
Toyota อัปเดตรถตู้หรูเรือธงของญี่ปุ่นอย่าง Alphard และ Vellfire รุ่นปี 2026 อย่างเป็นทางการ โดยเน้นการเพิ่มทางเลือกขุมพลังไฟฟ้าให้หลากหลายขึ้น พร้อมปรับปรุงความสะดวกสบายในการโดยสารให้ดียิ่งกว่าเดิม แม้ว่าหน้าตาภายนอกจะยังคงเอกลักษณ์เดิมแทบทุกจุดก็ตาม
หลังจากเปิดตัวเจเนอเรชันปัจจุบันมาได้ราว 3 ปี Toyota ก็เริ่มเก็บรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้รถสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยสิ่งที่สังเกตได้จากภายนอกมีเพียงการเพิ่มสีตัวถังใหม่ “Neutral Black” เท่านั้น ส่วนดีไซน์โดยรวมยังคงเหมือนเดิม
ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับความหรูหรา ด้วยการนำวัสดุตกแต่งแบบ Bronze Sputtering ซึ่งก่อนหน้านี้มีเฉพาะในรุ่น Executive Lounge มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ช่วยเพิ่มบรรยากาศพรีเมียมให้ทั้ง Alphard และ Vellfire มากยิ่งขึ้น
สำหรับ Toyota Alphard ยังได้รับการปรับปรุงล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วใหม่ ให้มีคุณภาพสูงขึ้น พร้อมเคลือบผิวแบบ Hyperchrome Metallic ที่ดูหรูหราและทันสมัยกว่าเดิม
แต่จุดสำคัญจริง ๆ อยู่ที่ระบบช่วงล่าง เพราะ Toyota ติดตั้งโช้กอัพแบบ Frequency-Sensitive Shock Absorbers มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ช่วยปรับการตอบสนองตามสภาพถนน ลดแรงสั่นสะเทือน และเพิ่มความนุ่มนวลในการโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฮไลต์สำคัญที่สุดของ Toyota Alphard รุ่นปี 2026 คือการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ “PHEV Z” ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับคนที่สนใจระบบ Plug-in Hybrid เพราะก่อนหน้านี้ขุมพลัง PHEV จะมีให้เลือกเฉพาะรุ่นท็อประดับ Executive Lounge เท่านั้น แต่ตอนนี้ Toyota นำเทคโนโลยีดังกล่าวลงมาสู่รุ่น Z ทำให้ลูกค้าเข้าถึง Alphard Plug-in Hybrid ได้ง่ายขึ้น
Toyota Alphard PHEV Z มาพร้อมอุปกรณ์หรูครบครัน ไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว สี Silver Sputtering, หลังคา Moonroof คู่พร้อมม่านไฟฟ้า, หลังคาบุ Ultrasuede, ตกแต่งลายไม้แท้, พวงมาลัยหุ้มหนัง, หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14 นิ้ว, ระบบเสียง 10 ลำโพง, แท่นชาร์จไร้สาย รวมถึงเบาะ Executive Power Seat แถวสองที่มีทั้งระบบอุ่นและระบบระบายอากาศ
นอกจากนี้ Toyota ยังเพิ่มรุ่น HEV G เข้ามาในไลน์อัปไฮบริดอีกด้วย โดยมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่น่าสนใจ เช่น ไฟหน้า Triple-Eye LED, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบอุ่น, เบาะ Captain Seat แถวสองพร้อมระบบอุ่น, ที่วางแขนแบบ Swivel Armrest, ที่รองน่องแบบ Ottoman และหน้าจอ 14 นิ้ว พร้อมระบบกล้อง Panoramic View Monitor
ในด้านขุมพลังยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยลูกค้าสามารถเลือกได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน, Hybrid (HEV) และ Plug-in Hybrid (PHEV) เหมือนเดิม โดยรุ่นเบนซินและไฮบริดมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) และขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ส่วนรุ่น Plug-in Hybrid จะมาพร้อมระบบ E-Four AWD เป็นมาตรฐานทุกรุ่น
สำหรับราคาจำหน่ายในญี่ปุ่น Toyota Alphard รุ่นปี 2026 เริ่มต้นที่ 4,970,000 เยน (ประมาณ 1,020,000 บาท) สำหรับรุ่น G เครื่องยนต์เบนซิน และสูงสุดถึง 14,850,000 เยน (ประมาณ 3,040,000 บาท) สำหรับรุ่น HEV Spacious Lounge ซึ่งเป็นรุ่นหรูพิเศษที่เปิดตัวในปี 2025
ขณะที่ Toyota Vellfire ซึ่งเน้นภาพลักษณ์สปอร์ตและดุดันมากกว่า มีราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 6,749,600 – 10,899,900 เยน หรือประมาณ 1,380,000 – 2,230,000 บาท
แม้จะเป็นเพียงการปรับปรุงเล็กน้อย แต่การเพิ่มรุ่น PHEV ใหม่ พร้อมยกระดับความนุ่มนวลของช่วงล่างและอุปกรณ์ภายใน ก็ช่วยให้ Toyota Alphard และ Vellfire ยังคงเป็นหนึ่งในรถ MPV ระดับหรูที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่น และน่าจะยังครองใจกลุ่มลูกค้าที่ต้องการทั้งความสบาย ความหรูหรา และเทคโนโลยีทันสมัยได้ต่อไปอีกหลายปี
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Toyota Alphard และ Vellfire ปี 2026 อัปเดตใหม่ เพิ่มรุ่น PHEV ในญี่ปุ่น เริ่ม 1,020,000.- "