
Bugatti ประกาศปิดฉากเครื่องยนต์ระดับตำนาน W16 ขนาด 8.0 ลิตร Quad-Turbo อย่างเป็นทางการ หลังรถ Bugatti W16 Mistral คันสุดท้ายออกจากสายการผลิตที่โรงงาน Molsheim ประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นการสิ้นสุดยุคของขุมพลัง 16 สูบที่สร้างชื่อเสียงให้แบรนด์มายาวนานกว่า 20 ปี
อย่างไรก็ตาม แม้การผลิตรถรุ่นปกติจะจบลงแล้ว แต่สำหรับลูกค้าระดับมหาเศรษฐี ยังมี “ช่องพิเศษ” ที่ทำให้สามารถครอบครองรถเครื่องยนต์ W16 คันใหม่ได้อยู่

เมื่อปีที่ผ่านมา Bugatti เปิดตัวโครงการ Programme Solitaire ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าระดับวีไอพีสามารถสั่งสร้างรถ One-Off หรือผลิตจำนวนจำกัดตามความต้องการ โดยยังสามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มและเครื่องยนต์เดิม รวมถึงเครื่องยนต์ W16 ได้
จนถึงตอนนี้มีรถที่ถูกสร้างผ่านโครงการนี้แล้ว เช่น
ทั้งสองรุ่นยังใช้เครื่องยนต์ W16 และโครงสร้าง Monocoque ของ Chiron ที่ Bugatti เก็บสำรองเอาไว้ ดังนั้น แม้สายการผลิตจะปิดลงแล้ว แต่เครื่องยนต์ W16 ก็ยังไม่ถึงกับหายไปเสียทีเดียว

สำหรับ Bugatti W16 Mistral เปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ปี 2022 พร้อมประกาศผลิตเพียง 99 คันทั่วโลก
รถคันสุดท้ายโดดเด่นด้วยตัวถังสีทูโทน Pearl และ Sparkle ส่วนห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังสี Magnolia และ Grey Carbon Matt พร้อมรายละเอียดพิเศษจากแผนกตกแต่งเฉพาะบุคคล Bugatti Sur Mesure

หนึ่งในไฮไลต์ของรถคันนี้คือการเปลี่ยนจากรูปปั้น ช้างเต้นรำ (Dancing Elephant) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti มาเป็น หัวเหยี่ยวอะลูมิเนียม บนคันเกียร์ เพื่อสะท้อนถึงรากเหง้าของเจ้าของรถที่มาจากตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดสุดประณีตอีกมากมาย เช่น

ตลอดช่วงการผลิต Mistral ยังมีเวอร์ชันสั่งทำพิเศษจากแผนก Sur Mesure อีกหลายคัน ไม่ว่าจะเป็น
รวมถึงรุ่นที่โด่งดังที่สุดอย่าง World Record Car

หนึ่งใน Mistral ที่โด่งดังที่สุดคือ Bugatti W16 Mistral World Record Car ซึ่งขับโดยนักแข่งชื่อดัง Andy Wallace และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 453.91 กม./ชม. (282 ไมล์/ชม.)
สร้างสถิติรถเปิดประทุนที่เร็วที่สุดในโลก ก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในคอลเลกชันส่วนตัวของเจ้าของร่วมกับ Bugatti รุ่นทำสถิติความเร็วคันอื่น ๆ
ว่ากันว่ารถคันนี้มีมูลค่าสูงถึง 14 ล้านยูโร (ประมาณ 538 ล้านบาท) ขณะที่ Mistral รุ่นปกติเริ่มต้นที่ราว 5 ล้านยูโร (ประมาณ 192 ล้านบาท)

Bugatti W16 Mistral ใช้เครื่องยนต์ 8.0 ลิตร W16 Quad-Turbo เวอร์ชันสุดท้าย ให้กำลังสูงสุด
ซึ่งเป็นสเปกเดียวกับ Bugatti Bolide รถไฮเปอร์คาร์สำหรับสนามแข่ง

การสิ้นสุดสายการผลิต W16 Mistral เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ Bugatti เปิดโรงงานแห่งใหม่ “La Manufacture” อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะกลายเป็นฐานการผลิตของ Bugatti Tourbillon และไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ในอนาคต
แม้เครื่องยนต์ W16 จะอำลาสายการผลิตหลักไปแล้ว แต่ตำนานของมันยังคงถูกจารึกในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์วงการยานยนต์ และสำหรับลูกค้ากระเป๋าหนัก โอกาสที่จะได้ครอบครอง W16 คันใหม่ก็ยังไม่หมดลงเสียทีเดียว
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Bugatti W16 Mistral คันสุดท้ายออกจากโรงงาน ปิดฉากขุมพลัง W16 8.0L Quad-Turbo ในตำนาน "