หน้าหลัก » Advertorial Suzuki Suzuki Ertiga TEST DRIVE รีวิวรถ » Group Test : รีวิว All New SUZUKI ERTIGA 2019 รถ 7 ที่นั่งขับสนุก ลุกนั่งสบาย ภายใต้ความอเนกประสงค์ลงตัวกว่าเดิม

Group Test : รีวิว All New SUZUKI ERTIGA 2019 รถ 7 ที่นั่งขับสนุก ลุกนั่งสบาย ภายใต้ความอเนกประสงค์ลงตัวกว่าเดิม

โพสโดย : rapee | วันที่ : 7 March 2019
หมวดหมู่ : Advertorial, Suzuki, Suzuki Ertiga, TEST DRIVE รีวิวรถ

Group Test : รีวิว All New SUZUKI ERTIGA 2019 รถ 7 ที่นั่งขับสนุก ลุกนั่งสบาย ภายใต้ความอเนกประสงค์ลงตัวกว่าเดิม

ERTIGA_0012

หลังจากที่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว All New SUZUKI ERTIGA 2019 อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้ดีไซน์สดใหม่ทั้งคัน ผสานกับฟังก์ชั่นที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์อย่างแตกต่าง

ล่าสุดได้จัดกิจกรรมให้สื่อมวลชนได้ร่วมทดสอบ บนเส้นทางที่หลากหลายของจังหวัดเชียงราย รวมระยะทางกว่า 160 กม. เพื่อพิสูจน์สมรรถนะในด้านต่างๆ ตลอดจนความสะดวกสบายอเนกประสงค์ในการใช้งานของรถยนต์ 7 ที่นั่ง

ERTIGA_0017

สำหรับ All New SUZUKI ERTIGA นับเป็นรถยนต์อเนกประสงค์เจเนอเรชั่นที่ 2 ของตระกูล โดยบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเข้าแบบทั้งคันจากประเทศอินโดนีเซีย ทำตลาดภายใต้นิยาม ‘Unlock Your Life ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต’ พร้อมทะยานสู่เส้นทางที่สนุกเร้าใจยิ่งกว่า

โดยในเมืองไทยจำหน่ายด้วย 2 ทางเลือกรุ่นย่อย GL ราคา 655,000 และ GX ราคา 695,000 บาท (ราคาพิเศษถึง 30 เมษายน 2562)

ERTIGA_0011

Exterior_0001

สำหรับกิจกรรมการทดสอบครั้งนี้ สื่อมวลชนได้ลัดฟ้าข้ามมาถึงดินแดนเหนือสุดของประเทศไทย นั่นคือจังหวัดเชียงราย เพื่อสัมผัสกับ All New Suzuki ERTIGA คันจริงอีกครั้งกันแบบละเอียด

โดยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนในด้านดีไซน์ กับรูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมด ที่เมื่อเทียบกันเจนฯ แรก ก็เห็นชัดว่าเจนฯ 2 นั้นถูกออกแบบให้ดูเรียบหรูกว่า เส้นสายตลอดคันเน้นการลื่นไหลมุมสันที่น้อยลง

โดยมีจุดนำสายตากับกระจังหน้าโครเมี่ยม ที่ผสานเข้ากับหน้าแบบฮาโลเจนโปรเจคเตอร์ ซึ่งล้อมกรอบด้วยแถบโครเมี่ยมอีกชั้นเพื่อให้ตัวเรือนไฟดูเพรียวบางลง

ต่ำลงมาเป็นไฟตัดหมอกทรงกลมอยู่ภายใต้กรอบพลาสติกสีดำ ซึ่งออกแบบให้เชื่อมยาวรับต่อเป็นชุดเดียวกันแผงช่องลมของชุดกันชน ซึ่งดูแล้วช่วยเสริมให้หน้ารถดูโฉบเฉี่ยวและมีมิติยิ่งขึ้น

Exterior_0021 Exterior_0015

ไฟท้ายดีไซน์ให้เป็นแบบสามมิติ โดยใช้หลอดไฟ LED เป็นไฟหรี่และไฟเบรก (เฉพาะรุ่น GX) ในส่วนล้อแม็กเป็นขนาด 15 นิ้ว มาพร้อมยาง DUNLOP ENASAVE ขนาด 185/65 R16

ERTIGA_0003

ตัวถังใหญ่ขึ้นในทุกมิติ

ยาว 4,395 มม. (+130 เดิม 4,265 มม.)

กว้าง 1,735 มม. (+40 เดิม 1,695 มม.)

สูง 1,692 มม. (+5 เดิม 1,685 มม.)

ระยะฐานล้อ 2,740 มม. (เท่าเดิม)

ความกว้างช่วงล้อ หน้า/หลัง 1,510 มม. (+30 เดิม 1,480) / 1,520 มม. (+30 เดิม 1,490 มม.)

ระยะความสูงจากพื้น 180 มม. (ต่ำกว่าเดิม 5 มม. เดิม 185 มม.)

ที่สำคัญสิ่งที่สวนทางจากมิติตัวรถที่ใหญ่ขึ้น คือน้ำหนักรวมอยู่ที่ 1,105 กก. (GL) / 1,135 กก. (GX) ลดน้อยลงกว่าเดิมถึง 50 กก. ซึ่งทั้งหมดเป็นผลดีที่เกิดจากการที่ All New SUZUKI ERTIGA เจนฯ 2 มีการเปลี่ยนมาใช้แพลทฟอร์มช่วงล่างแบบ HEARTECT ซึ่งมีรอยต่อน้อยนั่นเอง

ในขณะที่รัศมีวงเลี้ยวยังเท่าเดิมคือ 5.2 เมตร ความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร

Interior_0002

Interior_0037Interior_0038Interior_0039Interior_0008Interior_0012

Interior_0013Interior_0022Interior_0023Interior_0021Interior_0025

ภายใน ห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวาง โปร่งสบาย สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่

ท้าทายทุกการขับขี่ด้วยพวงมาลัย D-shape ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพิ่มพื้นที่วางขามากขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วยบลูทูธ  เพิ่มความรู้สึกเรียบหรูแต่ดุดันด้วยคอนโซลลายไม้

อัดแน่นด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย อาทิ ช่องเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V ถึง 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start

20190215_084857

20190215_090000

ให้ความเย็นสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง พร้อมช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้

Interior_0033Interior_0032Interior_0031Interior_0030

พร้อมรองรับการใช้งานอย่างอเนกประสงค์และหลากหลายกับเบาะนั่งแถว 2 ที่ปรับได้แบบ 60:40 นอกจากนี้ยังปรับเลื่อนระยะหน้า-หลังได้ถึง 240 มม. ส่วนเบาะแถว 3 ปรับได้ 50:50 ส่วนด้านหลังสุดยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีความจุเก็บสัมภาระถึง 199 ลิตร (โดยพื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะแถว 3 จุได้ 550 ลิตร และเมื่อรวมทั้งหมดได้ 803 ลิตร

20190226_093228

อีกหนึ่งจุดที่นับเป็นความโดดเด่นของ All New SUZUKI ERTIGA บานประตูในแถวสองมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้การเข้า-ออกรถมีความสะดวก

อีกทั้งยังออกแบบให้ประตูสามารถเปิดกว้างได้ถึง 3 จังหวะ คือ 27, 48 และ 67 องศา ซึ่งข้อดีของประตูแบบนี้เมื่อเทียบกับประตูที่เปิดออกแบบจังหวะเดียว คือไม่ต้องกังวลว่าเวลาจอดในพื้นที่แคบๆ เมื่อเปิดประตูแล้วจะไปกระแทกกับเสาหรือรถคันด้านข้าง

Engine_0001

เครื่องยนต์เบนซิน บล็อกใหม่รหัส K15B 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดแบบมัลติพอยท์ อัตราส่วนการอัด 10.5 : 1 กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ในขณะที่ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ  4 จังหวะ อัตราทดเกียร์ 1 : 2.857, 2 : 1.568, 3 : 1.000, 4 : 0.696 และเกียร์ถอยหลัง 2.300 อัตราทดเฟืองท้าย 4.278 ระบบบังคับเลี้ยว แร็คแอนพิเนียน (ไฟฟ้า) รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร

ระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอสันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกัรโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมคอยล์สปริง สำหรับระบบเบรกหน้ามาในรูปแบบดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน ส่วนด้านหลังเป็นดรัมเบรก

ปลอดภัยยิ่งขึ้น กับแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย ช่วงล่างทำจากเหล็ก High Tensile เชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกันให้ความแข็งแกร่งและปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทนทานด้วยโครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้าทำให้ทนทานต่อการสึกหรอ ระบบ NVH ให้การขับขี่นุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือน พร้อมลดเสียงรบกวนตลอดเส้นทาง

มั่นใจในความปลอดภัยด้วยระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล

ระบบ ESP ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และมีจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ISOFIX และ Top tether สำหรับเด็กอีกด้วย

All New Suzuki ERTIGA มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Radian Red, Magma Grey, Pearl White Snow และ Prime Cool Black โดยมี 2 รุ่น คือ GL (AT) และ GX (AT) พร้อมกันได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิกว่า 121 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ

TESTDRIVE_0063

การทดสอบ ถูกวางให้สื่อมวลชนได้ขับ All New SUZUKI ERTIGA บนเส้นทางที่หลากหลายทั้งหลวงข้ามจังหวัด ขึ้น-ลงเขา และสภาพจราจรที่คับคั่งในเมือง โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ โรงแรมเลอ เมอริเดียน-ไร่ชาฉุยฟง, ไร่ชาฉุยฟง-สามเหลี่ยมทองคำ และสามเหลี่ยมทองคำ-สนามบินแม่ฟ้าหลวง รวมระยะทาง 160 กม.

TESTDRIVE_0039

โดยเริ่มสตาร์ท จากโรงแรมเลอ เมอริเดียน มุ่งหน้าสู่ไร่ชาฉุยฟง ขับกันแบบฟรีรัน ซึ่งเส้นทางช่วงแรกเราได้พิสูจน์ความคล่องตัวในการขับใช้งาน เนื่องจากต้องผ่านเขตเมืองและมีสภาพจราจรที่คับคั่ง (ทล.1)

แน่นอนว่า ERTIGA ไม่ทำให้ผิดหวัง การเคลื่อนที่เพื่อเปลี่ยนเลนไปในช่องทางที่ลื่นไหลก็สามารถทำได้ง่าย ซึ่งเป็นผลจากทัศนะวิสัยเมื่อมองผ่านกระจกข้าง-กระจกมองหลัง ไม่มีมุมอับสายตา ทำให้ผู้ขับเห็นสิ่งแวดล้อมรอบๆ ได้อย่างถนัดตา

ผสานกับพวงมาลัยที่เป็นแร็คแอนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า นั่นจึงช่วยให้การคอนโทรลทิศทางในช่วงความเร็วต่ำทำได้อย่างว่องไวและเบามือ ตรงกันข้ามเมื่อขับด้วยความเร็วไปที่ระดับ 100 กม./ชม. ขึ้นไป อาจรู้สึกได้ว่าพวงมาลัยนั้นไวและหน่วงมือน้อยไปสักนิด ซึ่งหากเผลอโยกพวงมาลัยแรงๆ อาจจะรู้สึกถึงอาการหวิวๆ อยู่บ้าง ฉะนั้นผู้ขับมือใหม่ควรต้องปรับตัวให้คุ้นชินกับคาแร็คเตอร์นี้พอสมควร

Dynamic_0001

เมื่อพ้นจากเขตเมืองมาถึงแยกแม่สลอง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางสายย่อย (ทล.1130) ถนนเปลี่ยนเป็นสองเลนสวน และเป็นโค้งสลับซ้าย-ขวา เกือบตลอดทาง

ช่วงนี้นับเป็นการพิสูจน์ประสิทธิภาพของระบบช่วงล่างอย่างเต็มที่ และสิ่งที่สัมผัสได้คือ ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนนั้นอยู่ในเกณฑ์ระดับน่าพอใจ สามารถเคลื่อนตัวเข้าโค้งแบบต่อเนื่องโดยรถไม่เสียอาการ

แต่อย่างไรก็ดีผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้ายังรู้สึกได้ถึงความโคลงเคลงอยู่บ้าง ซึ่งคาดว่าเป็นอาการที่เกิดจากฟองน้ำของเบาะนั้นค่อนข้างนิ่มและยวบจนเกินไป ซึ่งเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางในลักษณะนี้บ่อยๆ คนนั่งเสี่ยงต่ออาการเวียนหัวได้

TESTDRIVE_0058

นอกจากนี้ในบางช่วงที่ต้องเจอกับรถด้านหน้าที่ขับช้า เมื่อต้องการเร่งแซงนับว่าทำได้ค่อนข้างมั่นใจ สมรรถนะของเครื่องยนต์บล็อกใหม่ K15B สามารถตอบสนองค่อนข้างดี

ในจังหวะที่กดคันเร่งรอบเครื่องกวาดขึ้นอย่างลื่นไหล ผสานกับการทำงานของเกียร์ที่เปลี่ยนอัตราทดได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รถสามารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าแบบไม่ต้องลุ้นหรือขยี้คันเร่งกันจนเหนื่อย

เรียกว่าการออกตัวจากหยุดนิ่งๆ หรือการเรียกกำลังในช่วงต้นถือว่าน่าประทับใจทีเดียว

TESTDRIVE_0059

ช่วงที่สอง เส้นทางจากไร่ชาฉุยฟง-สามเหลี่ยมทองคำ ใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สาย (ทล.1) แล้วต่อเนื่องไปยังอำเภอเชียงแสน (ทล.1290) โดยรูปแบบของเส้นทางส่วนใหญ่เป็นโค้งยาวๆ ต่อเนื่อง และสามารถใช้ความเร็วได้ จึงเป็นอีกช่วงที่ได้สัมผัสกับพละกำลังกันอย่างเต็มที

สิ่งที่สัมผัสได้เรียกว่าเหนือความคาดหมายสำหรับรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง สมรรถนะของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ตอบสนองได้สนุกและเร้าใจกว่าที่คิด อัตราเร่งมาไว และรอบไม่ตกเวลาเกียร์เปลี่ยนอัตราทด

ช่วงความเร็วลอยตัว 80-100 กม./ชม. การเติมคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็วทำได้ต่อเนื่องมาค่อนข้างไว และไม่มีอาการรอรอบ ตัวรถพุ่งทะยานได้แบบเนียนๆ

โดยความเร็ว 90 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์ 2,200 รอบ/นาที, 100 กม./ชม. 2,500 รอบ/นาที, 110 กม./ชม. 2,750 รอบ/นาที, 120 กม./ชม. 3,000 รอบ/นาที, 130 กม./ชม. 3,200 รอบ/นาที และ 140 กม./ชม. 3,500 รอบ/นาที

ในขณะที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบ โดยการคำนวณจากหน้าจอบนรถอยู่ที่ 12.7 กม./ลิตร (บนสภาพเส้นทางและการจราจรที่หลากหลาย มีขึ้น-ลงเขา และใช้ความสูง)

TESTDRIVE_0024

Dynamic_0010

ช่วงที่สาม สามเหลี่ยมทองคำ-สนามบินแม่ฟ้าหลวง เป็นอีกหนึ่งช่วงทดสอบที่ขับด้วยความเร็วได้ ก่อนจะผ่านเข้าสู่เขตที่มีจราจรคับคั่ง ซึ่งเราได้โฟกัสไปที่ความสะดวกสบายในห้องโดยสาร

ด้วยการลองย้ายมานั่งตำแหน่งเบาะแถวสอง ซึ่งพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าสบาย พื้นที่ทั้งในส่วนของเฮดรูมและเลครูมเหลือเยอะมาก คนรูปร่างท้วมและสูงหมดห่วง

และเมื่อลองย้ายมานั่งในแถวสาม ซึ่งส่วนใหญ่รถสไตล์นี้จะนั่งได้เฉพาะเด็กๆ เท่านั้น แต่สำหรับ All New SUZUKI ERTIGA ผู้ใหญ่ความสูงระดับ 160-170 ซม. ยังพอที่นั่งได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสบายเหมือนเบาะแถวสอง

อีกหนึ่งจุดหนึ่งที่เป็นจุดเด่นคือ ความเงียบภายในห้องโดยสาร เสียงลมและเสียงเครื่องยนต์เล็ดรอดเข้ามาในห้องโดยสารน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม HEARTECT ซึ่งมีรอยต่อน้อย อีกทั้งยังมีระยะความสูงจากพื้นต่ำลง ทำให้ลมที่ไหลผ่านมาปะทะกับชิ้นส่วนใต้ท้องรถน้อยลงไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการซีลปิดในจุดที่เสี่ยงต่อการที่จะเกิดเสียงรบกวนถึงสองชั้น

TESTDRIVE_0004

สรุป : แม้ว่าเป็นการทดสอบในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็สามารถพิสูจน์สมรรถนะและประสิทธิภาพของ All New SUZUKI ERTIGA ได้ในระดับหนึ่ง โดยรวมนับว่าเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนยุคปัจจุบันได้ค่อนข้างตรงจุด

ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการรถยนต์ที่ความคุ้มค่า สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ด้วยคุณลักษณะที่ไม่ใช่เฉพาะเจาะจงไปกับการใช้งานแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งจะใช้เดินทางไกลๆ พร้อมกับผู้โดยสารหลายคนก็สะดวกสบาย หรือจะขับในเมืองก็มอบความคล่องตัว

ภายใต้สมรรถนะของเครื่องยนต์พิกัด 1.5 ลิตร กับพละกำลัง 105 แรงม้า นับว่าเหมาะสม และเพียงพอต่อการใช้งาน และความปลอดภัยที่ติดตั้งแบบรถรุ่นใหม่พึงมี ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงราคาไม่เกิน 7 แสนบาท นับว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจทีเดียวครับ

ดูตารางผ่อนคลิก https://www.9carthai.com/all-new-suzuki-ertiga-price/

ERTIGA_0012ERTIGA_0017ERTIGA_0011Exterior_0001Exterior_0005Exterior_0004Exterior_0010Exterior_0015Exterior_0021Interior_0002Interior_0006Interior_0008Interior_0012Interior_0022Interior_0023Interior_0013Interior_0025Interior_0009Interior_002120190215_09000020190215_08485720190215_08543520190226_093228Interior_0038Interior_0039Interior_0034Interior_0035Interior_0031Interior_0030Interior_0033Engine_0002Engine_0001TESTDRIVE_0057ERTIGA_0003Dynamic_0030Dynamic_0022Dynamic_0007TESTDRIVE_0059TESTDRIVE_0004TESTDRIVE_0024TESTDRIVE_0028TESTDRIVE_0058TESTDRIVE_0039TESTDRIVE_0063TESTDRIVE_0066


รถใหม่ 2020

รถยอดนิยม

Ford Ranger ราคา 528,000.

Ford Everest ราคา 1,299,000.


Mazda 2 ราคาเริ่มต้น 546,000.
Mazda 3 ราคาเริ่มต้น 969,000.


Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000.
Nissan Kicks ราคาเริ่มต้น 889,000.


Toyota Fortuner ราคาเริ่มต้น 1,319,000.
Toyota Revo ราคาเริ่มต้น 544,000.
Toyota Vios ราคาเริ่มต้น  609,000.
Toyota Yaris ATIV 4 ประตู ราคาเริ่มต้น 529,000.
Toyota Yaris 5 ประตู ราคาเริ่มต้น 539,000.
Toyota Corolla Cross ราคาเริ่มต้น 989,000.


Honda City ราคาเริ่มต้น 579,500.
Honda Civic ราคาเริ่มต้น 874,000.
Honda Jazz ราคาเริ่มต้น 555,000.


โตโยต้า อัลติส| โตโยต้า รีโว | Honda City | Honda Civic | Honda Jazz  | โคโลราโด | แคปติวามาสด้า 2 | Mazda CX-5 | นิสสัน อัลเมร่า | นิสสัน คิกส์ | นิสสัน เทียน่า | Suzuki Swift | มิราจ | แอททราจ | ISUZU D-MAX | ISUZU MU-X




Sales ประจำเว็บนะครับ

BMW 096-998-2498 K.ดวงใจ (ตูน) BMW Europa Motor พระราม 2/ Id Line : @dealeuropa
Chevrolet 098-3856935 K.เต้ (ปทุมธานี), LINE : taekincha​
Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2
Honda 085-082-2662 K.บอล *HONDA สาธุประดิษฐ์ Line ID : ballz12345
Hyundai 097-249-3639 K.พล Line ID : nine_pon
ISUZU 087-332-1320 K.อาม เพชรเกษม Line ID : armisuzu108
Mazda 092-8687997 K.แบงค์ สาขาสุขุมวิท 65 ID Line : bankmazda
Mercedes-Benz 082-5445292 K.หนุ่ย Benz Metro Autohaus พระราม 2 ID Line : 0825445292
MG 084-0050440 K.บี สาขาเพชรเกษม 65 บางแค Line : beblaire
MINI 065-6479399 K.เปิ้ล สาขาพระราม 4 และ เอกมัย Millennium Auto / / Id Line : noople_mini
Mitsubishi 081-6155139 K.จิมมี่ มิตซูวิภาวดี / Line id : Jimmy_Srisuda
Nissan 062-4196289 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่ ID LINE : ae-nissan
Suzuki 089-508-9575 K.ข้าวเม่า *จอมทอง Line : @dfg4137a
Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *รามคำแหง / Id-Line : 0895064177
* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ
** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ
*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.