
Lamborghini เปิดตัว Urus Performante SE รุ่นใหม่ปี 2027 อย่างเป็นทางการ พร้อมอัปเกรดครั้งใหญ่ด้วยระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ทำให้มันกลายเป็น Urus ที่แรงที่สุดจากโรงงานเท่าที่เคยมีมา แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ แม้พลังจะเพิ่มขึ้นมหาศาล กลับไม่ได้ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ดีขึ้นจากรุ่นเดิมเลย
ก่อนหน้านี้ Urus Performante รุ่นเดิมถูกยกเลิกไปพร้อมกับ Urus S หลัง Lamborghini เปลี่ยนไลน์อัป Urus ทั้งหมดให้เป็นรถไฮบริดในปี 2024 และตอนนี้ชื่อ Performante ก็กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันใหม่ที่ดุดันกว่าเดิมทั้งพละกำลังและเทคโนโลยี
หัวใจของ Urus Performante SE คือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ภายในเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 801 แรงม้า (812 PS) และแรงบิดมหาศาล 1,000 นิวตันเมตร
ตัวเลขนี้มากกว่ารุ่น Performante เดิมถึง 144 แรงม้า และมากกว่ารุ่น Urus SE ปกติอีกเล็กน้อย ทำให้มันครองตำแหน่ง Urus ที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ทันที
แต่สิ่งที่หลายคนอาจแปลกใจคือ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 3.3 วินาที เท่ากับ Urus Performante รุ่นเดิมที่มีพลังเพียง 657 แรงม้าเป๊ะ
สาเหตุสำคัญมาจากน้ำหนักตัวรถที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระบบไฮบริดและแบตเตอรี่ โดยแม้ Lamborghini จะพยายามลดน้ำหนักด้วยการใช้คาร์บอนไฟเบอร์มากขึ้น ติดตั้งท่อไอเสียไทเทเนียม ชุดเบรกใหม่ และวัสดุตกแต่งภายในที่เบากว่าเดิม แต่สุดท้ายรถก็ยังมีน้ำหนักถึง 2,473 กิโลกรัม
นั่นหมายความว่ามันหนักกว่ารุ่น Performante เดิมถึง 323 กิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม Performante SE ยังมีข้อได้เปรียบเหนือ Urus SE รุ่นปกติอยู่บ้าง โดยทำเวลา 0-200 กม./ชม. ได้ใน 10.8 วินาที เร็วกว่ารุ่น SE อยู่ 0.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม. ขณะที่ Performante รุ่นเดิมทำได้ 306 กม./ชม.
ข้อดีอีกอย่างของระบบ Plug-in Hybrid คือสามารถขับด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 60 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองหรือเวลาที่อยากขับแบบเงียบ ๆ โดยไม่ต้องพึ่งเสียงคำรามของ V8
ด้านช่วงล่าง Lamborghini ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน โดยติดตั้งระบบ AURA Dual-Chamber Air Suspension รุ่นใหม่ ที่ช่วยเพิ่มทั้งความนุ่มสบายและความสปอร์ตในคันเดียว
บริษัทระบุว่าระบบใหม่นี้ช่วยลดอาการโคลงตัวของรถได้มากถึง 55% ขณะขับแบบดุดัน และลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งเข้าสู่ห้องโดยสารได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับ Urus Performante รุ่นก่อน
นอกจากนี้ยังมีการขยายความกว้างช่วงล้อออกอีก 16 มม. เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งและความแม่นยำของพวงมาลัย
ภายนอกก็ได้รับการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์หลายจุด ทั้งฝากระโปรงคาร์บอนไฟเบอร์ดีไซน์ใหม่พร้อมช่อง S-Duct, ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ขึ้น, สปอยเลอร์หลังที่สูงกว่าเดิม และดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งใน Urus
ผลลัพธ์คือแรงต้านอากาศลดลง 3% และแรงกดอากาศเพิ่มขึ้นถึง 23% เมื่อเทียบกับ Urus SE รุ่นปกติ
ภายในห้องโดยสารยังคงกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตเต็มพิกัด ด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์จำนวนมาก หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 12.3 นิ้วที่ออกแบบใหม่ กราฟิกใหม่ ปุ่มควบคุมสไตล์เครื่องบิน และธีม “Feel Like a Pilot” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini
นอกจากนี้ยังเพิ่มโหมดการขับขี่ Rally Mode เข้ามาเสริมจาก Strada, Sport, Corsa และ EV Mode แม้ว่าหลายคนจะมองว่าบ้านที่แท้จริงของ Urus คันนี้คงยังเป็นถนนหรู ๆ ในดูไบ โมนาโก หรือไมอามี มากกว่าการลุยทางฝุ่นจริงจังก็ตาม
Lamborghini ยังไม่ประกาศราคาอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯ แต่คาดว่า Urus Performante SE จะเริ่มวางจำหน่ายช่วงต้นปี 2027 และมีราคาใกล้เคียง 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9,950,000 บาท ก่อนรวมภาษีนำเข้าและออปชันต่าง ๆ
แม้พลังจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ Urus Performante SE ก็สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของยุครถไฮบริดได้อย่างชัดเจน เพราะบางครั้ง “แรงขึ้น” ก็ไม่ได้แปลว่า “เร็วขึ้น” เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อแลกมากับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลายร้อยกิโลกรัม
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " เปิดตัว Lamborghini Urus Performante ใหม่ ขุมพลัง PHEV 801 แรงม้า พร้อมช่วงล่างใหม่ "