
Honda เพิ่งตัดสินใจ “คืนชีพ” แนวคิดเก่า ด้วยการแยกทีมวิจัย (R&D) ออกมาให้มีอิสระมากขึ้นอีกครั้ง ให้วิศวกรคิด ทดลอง และสร้างอะไรใหม่ ๆ ได้แบบไม่ต้องโดนระบบองค์กรใหญ่ควบคุมมากเกินไป ซึ่งจริง ๆ แล้วแนวทางนี้เคยใช้มาตั้งแต่ปี 1960 และเคยพา Honda ไปไกลมาก ทั้งเครื่องยนต์ CVCC ที่ปล่อยมลพิษต่ำในยุค 70s และ Civic รุ่นแรกที่ดังในอเมริกา ก็เกิดจากความคิดแบบนี้ทั้งนั้น
แต่พอปี 2020 Honda เปลี่ยนเกม รวมทุกอย่างเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ทำงานเร็วขึ้น ลดความซับซ้อน ฟังดูดีใช่ไหม แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป๊ะอย่างที่คิด เพราะในโลกความจริงตอนนี้ “คู่แข่งจีน” มาแรงโคตร ๆ โดยเฉพาะ BYD กับ Geely ที่พัฒนารถใหม่เร็วจัด ๆ ใช้เวลาแค่ประมาณ 18 เดือนก็คลอดรุ่นใหม่ได้แล้ว แถมยังมีซอฟต์แวร์ล้ำ ๆ กับโรงงานอัตโนมัติอีกต่างหาก
จน CEO ของ Honda ไปดูงานที่จีนแล้วถึงกับพูดตรง ๆ เลยว่า “เราไม่มีทางสู้พวกนี้ได้” ฟังแล้วจุก แต่ก็สะท้อนว่าช่องว่างมันเริ่มกว้างจริง
ยอดขาย Honda ในจีนลดลงต่อเนื่อง และปี 2025 ร่วงไปถึง 24% โรงงานก็ใช้ไม่เต็มกำลัง แถมแผนรถใหม่บางส่วนยังต้องชะลออีก ต่างจากฝั่ง Toyota หรือ Nissan ที่เลือกจับมือกับบริษัทจีน เพื่อเรียนรู้และเร่งพัฒนา EV ราคาถูกออกมาแข่ง
แต่ Honda เลือกอีกทาง คือ “พยายามแก้เกมจากภายใน” ปล่อยวิศวกรให้คิดอิสระอีกครั้ง หวังว่าจะจุดไฟนวัตกรรมกลับมาเอง พร้อมกันนั้นก็เล็งอินเดียเป็นฐานผลิต EV ใหม่ เพราะต้นทุนต่ำและกำลังพัฒนาเร็ว รวมถึงมีแผนทำรถไฟฟ้าระดับโลกในช่วงปลายทศวรรษนี้ด้วย
สรุปง่าย ๆ Honda ตอนนี้เหมือนกำลังเดิมพันครั้งใหญ่ ยอมถอยกลับไปใช้สูตรความสำเร็จในอดีต เพื่อหวังว่าจะเอามาสู้กับอนาคตที่จีนกำลังเร่งเครื่องอยู่เต็มสปีด ซึ่งจะเวิร์กไหม อันนี้ต้องรอดูยาว ๆ เลย
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Honda เปลี่ยนเกม! แยกทีม R&D ย้อนสูตรยุค 60s หวังสู้ EV จีน "