
Mazda ทำการอัปเกรดครั้งใหญ่ให้กับ Mazda CX-6e (หรือที่ทำตลาดในประเทศจีนภายใต้ชื่อ Mazda EZ-60) ด้วยการเพิ่ม เซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคา ยกระดับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Navigation-on-Autopilot (NOA) ให้ครอบคลุมทั้งการขับขี่บนทางหลวงและเส้นทางในเมือง
งานนี้เปิดตัวรุ่นย่อยติดตั้ง LiDAR ในราคาเริ่มต้นเพียง 145,900 หยวน (ประมาณ 725,000 บาท ไม่รวมภาษี) มีให้เลือกทั้งขุมพลังไฟฟ้า 100% (BEV) และไฮบริดขยายระยะทาง (EREV) ซึ่งถูกกว่าราคาขายในตลาดยุโรปถึงเกือบ 3 เท่า และทำราคาชนคู่แข่งอย่าง Tesla Model Y ในจีนแบบครึ่งต่อครึ่งเลยครับ!
ไฮไลต์เด็ดที่สุดของการปรับโฉมครั้งนี้คือการติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับขี่ระดับ Advanced L2:
ชุดเซ็นเซอร์อัจฉริยะครบครัน: ติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคา ทำงานร่วมกับเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว, เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้องความละเอียดสูงอีก 11 ตัว รอบคัน
ระบบนำทางช่วยขับบนทางหลวง (Highway NOA): รองรับความเร็ว 0-130 กม./ชม. สามารถเข้า-ออกจากทางลาด (On/Off-ramps), เลี้ยวเข้าพื้นที่บริการ, และแซงรถคันหน้าที่วิ่งช้ากว่าโดยการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติได้อย่างปลอดภัย
ระบบนำทางช่วยขับในเมือง (Urban NOA): รองรับความเร็ว 0-80 กม./ชม. สามารถขับผ่านสี่แยก, วงเวียน, กลับรถ (U-turn), สลับเลนระหว่างทางหลักกับทางขนาน และเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางกะทันหันได้เอง
ระบบจอดรถอัตโนมัติขั้นเทพ: รองรับการจอดรถรีโมตผ่านแอป, การจอดรถอัตโนมัติ และการขับเข้าจอดตามเส้นทางที่จำเอาไว้ (Path-following parking)
มิติตัวถังและงานดีไซน์พัฒนาบนแพลตฟอร์ม EPA1 ร่วมกับ Changan (คู่แฝด Deepal S07):
มิติตัวถัง: ตัวรถมีความยาว 4,850 มม. กว้าง 1,935 มม. สูง 1,620 มม. และระยะฐานล้อยาว 2,902 มม.
ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์: เจาะช่องดักลมกว่า 9 จุดรอบฝากระโปรง, กันชน และเสา D ช่วยให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.258 Cd ซึ่งเทียบชั้นกับเอสยูวีชั้นนำอย่าง Xiaomi YU7 และ Xpeng G9
ช่วงล่างปรับระดับได้: ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ พร้อมระบบปรับความนุ่มหนึบของโช้คอัพ (Adjustable Damping) ในรุ่นท็อป
ฉีกกฎงานดีไซน์ปุ่มเยอะแบบดั้งเดิมของ Mazda สู่ความล้ำสมัยในยุคดิจิทัล:
จอกลางสัมผัสยักษ์ความละเอียด 5K: ติดตั้งจอกลางขนาดใหญ่ถึง 26.45 นิ้ว ทอดตัวยาวตั้งแต่คอนโซลกลางไปจนถึงฝั่งผู้โดยสาร
หน้าจอแสดงผล HUD สะใจ: จอ HUD บนกระจกหน้าสเปกมาตรฐานขนาด 50 นิ้ว และมีตัวเลือกอัปเกรดเป็นจอ HUD ขนาดยักษ์ 100 นิ้ว!
Mazda CX-6e มีตัวเลือกขุมพลังขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้เลือก 2 รูปแบบ ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง:
รุ่นไฟฟ้า 100% (BEV):
มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวล้อหลัง พละกำลัง 255 แรงม้า (190 kW) ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.
แบตเตอรี่ LFP ความจุ 77.94 kWh จาก CALB ทำระยะทางขับขี่ไกล 585 – 600 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
รองรับการชาร์จไวระดับ 3C Fast Charging สามารถชาร์จไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 15 นาที
รุ่นไฮบริดขยายระยะทาง (EREV):
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5L (97 แรงม้า) ปั่นไฟ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าหลัง 255 แรงม้า (190 kW)
แบตเตอรี่ LFP ความจุ 31.73 kWh จาก CATL-Changan วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกล 200 กิโลเมตร (CLTC) ก่อนที่เครื่องยนต์จะเริ่มทำงานปั่นไฟเสริม
ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Mazda CX-6e (EZ-60) รุ่นติดตั้ง LiDAR ในประเทศจีน มีดังนี้:
รุ่น EREV Pro 200km LiDAR ราคา 145,900 หยวน (ประมาณ 725,000 บาท)
รุ่น EV Pro 600km LiDAR ราคา 151,900 หยวน (ประมาณ 755,000 บาท)
รุ่น EREV Max 200km LiDAR ราคา 160,900 หยวน (ประมาณ 800,000 บาท)
รุ่น EV Max 600km LiDAR (ตัวท็อป) ราคา 166,900 หยวน (ประมาณ 830,000 บาท)
(การเพิ่มออปชัน LiDAR จะมีค่าใช้จ่ายขยับขึ้นจากรุ่นปกติประมาณ 12,000 หยวน หรือราวๆ 60,000 บาทครับ)
ถือเป็นอีกหนึ่งเอสยูวีพลังงานใหม่ของ Mazda ที่พัฒนาขึ้นมาได้น่าสนใจ ทั้งเรื่องความหรูหรา ระยะทางขับขี่ และระบบขับขี่อัจฉริยะ LiDAR ในราคาที่เอากลับไปขายในตลาดโลกได้อย่างสบายๆ
มารอลุ้นและติดตามข่าวสารการเปิดตัวทำตลาดต่างประเทศและโอกาสเข้าไทยภายใต้ชื่อ Mazda CX-6e ไปพร้อมๆ กันครับ!
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 1,000,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " อัปเกรดใหม่! Mazda CX-6e ยัด LiDAR ในจีนเริ่ม 725,000.- "