หน้าหลัก » Ducati มอเตอร์ไซค์ » จากใจผู้ใช้จริง!! เป็นเจ้าของรถ Ducati 899 Panigale 5 ปี ขายขาดทุนเกือบ 1 ล้าน เพราะอะไร? มาดูกันครับ

จากใจผู้ใช้จริง!! เป็นเจ้าของรถ Ducati 899 Panigale 5 ปี ขายขาดทุนเกือบ 1 ล้าน เพราะอะไร? มาดูกันครับ

โพสโดย : kraisorn | วันที่ : 12 May 2020
หมวดหมู่ : Ducati, มอเตอร์ไซค์

จากใจผู้ใช้จริง!! เป็นเจ้าของรถ Ducati 899 Panigale 5 ปี ขายขาดทุนเกือบ 1 ล้าน เพราะอะไร? มาดูกันครับ

Ducati 899 Panigale

กราบสวัสดีเพื่อนๆ ผู้อ่านชาว 9CARTHAI ทุกท่าน หากพูดถึงมอเตอร์ไซค์ในฝันเชื่อว่าหลายคนคงเทใจไปให้สายพันธุ์ Super Sport ตัวระดับ 1,000 ซีซี. เป็นแน่ แต่เคยสงสัยไหม? ล่ะครับว่า การครอบครองเจ้ามอเตอร์ไซค์สุดเท่ราคาแสนโหดนั้น เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนกันเท่าไหร่ วันนี้ทางทีมงานได้ไปเจอบทความที่น่าสนใจจาก guTz  ผู้ครอบครอง Ducati 899 Panigale เป็นระยะเวลา 5 ปี ว่าหมดเงินไปแล้วเท่าไหร่? 

สวัสดีอย่างเป็นทางการก่อนครับ หลังจากเคยเขียนถึงรถที่ตัวเองยังครอบครองอยู่ไปแล้ว 2 กระทู้ คือ Honda CBR1100XX Super Blackbird และ Honda CRF1000L Africa Twin ซึ่งทั้ง 2 กระทู้นั้น จะเน้นไปที่การใช้งานเป็นหลัก ว่าดีไม่ดียังไง

แต่สำหรับครั้งนี้ กับ Ducati 899 Panigale ผมจะขอเน้นไปที่เรื่อง ค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่อยากครอบครอง รถ Super Sport (รวมถึงรถ Superbike ด้วย เพราะค่าใช้จ่ายไม่น่าต่างกันเท่าไหร่) เป็นหลักนะครับ รถในคลาสนี้ ก็พวกรถ Sport class 600 ซีซีขึ้นไป ถึง 1,000 ซีซี. หรือเกินพัน แบบ Ducati 1299 Panigale

แต่ก็อาจจะเอาค่าใช้จ่ายบางอย่างไปอ้างอิง กับพวกรถประกอบไทย เช่น ตระกูล Honda CB650, Kawasaki Z650, Kawasaki Z800 พวกนั้นด้วยก็ได้ครับ เพราะค่าซ่อมบำรุง ค่าแรงจะค่อนข้างเท่ากัน แต่อะไหล่สิ้นปลือง ของรถประกอบไทยจะถูกกว่าประมาณหนึ่ง

สาเหตุที่เขียนกระทู้นี้ขึ้นมา นอกจากจะเพื่อหาเพื่อนคุยแล้ว ก็อยากแบ่งปันเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะกันครับ เพราะรถคลาสพวกนี้ มันเกินคำว่าใช้งานในชีวิตประจำวันไปเยอะ มันคือของเล่นล้วนๆ และด้วยราคาในปัจจุบันนี้ ที่มันก็ลงมาให้จับต้องได้มากกว่า 14-15 ปีที่แล้ว ที่ผมเริ่มเล่นรถพวกนี้ใหม่ๆ มาก

ทำให้หลายๆ คน อาจจะหลงเข้ามา ด้วยความชอบรูปลักษณ์ ความอยาก หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วสุดท้าย ก็จอดทิ้งเฉยๆ เป็นปี และขายทิ้งไปถูก ๆ เพราะตลาดมือ 2 ตอนนี้รถมันเต็มไปหมด บางคนขาดทุนกัน 4-5 แสน ในเวลา ไม่ถึงปี ซึ่งถ้าเป็นคนรวย อยู่แล้ว อาจจะไม่คิดอะไรมาก

แต่สำหรับพนักงานเงินเดือนส่วนใหญ่ ผมเชื่อว่ากว่าเราจะหาเงินมาซื้อรถได้ซักคัน มันลำบากมาก ดังนั้นนอกจากความชอบในเรื่องรูปลักษณ์ และความอยากส่วนตัวแล้ว เรื่องค่าใช้จ่าย ก็ เป็นอีกเรื่องที่ทุกคนควรนึกถึงนะครับ

จากใจ คนที่เจ็บมาเยอะ

1
2
3
เอาล่ะมาเริ่มต้นกันที่ว่าทำไมถึงต้องเป็น Ducati 899 Panigale พื้นฐานเนี่ย ผมจะใช้รถในการขี่ท่องเที่ยวเป็นหลักนะครับ ย้อนไปตั้งแต่ปี 2006 ที่เริ่มกับ Honda CB400 Super4 ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Honda CBR1100XX ตามที่เล่าไปในกระทู้ที่แล้ว ทีนี้ระหว่างนั้นเนี่ย นอกจากตัวเองจะชอบขี่เที่ยวแล้ว อีกสไตล์การขี่ที่ชอบมากเหมือนกัน ก็คือการขี่สนามแข่ง

แต่ช่วงแรก ๆ ที่ได้ลองเอา Honda CBR1100XX ไปลงสนาม แล้วพบว่ามันไม่ตอบโจทย์ครับ เราไม่สามารถใช้งานมันโหดๆ หนักๆ ในสนามได้ ทั้งเรื่องสรีระของรถ และความห่วง กลัวพัง อะไรก็ตามแต่ ตอนนั้นก็เลยเริ่มด้วย ไปซื้อ Honda CBR150 (ตัวคาร์บู ฯ) มาใช้ก่อน

4
กะว่า ล้มไปก็ช่างมัน พังก็ช่างมัน เพราะเอาไว้ขี่สนามอย่างเดียว ซึ่งก็พังสมใจ แต่พังจากอุบัติเหตุบนถนนนะครับ ไปขี่เร็วตอนฝนตก รถล้ม ตัวรถสไลด์เข้าไปใต้รถเมล์ โดนเหยียบช่วงหน้าพังทั้งแถบ ก็เลยซ่อมแล้วขายทิ้งและไปซื้อ Honda CBR250 ตัวแรก มาใช้ในสนามแทน

5
6
ใช้ไปซักพัก ล้มในสนามไปอีกครั้งสองครั้ง ก็ขายไป แล้วก็ต้องไปทำงานต่างประเทศ 2 ปี กลับมา เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง อยากได้รถสนามใหม่อีกซักคัน ตอนนั้นเล็งไว้แค่ 2 รุ่นครับ คือ Ducati 899 Panigale นี่ล่ะ กับ Honda CBR1000RR สาเหตุไม่มีอะไรมาก แค่เพราะว่า 2 รุ่นนี้ มันเป็นรถมือหนึ่ง ในคลาส Sport bike ที่ถูกที่สุดในตอนนั้นครับ

ตัวพันญี่ปุ่น รุ่นอื่น ยังราคาอยู่ที่แปดแสนกว่า Ducati 1199 หรือ BMW S1000RR ยังเป็นตัวประกอบนอก ราคาล้านกว่า รถมือสอง ซึ่งห้าปีที่แล้ว ยังไม่เยอะแบบตอนนี้ ราคาก็อยู่ที่ 5-7 แสน ทั้งนั้น ซึ่ง Ducati  899 Panigale ราคา 757,900 บาท กับ Honda CBR1000RR ตัวนกแก้ว สเปคไทย ราคาอยู่ที่ 643,000 บาท มั้ง ถ้าจำไม่ผิด

ผมตั้งงบไว้ประมาณ 6-7 แสนนี่ล่ะ เลยตัดสินใจเอา Ducati 899 Panigale เพราะ นอกจากเรื่องราคาที่รับได้แล้ว มันก็สวยมาก กับอีกอย่างคือ feeling ของเครื่อง inline4 ผมเข้าใจแล้ว เพราะใช้มานานกับ Honda CBR1100XX ครั้งนี้ก็เลยอยากลอง L-Twin บ้าง จึงมาจบที่ Ducati 899 Panigale ครับ

7
8
9
10
11
12

13
ตารางข้างบน จริง ๆ ภายใน Exel แต่ล่ะช่องผมจะใส่เป็น Comment ไว้นะครับ ว่าจำนวนเงินที่เขียนไว้นั้น จ่ายไปกับอะไร วันที่เท่าไหร่ แต่ไม่ต้องสนใจมากก็ได้ครับ เพราะเดี๋ยวผมจะสรุปคร่าว ๆ ให้อ่านตามข้างล่างอยู่แล้ว

โดยรายจ่ายทั้งหมดผมจะแยกออกเป็น 5 เรื่องใหญ่ ๆ นะครับ คือ

– ราคารถจริงและดอกเบี้ย
– ค่าประกันภัย + ภาษี
– ราคาเข้าศูนย์ เช็คตามระยะ
– ราคาอะไหล่สิ้นเปลือง เช่น ผ้าเบรก ยาง
– ของแต่ง

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องแรกกันเลย คือ

ราคารถจริง และดอกเบี้ย

จากตารางด้านบน จะเห็นเลยนะครับ ว่าจากราคารถจริง 757,900 บาท ผมดาวน์ไป 30% เป็นเงิน 227,370 บาท จัดไฟแนนซ์ 530,530 บาท ผ่อน 4 ปี ดอกเบี้ย 4.9% คิดเป็นเงินผ่อนเดือนล่ะ 13,220 บาท ถ้าผ่อนครบ 4 ปี จะเท่ากับจ่ายเงินไปทั้งหมด 227,370 + (13220 * 48) เท่ากับ 861,930 บาท นั่นคือ จ่ายดอกเบี้ยไปทั้งหมด 861,930 – 757,900 เท่ากับ 104,030 บาท

เงินส่วนดอกเบี้ยนี้ จะแปรผกผันกับจำนวนเงินดาวน์นะครับ ยิ่งดาวน์เยอะ ดอกเบี้ยยิ่งน้อย จำนวนดอกเบี้ยคิดเป็นเปอร์เซ็นก็สำคัญ รถมือหนึ่ง ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ เรท 3-5 % ต่อปี ขณะที่รถมือสอง จะอยู่ที่เรท 6-10 เปอร์เซ็น

ดังนั้น ใครที่เห็นราคารถมือ 2 ถูก ๆ แล้วคิดจะผ่อน อย่าลืมเช็คราคาผ่อนให้ดี ๆ นะครับ เพราะร้านมือสองส่วนใหญ่ จะเน้นบอกแค่ราคาซื้อสด หรือราคาดาวน์ขั้นต่ำ + จำนวนการผ่อนต่อเดือนเท่านั้น ไม่บอกดอกเบี้ย ซึ่งบางครั้ง ผ่อนจบแล้ว ราคาเท่าหรือแพงกว่าการซื้อสดรถมือหนึ่งรุ่นนั้น ๆ อีก

ตรงนี้ผู้ซื้อก็ต้องชั่งใจครับ ว่าแบบไหนคุ้มกว่า ส่วนตัวผม จากนี้ไป ถ้ามีเงินอีกครั้ง ก็จะเลือกรถมือ 2 และซื้อสดเท่านั้นครับ ถ้าเงินยังไม่พอซื้อสด ก็จะถือว่าตัวเองยังไม่มีกำลังพอจะซื้อไปเลย

เรื่องดอกเบี้ยสำหรับรถมือหนึ่ง มีอีกคำแนะนำครับ เมื่อรถรุ่นนั้นตกรุ่นแล้ว หรือใกล้หมดอายุโมเดล คืออยู่ในช่วงปลาย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนโฉม ราคาจะตกลงมาค่อนข้างมาก บางศูนย์จะให้เป็น Gift Voucher แบบ Africa Twin L1 L2 ตอนนี้ บางศูนย์จะให้ดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็น สำหรับคนที่ไม่ยึดติดกับการตกรุ่น ผมว่าการซื้อรถช่วงเวลาแบบที่บอกมา คุ้มสุดครับ บางรุ่นได้ดอกศูนย์เปอร์เซ็นนี่ ประหยัดเป็นแสนสองแสนเลย

14
15
16

ค่าประกันภัย + ภาษี

รถสปอร์ตคลาสนี้ ประกันภัยชั้น 1 จะอยู่ที่ 2 หมื่นกว่าบาท ของผมปีแรกอยู่ที่ 23,467 บาท, ปีที่สอง 22,600 บาท และปีที่สาม 22,270 บาท ทุนประกัน 520,000 บาท ค่า deduct 30,000 บาท
ปีที่สี่กับปีที่ห้า ผมไม่ได้ต่อประกัน รวม 3 ปี จ่ายค่าประกันไปทั้งหมด 68,337 บาท

กับเรื่องนี้ ต้องอยู่ที่ตัวคุณแล้วครับ ว่าคิดเห็นอย่างไร ปรกติ ถ้าซื้อมือหนึ่ง ปีแรก เราจะโดนบังคับทำประกันอยู่แล้ว หลังจากนั้น ก็อยู่ที่เราว่าจะต่อไหม ส่วนตัวผมตลอด 5 ปี ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย แต่ที่ 2 ปีล่าสุด ไม่ได้ต่อ ก็เพราะเป็นช่วงที่ไปซื้อ Africa Twin มาอีกคัน เงินเลยไม่คล่องตัวเท่าช่วงก่อนหน้า

และเมื่อดูวิธีการขี่ของตัวเองแล้ว ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่น่าเกิดอุบัติเหตุ หรือถ้าไปล้มในสนาม ก็เคลมประกันไม่ได้อยู่ดี จึงตัดสินใจไม่ต่อครับ ส่วนนี้ อย่างที่บอกเลยครับ ตัดสินใจเอาเอง แต่ถ้าจะให้ผมแนะนำ ถ้าไม่เกินกำลัง ต่อประกันภัยไว้ดีที่สุดครับ

ส่วนเรื่องภาษี และ พ.ร.บ. ก็อยู่ที่ปีละ 946 บาทครับ รถคลาสพันซีซี จะอยู่ประมาณนี้ล่ะ ถ้าเกินพันซีซี ก็จะบวกไปอีก 100-200 บาท

17
18
19
20

ราคาเข้าศูนย์ เช็คตามระยะ

Ducati 899 Panigale จะต้องเข้าศูนย์ครั้งแรกที่ 1,000 ก.ม. 4,952 บาท, ครั้งที่สอง 6,000 ก.ม.(ศูนย์แนะนำ) 6,024 บาท, ครั้งที่สาม 12,000 ก.ม. (ตามคู่มือ) 6,082 บาท และครั้งต่อไป 24,000 ก.ม. (ตามคู่มือ) ยังผมยังขี่ไม่ถึง คาดว่าราคาประมาณ 20,000 บาท

เรื่องเข้าศูนย์ ณ เวลานี้ ราคาไม่ต่างกันมากครับ ถ้าเป็นรถคลาสเดียวกันนะ ไม่ว่าจะรถญี่ปุ่นหรือยุโรป ค่าแรงช่าง ชั่วโมงละประมาณ 500 บาท น้ำมันเครื่อง 4-5 ลิตร ประมาณสองพัน ที่เหลือก็เช็คทั่ว ๆ ไป จะแพงหน่อยตรง เช็ครอบใหญ่ เช่น ที่ 12,000 ก.ม. หรือ 24,000 ก.ม. เพราะส่วนใหญ่ต้องเช็ควาวล์ เปลี่ยนกรองอากาศ เปลี่ยนหัวเทียน ส่วนนี้ ก็ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปครับ

รถรุ่นใหม่ ๆ เมื่อถึงรอบ จะมี Code ขึ้นเตือนว่าถึงเวลาเข้า Service แล้ว ก็เอาเขาตามกำหนดนั่นล่ะครับ แต่บางศูนย์ บางรุ่น ก็จะมีข้อแนะนำว่า ให้เอาไปเช็คทั่ว ๆ ไปก่อนได้ เช่น Ducati 899 Panigale ของผมเนี่ย ตามคู่มือเลย คือหลัง 1000 ก.ม. แรก ครั้งต่อไปจะต้อง Service ที่ 12,000 ก.ม. เลย แต่ทางศูนย์ Ducati ก็แนะนำให้เข้ามาเช็คทั่วไปและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อน ที่ 6,000 ก.ม. ส่วนนี้ ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์เลยครับ ถ้าไหว

การเอาเข้าศูนย์ไปเช็ค ไปถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็ไม่ได้มีข้อเสียอะไร แต่ถ้าจะยึดตามคู่มือเลย ก็ไม่มีปัญหาครับ ส่วนตัวผมเอง โตมาและใช้รถเก่าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษมาตลอด
เมื่อเจอรถใหม่ ๆ ที่การออกแบบมันดีมากแล้ว ไม่ต้องเข้าศูนย์บ่อย ๆ ก็เลยไม่ชิน ศูนย์บอกให้เอาเข้าตอนหกพัน ผมก็ทำตามนั้นเลยครับ

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ จะไม่หนีกันมากครับ ราคาค่อนข้างคงที่ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนถึงรอบตามคู่มือ ถ้าอยากประหยัด ทำเองได้ก็ทำ หรือร้านข้างนอกก็ได้ เลือกร้านที่เก่ง ๆ เดี๋ยวนี้มีให้เลือกเยอะมากครับ
21
22

ราคาอะไหล่สิ้นเปลือง เช่น ผ้าเบรก ยาง

ตรงส่วนนี้ล่ะ ที่จะเริ่มแตกต่างกันไปแล้ว ตามลักษณะการขับขี่และการใช้งานกรณีของผม 5 ปีเต็ม ที่อยู่กับคันนี้ ผมขี่ไปทั้งหมด 15,961 ก.ม. ประมาณ 12,000 ก.ม. เป็นการขี่ในสนาม
อีกเกือบ ๆ 4,000 กม. เป็นการขี่บนถนนทั่วไป ระหว่างทางไปสนาม เช่นขี่ไป Bira Circuit พัทยา, ขี่ไป Thailand Circuit, ขี่ไป แก่งกระจาน Circuit หรือขี่ไป Buriram

อะไหล่สิ้นเปลืองทั้งหมดคือ เปลี่ยนยาง ไป 4 คู่ (ถ้ารวมยางติดรถด้วย ก็เท่ากับใช้ทั้งหมด 5 คู่) ยางติดรถ FR 120/70 : RR 180/60 Pirelli Rosso Corse

– คู่ที่ 1 Pirelli Diablo Super Corsa SP V2 หน้าหลัง 13,950 บาท
– คู่ที่ 2 Pirelli Diablo Superbike Slick คู่นี้ได้ฟรี จากการเข้าร่วมงานงานหนึ่ง แล้วได้รางวัล
– คู่ที่ 3 Pirelli Diablo Superbike Slick ราคาหน้าหลัง 15,755 บาท
– คู่ที่ 4 Michelin Power Cup EVO ราคาหน้าหลัง 15,050 บาท

ยางสี่คู่ (แต่จ่ายแค่ 3 คู่) คิดเป็นราคา 44,755 บาท ในส่วนของราคายาง เอารถผมไปอ้างอิงไม่ได้เลยครับ เพราะผมขี่สนามเป็นหลัก ถ้าจะเฉลี่ย ก็ใช้อยู่ที่ 15,961/5 = 3,192 ก.ม. ต่อคู่ ซึ่งเอาจริง ๆ ขี่สนาม แบบซ้อมมือนะ ไม่ใช่แข่ง มันได้แค่ 1,000-2,000 กิโลเมตรต่อคู่เท่านั้นครับ

แต่ถ้าคุณไปใช้งานขี่ทั่วไปบนถนน ยางหนึ่งคู่ น่าจะได้ 7-8,000 ก.ม. ก็เท่ากับ ถ้าขี่ไป 16000 ก.ม. แบบผม อาจจะใช้ยางแค่ 2 คู่ ถ้าไม่รวมยางติดรถ ก็คือจะต้องเปลี่ยนยางใหม่แค่คู่เดียว และเป็นยางเกรดถนนด้วย ราคาก็น่าจะหมื่นต้น ๆ เท่านั้นครับ

ปั๊มเบรคล่างทั้งหน้าและหลัง ผมไม่ได้ใช้ของแต่ง เป็น Brembo M4.32 ติดรถ แต่ผมใช้ไม่หมด ตอนก่อนขายออกไป เหลืออยู่ประมาณ 2 มม. ได้ ส่วนนี้ก็แล้วแต่สไตล์การขี่เช่นกันครับ ผมใช้ในสนามและไม่ใช่พวกเข้าลึก เบรกหนัก ผ้าเบรกหน้าก็เลยยังไม่ต้องเปลี่ยน และใช้ Trail Break ก็ไม่เป็น เบรกหลังเลยไม่ได้เปลี่ยนเช่นกัน แต่ถ้าต้องเปลี่ยน ก็ราคาคู่ละ 3,000 บาทมั้งครับ ถ้าจำไม่ผิด หน้า 2 คู่ หลัง 1 คู่ น่าจะราว ๆ หนึ่งหมื่นบาท

เปลี่ยนแบตเตอรี่ไป 2 ลูก ราคารวมประมาณ 7,000 บาท เปลี่ยนสเตอร์หลังให้ใหญ่ขึ้น เพราะต้องการต้นดีๆ ไว้ออกจากโค้ง เลยต้องเปลี่ยนโซ่ให้ยาวขึ้นด้วย ผมใช้ X-Ring รวม 2 อย่าง ประมาณ 7,500 บาท

ในส่วนนี้ สำหรับรถผลิตในประเทศ รุ่นที่คนนิยม ราคาอะไหล่สิ้นเปลือง จะถูกลงอีก รถที่ขนาดยางหลังต่ำกว่า 180 ราคาก็จะถูกลงอีกนิดครับ ของ Ducati 899 Panigale ก็โชคดีนิดหน่อย ตรงที่อะไหล่สิ้นเปลืองพวกนี้
บางอย่างก็ใช้กับพวก Monster หรือ Scrambler ได้ ก็เลยยังอยู่ในเรทที่ไม่แพงมากนักครับ

สรุปเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ อยู่ที่มือคุณครับ มือหนัก เท้าหนัก ใช้รถไม่ดูแล ก็อาจจะต้องจ่ายอะไหล่สิ้นเปลืองแพงหน่อย

23
24
25

ของแต่ง

ส่วนนี้คือ ยิ่งคอนโทรลอะไรไม่ได้เลยครับ อยู่ที่ตัวคุณล้วน ๆ ส่วนตัวผมเองนั้น เลือกจากการใช้งานเป็นหลักครับ ส่วนแรก แต่งแล้วทำให้การใช้งานดีขึ้น สำหรับขี่สนาม ก็มีเช่น ชิลด์หน้า, พักเท้ายกสูง,ปั๊มบน เบรก/คลัช, เบาะ Racing ทั้งหมดนี้ประมาณ 55,000 บาท

แต่งสวยงาม

เช่น Wrap สี,ใส่กันล้ม, กันรอยถัง, การ์ดหม้อน้ำ นู่นนี่นั่น อีกประมาณ 35,000 บาท

*ทั้งนี้รวมสองส่วนประมาณเกือบ 100,000 บาท

หัวข้อนี้ ต้องแยกกันครับ หลายอย่างจำเป็นต้องใส่จริง ๆ แต่จะถือว่าเป็นการซื้อฟรีนะครับ คือตอนขายต่อ ไม่ได้ทำให้รถราคาสูงขึ้น แต่จะช่วยให้ราคาไม่ถูกกดมากไป เช่น พวกกันล้ม กันรอย การ์ดต่าง ๆ การ์ดหม้อน้ำ กันรอยถัง เพราะถ้าถังคุณมีรอย หม้อน้ำรังผึ้งยุบ ราคาตกทันที แต่เราไม่สามารถเอาของพวกนี้ไปบอกให้คนซื้อขึ้นราคาได้

กับของแต่งอีกแบบคือ พวก Option ที่ทำให้รถดีขึ้น เช่น ปั๊มบน ปั๊มล่าง ท่อ ชิลด์ ของพวกนี้เรายังถอดมาขายเป็นมือ 2 ได้บ้าง หรือถ้าติดรถไปเลย ก็อาจจะขอเพิ่มราคาได้นิดหน่อย

ก็ลองตัดสินใจกันดูครับ จะแต่งอะไร อำนาจอยู่ในมือคุณ แต่ถ้าจะให้ผมแนะนำ เลือกใส่สิ่งที่ทำให้รถคุณดีขึ้นครับ ของแต่เดี๋ยวนี้ หลาย ๆ อย่าง มีดีแค่หน้าตา แต่ฟังก์ชั่นไม่ได้ บางอย่าง ทำให้รถแย่ลงอีกต่างหาก

26
27

สรุปทั้งหมด ก็ประมาณนี้ครับ สำหรับราคาที่ต้องจ่าย ไปกับการเป็นเจ้าของรถ Sport Bike หรือ Superbike หนึ่งคัน ที่อยากเอามาเล่าให้ทุกคนฟังนั้น ไม่ใช่ต้องการจะอวดรถ อวดเงิน หรืออวดรูปอะไรทั้งนั้นนะครับ แค่อยากจะย้ำว่า รถกลุ่มนี้นั้น มันต่างจากการไปซื้อรถยนต์มาใช้งาน พาครอบครัวไปที่ต่าง ๆ

มันต่างจากการซื้อมอเตอร์ไซค์เล็ก ๆ หนึ่งคัน มาพาเราไปทำงาน พาเราไปหาเงิน เพราะผมก็ยังจะย้ำอีกครั้งว่า รถในคลาสนี้นั้น มันเกินความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ไปเยอะมาก มันเป็นแค่การตอบสนองกิเลสส่วนตัวเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ ที่หลายคนจะอยากมี อยากได้ เพราะผมเองก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้น

ถึงแม้ตอนนี้ แม้ความจำเป็นทางการเงิน จะทำให้ต้องขายออกไปแล้ว แต่ก็ยังคิดเสมอว่า วันไหนมีเงิน ก็จะกลับมาซื้อรถในคลาสนี้อีกอยู่ดี

แต่ผมแค่อยากจะให้ทุกคนคิดให้ดี ก่อนจะซื้อรถซักคัน เพราะรายจ่ายแฝงมันเยอะมากนะครับ สำหรับคนธรรมดา ๆ อย่างพวกเรา อย่าให้กิเลสของเรา ไปทำร้ายตัวเองหรือคนรอบข้างเลยครับ

– ราคามือหนึ่ง 757,900 บาท
– ดาวน์ 30% เป็นเงิน 227,370 บาท
– จัดไฟแนนซ์ 530,530 บาท ผ่อน 4 ปี ดอกเบี้ย 4.9%
– คิดเป็นเงินผ่อนเดือนล่ะ 13,220 บาท
– ระหว่างนั้นก็มีค่าประกันชั้น 1, ซ่อมบำรุง,ของแต่งบ้าง เปลี่ยนยางไป 4-5 คู่
– รวมทั้งหมด ผมเป็นเจ้าของอยู่ 5 ปีเต็ม
ใช้เงินไปทั้งหมด 1,103,801 บาท (ไม่รวมค่าน้ำมันนะครับ)
ผมขายไปในเมื่อครบ 5 ปี ได้เงินคืนมา 350,000 บาท
เท่ากับระยะเวลา 60 เดือนที่เป็นเจ้าของ เสียเงินไป 753,801 บาท
– เฉลี่ยเดือนละ 753,081/60 = 12,563 บาท

28
29

ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพคุณ guTz จาก pantip.com


รถใหม่ 2020 | โตโยต้า วีออส| โตโยต้า ยาริส| โตโยต้า อัลติส| โตโยต้า รีโว | Honda City | Honda Civic | Honda Jazz  | โคโลราโด | แคปติวามาสด้า 2 | Mazda CX-5 | นิสสัน อัลเมร่า | นิสสัน คิกส์ | นิสสัน เทียน่า | Suzuki Swift | มิราจ | แอททราจ | ISUZU D-MAX | ISUZU MU-X


Sales ประจำเว็บนะครับ

BMW 096-998-2498 K.ดวงใจ (ตูน) BMW Europa Motor พระราม 2/ Id Line : @dealeuropa
Chevrolet 098-3856935 K.เต้ (ปทุมธานี), LINE : taekincha​
Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2
Honda 085-082-2662 K.บอล *HONDA สาธุประดิษฐ์ Line ID : ballz12345
Hyundai 097-249-3639 K.พล Line ID : nine_pon
ISUZU 087-332-1320 K.อาม เพชรเกษม Line ID : armisuzu108
Mazda 092-8687997 K.แบงค์ สาขาสุขุมวิท 65 ID Line : bankmazda
Mercedes-Benz 082-5445292 K.หนุ่ย Benz Metro Autohaus พระราม 2 ID Line : 0825445292
MG 084-0050440 K.บี สาขาเพชรเกษม 65 บางแค Line : beblaire
MINI 065-6479399 K.เปิ้ล สาขาพระราม 4 และ เอกมัย Millennium Auto / / Id Line : noople_mini
Mitsubishi 081-6155139 K.จิมมี่ มิตซูวิภาวดี / Line id : Jimmy_Srisuda
Nissan 062-4196289 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่ ID LINE : ae-nissan
Suzuki 089-508-9575 K.ข้าวเม่า *จอมทอง Line : @dfg4137a
Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *รามคำแหง / Id-Line : 0895064177
* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ
** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ
*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.