Turbo 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ยางแบบ All-Terrain ของ BF Goodrich มันก็เป็นอะไรที่คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม

หรือคุณจะหารถกระบะที่ไหนที่ให้มาขนาดนี้จากโรงงานในราคาแค่นี้ได้อีก? ซึ่งหากนำไปตกแต่งเพิ่มเติมอีก ราคามันต้องแพงกว่านี้อย่างแน่นอนครับ

ดูตารางผ่อนคลิก  www.9carthai.com/new-ford-ranger-fx4-max-price/


บทความน่าอ่าน!!

รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้

รีวิวสมรรถนะการขับขี่ของ BMW 3 รุ่นใหม่ ทั้ง New Series 5 2021 และ Series 3 Gran Sedan ใหม่

รีวิว All-New Mazda BT-50 กระบะหน้าหล่อ อ็อพชั่นพรีเมียม ออกงานก็ดี ออกลุยก็ได้

รีวิว Nissan Navara PRO2X ขับ 2 แต่หล่อไม่แพ้กัน แถมราคาถูกกว่าตั้ง 1.5 แสนบาท

รีวิว Mitsubishi Outlander PHEV เอสยูวี Plug-in Hybrid อัจฉริยะ ชาร์จไฟได้เองไม่ต้องง้อปลั๊ก ประหยัดสุดๆ

รีวิว Honda City e:HEV & Hatchback 1.0 RS ดีกันคนละแบบ แตกต่างชัดเจนในคาแร็คเตอร์

สัมผัสแรกก่อนเปิดตัว All-New Mazda BT-50 บอกเลยว่ารถกระบะคันนี้คุ้มค่าแก่การรอคอย

รีวิว New Ford Ranger 2020 สัมผัสนิยามใหม่และตัวตนของ Ranger กระบะพันธุ์แกร่งที่ไปได้มากกว่า

รีวิว Ford Mustang รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี ดุดัน ทรงพลัง สปอร์ตเร้าใจยิ่งกว่าเดิม

รีวิว 2021 Nissan Navara ใหม่ แกร่งขึ้นเยอะ ลุยได้มั่นใจ ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม


รถใหม่ 2021

รถยอดนิยม

Ford Ranger ราคา 528,000.

Ford Everest ราคา 1,299,000.


Mazda 2 ราคาเริ่มต้น 546,000.
Mazda 3 ราคาเริ่มต้น 969,000.
Mazda CX-3 ราคาเริ่มต้น 769,000.


Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000.
Nissan Kicks ราคาเริ่มต้น 889,000.
Nissan Navara ราคาเริ่มต้น 599,000.


Toyota Fortuner ราคาเริ่มต้น 1,319,000.
Toyota Revo ราคาเริ่มต้น 544,000.
Toyota Vios ราคาเริ่มต้น  609,000.
Toyota Yaris ATIV 4 ประตู ราคาเริ่มต้น 529,000.
Toyota Yaris 5 ประตู ราคาเริ่มต้น 539,000.
Toyota Corolla Cross ราคาเริ่มต้น 989,000.


Honda City ราคาเริ่ม 579,500.
Honda City Hatchback ราคาเริ่ม 599,000.
Honda City e:HEV ราคา 839,000.
Honda Civic ราคาเริ่ม 874,000.


โตโยต้า อัลติส| โตโยต้า รีโว | Honda City | Honda Civicมาสด้า 2 | Mazda CX-5 | นิสสัน อัลเมร่า | นิสสัน คิกส์ | นิสสัน เทียน่า | Suzuki Swift | มิราจ | แอททราจ | ISUZU D-MAX | ISUZU MU-X




ข่าวรถใหม่ 2021

Sales ประจำเว็บนะครับ

BMW 096-998-2498 K.ดวงใจ (ตูน) BMW Europa Motor พระราม 2/ Id Line : @bmweuropamotor
Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2
Honda 085-082-2662 K.บอล *HONDA สาธุประดิษฐ์ Line ID : ballz12345
Hyundai 097-249-3639 K.พล Line ID : nine_pon
ISUZU 087-332-1320 K.อาม เพชรเกษม Line ID : armisuzu108
Mazda 092-8687997 K.แบงค์ สาขาสุขุมวิท 65 ID Line : bankmazda
Mercedes-Benz 082-5445292 K.หนุ่ย Benz Metro Autohaus พระราม 2 ID Line : 0825445292
MG 098-6656996 K.บี สาขาเพชรเกษม 65 บางแค Line : beblaire
MINI 065-6479399 K.เปิ้ล สาขาพระราม 4 และ เอกมัย Millennium Auto / / Id Line : noople_mini
Mitsubishi 080-2423-959 K.มะเหมี่ยว พระราม 2 / Id Line : mameaw767
Nissan 086-0364350​ K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่ ID LINE : ae-nissan
Suzuki 089-508-9575 K.ข้าวเม่า *จอมทอง / Id Line : @dfg4137a
Volvo 064-5695144 K.ออย *พระราม 2 / Id Line : Lilduck55
* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ
** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ
*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.