
ข่าวนี้บอกเลยว่าไม่ดราม่าธรรมดา แต่เป็น ดราม่าทางการเงินของค่ายสายเจมส์ บอนด์ อย่าง Aston Martin ล่าสุดบริษัทประกาศ ลดพนักงานถึง 20% หลังปี 2025 ขาดทุนหนัก แถม CEO ยังยอมรับตรง ๆ ว่า นโยบายภาษีสหรัฐยุคของ Donald Trump เป็น “ส่วนสำคัญของปัญหา” ด้วย

CEO Adrian Hallmark บอกว่า ปีที่ผ่านมาเจอทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองโลก เศรษฐกิจ และที่หนักสุดคือ ภาษีนำเข้าในสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งทำให้บริษัททำธุรกิจลำบากขึ้นมาก ถึงขั้นเคยต้องหยุดส่งรถไปอเมริกาชั่วคราวเลยทีเดียว
เขาพูดแรงแบบไม่อ้อมค้อมว่า “ผมไม่อยากโทษทรัมป์ทุกอย่าง แต่เขาเป็นส่วนสำคัญของปัญหาที่เราเจอปีที่แล้ว” เป้าหมายคือจะคุ้มทุนในปี 2025 แต่พลาดไปไกลมาก
ฝั่งจีนก็ไม่ช่วย ตลาดรถหรูซบหนัก โดยเฉพาะแบรนด์ยุโรป ยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกลดลงถึง 21% แถมจีนยังปรับภาษีรถหรูเพิ่มตั้งแต่กลางปี 2025 อีกต่างหาก

Aston Martin จะประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการลดพนักงาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินได้ราว 40 ล้านปอนด์ และยัง ชะลอแผนรถไฟฟ้า ลดงบพัฒนาใน 5 ปีจาก 2 พันล้านปอนด์ เหลือ 1.7 พันล้านปอนด์ เพราะตอนนี้ “เอาตัวรอดก่อน เรื่อง EV ไว้ทีหลัง”

ซูเปอร์คาร์ไฮบริด Valhalla เริ่มส่งมอบแล้วในช่วงปลายปี และปี 2026 จะส่งเพิ่มอีกประมาณ 500 คัน ซึ่งหวังว่าจะช่วยดันกำไรให้ดีขึ้น
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Aston Martin วิกฤตหนัก! ปลดพนักงาน 20% หลังขาดทุนยับ CEO ยอมรับ “ภาษีสหรัฐยุค Donald Trump” คือส่วนหนึ่งของปัญหา "