
BYD เดินหน้าขยายแบรนด์พรีเมียม Denza สู่ตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว Denza Bao 5 อย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักร โดยตั้งเป้าชนกับเจ้าตลาดสายลุยอย่าง Land Rover Defender แบบตรง ๆ ด้วยสเปกที่จัดเต็ม ทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และความสามารถในการลุยทางออฟโรด
รถรุ่นนี้ทำตลาดในจีนภายใต้ชื่อ Fangchengbao Bao 5 แต่เมื่อเข้าสู่ยุโรปจะใช้ชื่อ Denza Bao 5 พร้อมตั้งราคาที่ไม่ธรรมดา เพราะไม่ได้ใช้กลยุทธ์ “ถูกกว่า” เหมือนแบรนด์จีนหลายราย
รุ่น Elegance เปิดราคาที่ 69,500 ปอนด์ (ประมาณ 3,100,000 บาท) ส่วนรุ่น Ultimate ราคา 78,880 ปอนด์ (ประมาณ 3,520,000 บาท) ซึ่งใกล้เคียงกับ Land Rover Defender 110 Plug-in Hybrid ที่เริ่มต้นราว 72,000 ปอนด์ (ประมาณ 3,220,000 บาท)
ทำให้ Denza แสดงความมั่นใจว่าตัวรถมีดีพอที่จะดึงลูกค้าจากแบรนด์ยุโรปได้ โดยยังวางตำแหน่งแข่งขันกับ Toyota Land Cruiser, Ineos Grenadier, BMW X5 และ Mercedes-Benz GLE อีกด้วย
Denza Bao 5 พัฒนาบนโครงสร้าง Body-on-Frame แบบเดียวกับ BYD Shark 6 และ Denza 8 (หรือ Fangchengbao Bao 8 ในจีน) โดยทั้งรุ่น Elegance และ Ultimate ใช้พื้นฐานเดียวกัน
ขุมพลังเป็นระบบ Plug-in Hybrid ที่น่าสนใจ เพราะวางเครื่องยนต์ตามแนวยาว (Longitudinal Engine) ซึ่ง Denza ระบุว่าเป็นครั้งแรกในรถปลั๊กอินไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ ให้กำลัง 148 แรงม้า และแรงบิด 240 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
เมื่อทำงานร่วมกันจะให้กำลังรวมสูงถึง 536 แรงม้า และแรงบิด 760 นิวตันเมตร
สมรรถนะถือว่าไม่ธรรมดา รุ่น Elegance ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที ส่วนรุ่น Ultimate ใช้เวลา 5.0 วินาที ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ขนาด 31.8 kWh สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกล 90 กิโลเมตร และเมื่อรวมกับน้ำมันแล้ว จะมีระยะทางวิ่งรวมสูงสุดถึง 864 กิโลเมตร
ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 180 กม./ชม. แม้อาจไม่ใช่สายวิ่งทางด่วนความเร็วสูง แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
ด้านการชาร์จ รองรับ DC Fast Charging สูงสุด 100 kW ชาร์จจาก 30-80% ใช้เวลาเพียง 16 นาที ส่วน AC Charging 11 kW ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเศษ ในการชาร์จจาก 15-100%
เรื่องความสามารถในการลุยถือเป็นอีกจุดเด่น เพราะ Denza Bao 5 จัดเต็มด้วย ดิฟล็อกไฟฟ้าทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และเฟืองท้ายกลาง พร้อมระบบกันสะเทือนอิสระ Double Wishbone ทั้งหน้าและหลัง รวมถึงระบบควบคุมช่วงล่าง DiSus-P ที่สามารถปรับความแข็ง-อ่อนของโช้กแบบอัตโนมัติ และยกตัวรถได้สูงสุด 140 มม.
Denza ระบุว่าระบบกระจายแรงบิดตอบสนองเร็วกว่าเฟืองท้ายแบบกลไกถึง 30 เท่า เมื่อยกช่วงล่างสูงสุด รถจะมีระยะห่างจากพื้น 310 มม. มากกว่า Defender ราว 20 มม. พร้อมมุมไต่ 39 องศา และมุมจาก 34 องศา ช่วยเพิ่มความสามารถในการลุยเส้นทางสมบุกสมบัน
ภายในห้องโดยสารก็จัดเต็มไม่แพ้รถหรูยุโรป ด้วยมาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว, จอ Head-Up Display, หน้าจอกลาง 15.6 นิ้ว และมีหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าเป็นออปชัน
รุ่น Ultimate เพิ่มความพรีเมียมด้วยเบาะหนัง พร้อมระบบ อุ่นและระบายอากาศ ทั้งแถวหน้าและหลัง รวมถึงกล่องเก็บของควบคุมอุณหภูมิขนาด 4.5 ลิตร ที่สามารถแช่เย็นได้ตั้งแต่ -6°C ถึง 15°C หรืออุ่นได้ 35-50°C ใส่กระป๋องน้ำอัดลมได้ถึง 8 กระป๋อง มีระบบจำสถานะหลังดับเครื่อง ตรวจจับสิ่งของภายใน และสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน Denza ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังรองรับ Digital Key ผ่านแอปสำหรับล็อก ปลดล็อก และสตาร์ตรถ รวมถึง NFC Key ที่ยังใช้งานได้แม้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรือแบตมือถือใกล้หมด
ทาง Stella Li รองประธานบริหารของ BYD เชื่อว่า Denza Bao 5 จะสามารถดึงดูดลูกค้าในยุโรปที่ต้องการรถออฟโรดสมรรถนะจริง แต่ยังคงมอบความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีระดับพรีเมียมได้อย่างครบครัน ซึ่งอาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของทั้ง Land Rover, Toyota, Lexus และ Mercedes-Benz ในอนาคต
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Denza Bao 5 บุกอังกฤษ! รถ SUV สายลุยจาก BYD ท้าชน Land Rover Defender พร้อมพลัง 536 แรงม้า วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 90 กม. เริ่ม 3,100,000.- "