
ช่วงนี้หลายค่ายรถต่างออกเวอร์ชันพิเศษกันไม่หยุด แต่ถ้าใครเริ่มเบื่อรถรุ่นฉลองสไตล์อเมริกัน MINI ก็ขอพากลับบ้านเกิดด้วย Cooper Heritage Edition และ Oxford Edition ที่อัดแน่นกลิ่นอายความเป็นอังกฤษแบบเต็มขั้น
สำหรับตลาดสหรัฐฯ และแคนาดา รถรุ่นนี้ใช้ชื่อว่า Cooper Heritage Edition เพราะชื่อ Oxford Edition ถูกใช้กับรุ่นพิเศษอีกเวอร์ชันไปก่อนแล้ว ส่วนในตลาดอื่นยังใช้ชื่อ Oxford Edition ตามปกติ
Heritage Edition พัฒนาบนพื้นฐานของ MINI Cooper S 2 ประตู รุ่นปี 2027 โดย MINI ระบุว่าต้องการเฉลิมฉลองให้กับ “ไอคอนแห่งสหราชอาณาจักร” ที่โดดเด่นทั้งด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ วัฒนธรรม และแฟชั่น
ภายนอกมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Chili Red และ Indigo Sunset Blue ตัดกับหลังคาสีขาวที่ตกแต่งลาย Union Jack พร้อมฝาครอบกระจกมองข้างสีขาว และคาดสติกเกอร์สีแดง-ขาวบนตัวรถ เพิ่มความคลาสสิกแบบอังกฤษแท้
ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว Slide Spoke มาในโทนทูโทน พร้อมฝาครอบดุมล้อสีแดง-ขาว-น้ำเงิน และฝาปิดจุ๊บลมลาย Union Jack ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยเพิ่มความพิเศษให้รถรุ่นนี้
ภายในห้องโดยสารยังคงธีมชาติอังกฤษต่อเนื่อง ด้วยแผ่นชายบันไดสีแดง-ขาว-น้ำเงิน พรมปูพื้นรุ่นพิเศษ พวงมาลัยและกุญแจรถที่ตกแต่งลาย Union Jack รวมถึงเบาะหุ้มวัสดุทูโทน เดินด้ายตัดสี และฝาปิดช่องเก็บของกลางดีไซน์เฉพาะรุ่น ขณะที่หน้าจอทรงกลมกลางคอนโซลยังแสดงกราฟิกพื้นหลังเป็นธง Union Jack อีกด้วย
ด้านขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 201 แรงม้า และแรงบิด 299 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด
MINI ระบุว่าอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.3 วินาที ซึ่งถือว่ายังคงความสนุกในการขับขี่ตามสไตล์ Cooper S
ในสหรัฐอเมริกา Cooper Heritage Edition เปิดราคาที่ 39,270 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,300,000 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง 1,350 ดอลลาร์)
เมื่อเทียบกับรุ่นปกติ ถือว่าราคาค่อนข้างสูง เพราะ Cooper S รุ่นมาตรฐาน เริ่มต้นที่ 32,800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,090,000 บาท ขณะที่รุ่นแรงอย่าง John Cooper Works (JCW) มีราคาเพียง 38,900 ดอลลาร์ เท่านั้น หรือประมาณ 1,290,000 บาท
สำหรับตลาดยุโรป Oxford Edition สามารถเลือกได้ทั้งรุ่น Cooper C และ Cooper S โดยในสหราชอาณาจักรเริ่มต้นที่ 30,120 ปอนด์ หรือประมาณ 1,340,000 บาท
เรียกได้ว่า MINI รุ่นพิเศษคันนี้ไม่ได้เพิ่มความแรง แต่เน้นเติมความโดดเด่นด้วยงานออกแบบและรายละเอียดที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นอังกฤษแบบจัดเต็ม เหมาะกับแฟน MINI ที่อยากได้รถแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน และชื่นชอบกลิ่นอาย British Style อย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " MINI เปิดตัว Cooper Heritage Edition และ Oxford Edition รุ่นพิเศษ ฉลองความเป็นอังกฤษเต็มพิกัด พร้อมดีไซน์ Union Jack รอบคัน "