
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตอนนี้ ไม่ได้กระทบแค่การเมืองหรือพลังงาน แต่ลามมาถึง “การส่งออกรถยนต์จีน” แบบเต็ม ๆ เพราะหลายค่ายรถจีนพึ่งเส้นทางนี้เป็นหลัก ทั้งการขายตรงไปยังอิหร่าน และการใช้ดูไบเป็นจุดพักสินค้าเพื่อกระจายต่อไปยังตะวันออกกลาง แอฟริกาตะวันตก และแอฟริกาเหนือ
ผู้จัดการฝ่ายส่งออกของค่ายรถรัฐวิสาหกิจจีนรายหนึ่งบอกตรง ๆ ว่า “ธุรกิจในอิหร่านหยุดสนิทไปแล้ว” ขณะที่อีกคนอธิบายเพิ่มว่า ปกติรถจีนจำนวนมากจะถูกส่งไปกองไว้ที่ดูไบก่อน แล้วค่อยส่งต่อไปประเทศอื่น ๆ แต่ตอนนี้เส้นทางนี้ไม่ปลอดภัย ทำให้ระบบทั้งสายสะดุดไปหมด
ปี 2025 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กลายเป็นตลาดส่งออกรถจีนใหญ่อันดับ 3 รองจากเม็กซิโกและรัสเซีย โดยส่งออกไปถึง 567,000 คัน โตแรงกว่า 70% เมื่อเทียบปีก่อน ทั้งที่ยอดขายรถในประเทศจริง ๆ ของ UAE ยังไม่ถึง 400,000 คันด้วยซ้ำ แปลว่าดูไบทำหน้าที่เหมือน “โกดังหน้าด่าน” สำหรับรถจีนทั่วภูมิภาค
ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ารถยนต์บอกว่า บริษัทจีนหลายแห่งจะส่งรถไปกองไว้ที่ดูไบก่อน แล้วค่อยกระจายไปปลายทางจริง เพราะได้เปรียบทั้งทำเล ภาษี และระบบการเงิน ปีเดียวบางบริษัทส่งไปถึงเกือบ 30,000 คัน
แต่สถานการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่อท่าเรือ Jebel Ali ในดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางขนส่งรถยนต์แบบ roll-on/roll-off ถูกโจมตีในช่วงเช้ามืดวันที่ 1 มีนาคม ทำให้ต้องหยุดการทำงานชั่วคราว แม้ผู้ดูแลท่าเรืออย่าง DP World จะประกาศว่าเปิดทำการได้บางส่วนแล้ว แต่บริษัทเดินเรือส่วนใหญ่ยังไม่กล้ากลับมาให้บริการ ส่งผลให้ท่าเรือแทบจะร้างไปเลย
ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ตะวันออกกลาง แต่ลามถึงยุโรปด้วย เพราะสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกรถจีนใหญ่อันดับ 3 ของโลก และเป็นปลายทางหลักของรถพลังงานใหม่ (NEV) ด้วย เมื่อเส้นทางทะเลแดงและคลองสุเอซเสี่ยงสูง เรือจึงต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปในแอฟริกาใต้ ทำให้ใช้เวลาขนส่งเพิ่มอีก 10-15 วัน
สมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีนรายงานว่า ปี 2025 จีนส่งออกรถยนต์ได้ถึง 7.09 ล้านคัน โตประมาณ 20% แต่เดิมคาดว่าปี 2026 จะโตต่ออีกเล็กน้อยเป็น 7.4 ล้านคัน ทว่าเมื่อเจอสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ ตัวเลขคาดการณ์อาจต้องปรับใหม่ทั้งหมด
ที่น่าสนใจคือ ก่อนเกิดเหตุโจมตีไม่นาน จีนเพิ่งลงทุนสร้างคลังอะไหล่รถยนต์ขนาดใหญ่ในเขตฟรีโซน Jebel Ali โดยเป็นความร่วมมือของ COSCO Shipping และ Chery พื้นที่กว่า 19,000 ตารางเมตร เพื่อให้ส่งอะไหล่ไปลูกค้าในตะวันออกกลางได้เร็วขึ้น จากเดิมเป็นสัปดาห์ เหลือแค่ไม่กี่วัน แต่พอเกิดความไม่สงบ โครงสร้างที่ลงทุนไว้ก็ใช้งานได้ไม่เต็มที่
สรุปง่าย ๆ คือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทำให้ “เส้นเลือดใหญ่” ของการส่งออกรถจีนติดขัด ทั้งตลาดหลักอย่างดูไบ และเส้นทางไปยุโรป ส่งผลเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก ใครคิดว่ารถจีนจะไหลออกนอกประเทศได้ง่ายเหมือนเดิม อาจต้องคิดใหม่ในระยะสั้นนี้เลย
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสะเทือนวงการรถยนต์จีน เส้นทางส่งออกเริ่มติดขัด "