
ช่วงหลังมานี้ รถหลายรุ่นเริ่ม “ก็อปวาง–เปลี่ยนตรา” กันมากขึ้นอีกครั้ง ผู้ผลิตรถหวังว่า “ผู้ซื้อส่วนใหญ่คงไม่สังเกตหรอกน่า” เพราะช่วยประหยัดต้นทุนสุด ๆ
จริง ๆ แล้ว Badge Engineering เคยฮิตมากในอดีต โดยเฉพาะฝั่ง General Motors ที่เคยทำรถรุ่นเดียวกันแล้วเปลี่ยนชื่อขายหลายยี่ห้อ เช่น
เรียกได้ว่า รถหนึ่งคัน เปลี่ยนป้าย ขายยาว 6 ยี่ห้อ
ปัจจุบันหลายค่ายก็พยายามเลิกทำแบบนั้นแล้ว แม้จะใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน แต่ดีไซน์ทั้งภายนอก–ภายในไม่เหมือนกันเลย เช่น Chevrolet Tahoe กับ GMC Yukon ที่ใช้พื้นฐานเดียวกันแต่หน้าตาคนละแบบ

Toyota – Subaru คือคู่หูอันดับ 1 ของยุคนี้
เริ่มตั้งแต่ FR-S / GR86 / BRZ ที่แทบจะเหมือนแฝดสามเป๊ะ ๆ
และล่าสุดก็ยังมีคู่ใหม่อย่าง
เรียกได้ว่าหน้าตาแทบเหมือนกัน แค่เปลี่ยนโลโก้ + ปรับดีไซน์นิดหน่อย ทำให้ตอนนี้โชว์รูม Toyota กับ Subaru เลยมี SUV หน้าตาเหมือนกันเป็นแถว ๆ ในต่างประเทศ

Ford ไปจับมือกับ Volkswagen เอา ID.4 และ ID.5 มาปรับนิดหน่อยให้เป็น Ford สไตล์ → ได้เป็น
ผลคือ: เงียบมาก ขายไม่ค่อยออกจนต้องลดกำลังผลิตที่โรงงานในเยอรมนี
แต่ฟอร์ดก็ไม่เข็ด! ยังเตรียมร่วมมือกับ Renault ทำ EV ใหม่อีก 2 รุ่นที่จะมาในปี 2028 ถ้าออกมาเหมือนเดิม ก็น่าจะยากอีกล่ะนะ

Nissan เปิดตัว Rogue Plug-in Hybrid 2026 ซึ่งก็คือ Mitsubishi Outlander PHEV ที่เปลี่ยนโลโก้เฉย ๆ แต่มีข้อดีคือ วิ่งไฟฟ้าได้ 61 กม. มี 7 ที่นั่ง และ Nissan มีดีลเลอร์เยอะกว่า Mitsubishi อาจขายดีกว่าเจ้าของตัวจริงเฉยเลย
มันช่วยลดต้นทุนดีมั้ย หรือรู้สึกว่าเป็น “ทางลัดแบบขี้เกียจ”? ถ้าจะซื้อรถลักษณะนี้ คุณโอเคมั้ย หรือผู้ผลิตต้องทำอะไรให้มัน “พิเศษกว่านี้” ถึงจะยอม? คอมเมนต์คุยกันเลย!
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " ยุคใหม่ของ “ติดโลโก้ขายใหม่” กำลังจะกลับมา? "