
BYD ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) รายใหญ่ของจีน ประกาศเป้าหมายสุดท้าทายว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้า บริษัทต้องการก้าวขึ้นเป็น ผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายมากที่สุดในโลก แซงหน้า Toyota โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐอเมริกาเลย
คำยืนยันนี้มาจาก Stella Li รองประธานบริหารของ BYD ซึ่งเปิดเผยหลังจากบริษัทเพิ่งฉลองการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่สะสมครบ 17 ล้านคัน ถือเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์สำคัญของแบรนด์จีนรายนี้
หากย้อนดูการเติบโตของ BYD จะเห็นว่าเร่งความเร็วอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครบ 1 ล้านคันในเดือนพฤษภาคม 2021 ก่อนจะเพิ่มเป็น 10 ล้านคันในเดือนพฤศจิกายน 2024 และล่าสุดใช้เวลาเพียง 6 เดือน ในการขยับจาก 15 ล้านคันเป็น 17 ล้านคัน สะท้อนถึงกำลังการผลิตที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
ข้อมูลจาก China EV DataTracker ระบุว่า หลังจากยอดขายรถยนต์นั่งของ BYD ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนต่อเนื่องนานถึง 8 เดือน บริษัทก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม 2026 เนื่องจากหันมาให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น
ในช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2026 (H1 2026) BYD มียอดขายทั่วโลก 1,777,321 คัน ลดลง 16.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยอดขายในจีนลดลงถึง 45.9% เหลือ 795,169 คัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง มีแนวโน้มจะช่วยชดเชยยอดขายในประเทศได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
Stella Li ระบุว่า เป้าหมายการแซง Toyota จะมาจาก การเติบโตแบบออร์แกนิก (Organic Growth) หรือการขยายธุรกิจด้วยศักยภาพของบริษัทเอง ไม่ได้อาศัยการเข้าซื้อกิจการ
และแม้ว่าสหรัฐฯ จะยังคงตั้งกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์จากจีนในระดับสูง แต่ BYD ก็เชื่อว่าสามารถบรรลุเป้าหมายได้ โดยจะมุ่งเน้นการขยายตลาดใน ยุโรป, ละตินอเมริกา, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย เป็นหลัก
แม้ปัจจุบัน BYD จะไม่มีแผนซื้อกิจการผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นเพื่อเร่งยอดขาย แต่ Stella Li ก็ยอมรับว่า หากในอนาคตมีโอกาสที่เหมาะสม บริษัทก็ไม่ปิดโอกาสในการเข้าซื้อ แบรนด์รถหรูจากยุโรป อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
ก่อนหน้านี้ Wang Chuanfu ผู้ก่อตั้งและประธาน BYD ก็เคยประกาศเป้าหมายเดียวกันว่า บริษัทจะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของโลกภายใน 5 ปี โดยเชื่อว่าปัจจัยสำคัญจะมาจาก เทคโนโลยีการชาร์จที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดต่างประเทศ
สำหรับตัวเลขยอดขาย ปีที่ผ่านมา BYD จำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกได้ 4.55 ล้านคัน ขณะที่ Toyota ทำยอดขายได้ประมาณ 10.5 ล้านคัน (ไม่รวม Daihatsu และ Hino)
ส่วนเป้าหมายของ BYD ในปี 2026 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลกไว้ที่ 5.0–5.5 ล้านคัน โดยในจำนวนนี้คาดว่าจะเป็นยอดขายจากต่างประเทศถึง 1.5 ล้านคัน ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการไล่ล่าตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของโลกในอนาคต
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป





แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " BYD ตั้งเป้าแซง Toyota ขึ้นแท่นเบอร์ 1 โลกในอีก 5 ปี แม้ไม่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตัวช่วย "