
หลังจากที่ BYD Seagull (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dolphin Mini, Dolphin Surf และ Atto 1 ในบางประเทศ) ได้เคยครองแชมป์รถขายดีที่สุดในจีน แต่พักหลังมานี้เริ่มโดนคู่แข่งตัวแรงอย่าง Geely EX2 และ Leapmotor B03X แย่งซีนไป ล่าสุด BYD ก็ไม่ยอมแพ้ เตรียมส่ง BYD Seagull โฉมใหม่ ออกมางัดข้อคืนแล้วครับ!
หลังจากมีข้อมูลมิติตัวถังและขุมพลังหลุดมาจากกระทรวงอุตสาหกรรมจีน (MIIT) เมื่อเดือนก่อน ล่าสุดก็มีภาพแอบถ่าย (Spy Shots) เผยให้เห็น งานดีไซน์ภายในห้องโดยสารแบบใหม่ยกชุด ออกมาให้เราได้เห็นกันเป็นครั้งแรกแล้วครับ!
ภาพหลุดภายในเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยภายในห้องโดยสาร:
คอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น (Dual-layer): ออกแบบเป็นทรงสโลปสปอร์ตมากขึ้น เพิ่มพื้นที่แนวตั้งในชั้นล่างให้กว้างขวาง เอาใจสายจุของ สามารถวางทิชชูเป็นกล่องๆ หรือวางกล่องใส่อาหารได้อย่างสบายๆ
ถอดจอมาตรวัดฝั่งคนขับ: จอดิจิทัลหลังพวงมาลัยเดิมหายไปแล้ว โดยเปลี่ยนไปพึ่งพา หน้าจออินโฟเทนเมนต์กลางขนาดใหญ่เพียงจอเดียว แทน
พวงมาลัยและปุ่มกดใหม่: พวงมาลัยปรับดีไซน์ปุ่มกดเป็นทรงเหลี่ยมโค้ง (Squircle) แต่ยังคงแถวปุ่มกดแบบกดจริง (Physical buttons) ไว้ใต้ช่องแอร์เหมือนเดิม
โทนสีและเบาะนั่ง: ยังคงใช้โทนสีฟ้า Marine Blue ตามเอกลักษณ์ซีรีส์ Ocean แต่เพิ่มกิมมิกแต่งขอบเบาะนั่งด้วยสีแดงสปอร์ตสดใส
การปรับโฉมรอบนี้ไม่ได้มาแค่หน้าตา แต่ BYD Seagull ขยายไซส์ตัวถังจนแทบจะข้ามเซกเมนต์เดิมไปเลยครับ:
มิติตัวถังขยายใหญ่: ตัวรถยาว 4,205 มม. กว้าง 1,810 มม. และสูง 1,570 มม. พร้อมระยะฐานล้อที่ยืดออกไปอีก 150 มม. เป็น 2,650 มม.!
ยางและน้ำหนักตัวรถ: น้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้นเป็น 1,180 – 1,255 กก. และอัปเกรดไปใช้ยางขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 205/60 R16 (จากเดิมขนาด 165 และ 175) ช่วยให้การยึดเกาะถนนหนึบแน่นขึ้น
ด้านสมรรถนะการขับขี่ BYD จัดมอเตอร์ไฟฟ้าตัวใหม่แรงกว่าเดิมชัดเจน:
มอเตอร์ไฟฟ้า 95 kW (127 แรงม้า): มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าตัวใหม่ แรงขึ้นกว่ารุ่นเดิมในจีนถึง 54 แรงม้า! กดความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 150 กม./ชม.
แบตเตอรี่ LFP จาก FinDreams: ใช้แบตเตอรี่ LFP จากบริษัทลูก Shaoxing FinDreams บนสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันต่ำ 400V (ยังไม่รองรับระบบชาร์จไว Flash Charging) โดยต้องมารอลุ้นกันว่า BYD จะยกเลิกแบตเตอรี่แบบระบายความร้อนด้วยอากาศในรุ่นเริ่มต้นออกไปหรือไม่
ลุ้นติดตั้ง LiDAR: มีรายงานว่าในรุ่นสูงๆ อาจมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR เพิ่มเติม เพื่อดึงให้เจ้า EV คันจิ๋วคันนี้กลับมาเป็นจุดสนใจในตลาดอีกครั้ง!
ยอดส่งมอบของ BYD Seagull ในจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ทำไปได้ 8,879 คัน การปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งตัวถังที่ใหญ่ขึ้น มอเตอร์ที่แรงขึ้น และภายในที่อัจฉริยะกว่าเดิม น่าจะเป็นคีย์สำคัญที่ทำให้ BYD Seagull กลับมากวาด ยอดขายอีกครั้งแน่นอนครับ! มารอลุ้นวันเปิดตัวทางการกันได้เลย!
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 1,000,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " แรงขึ้นเป็น 127 แรงม้า! BYD Seagull / Atto 1 โฉมใหม่ ยกระดับใหญ่ขึ้น อัดออปชันแน่น "