
McLaren เปิดตัว McLaren 788HS ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ถูกยกให้เป็น บทสรุปสุดท้ายของตระกูล 720S หลังเดินทางมานานตั้งแต่ปี 2017 พร้อมยกระดับทั้งพละกำลัง ช่วงล่าง และแอโรไดนามิกสำหรับสายขับในสนามอย่างเต็มตัว
ที่น่าสนใจคือ รุ่นนี้อาจกลายเป็น McLaren เครื่องยนต์ V8 ล้วนรุ่นสุดท้าย ก่อนที่รถสปอร์ตของค่ายจะทยอยเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคเครื่องยนต์ไฮบริดในอนาคต
แม้รถรุ่นนี้จะไม่มีระบบ AEB (Autonomous Emergency Braking) ซึ่งเป็นระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่กฎหมายออสเตรเลียบังคับใช้กับรถรุ่นใหม่ตั้งแต่ปี 2025 แต่ McLaren ก็ยังสามารถนำเข้าไปจำหน่ายได้ ผ่านโครงการนำเข้ารถพิเศษสำหรับรถหายากหรือรถผลิตจำนวนจำกัด ทำให้แฟน ๆ ในออสเตรเลียยังมีโอกาสครอบครอง แม้จะมีจำนวนจำกัดก็ตาม
ก่อนหน้านี้ McLaren ต้องยุติการจำหน่าย 750S และ GTS ในออสเตรเลีย เพราะไม่ผ่านข้อกำหนดเรื่อง AEB ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือเพียง Artura Hybrid ที่ทำตลาดอยู่ในประเทศดังกล่าว
สำหรับ McLaren 788HS ถือเป็นการพัฒนาต่อจาก 720S ที่เปิดตัวเมื่อปี 2017 ก่อนแตกไลน์เป็น 765LT ในปี 2020 และ 750S ในปี 2023 โดยรุ่นใหม่นี้ถูกเรียกว่า “Final Evolution” หรือเวอร์ชันสุดท้ายของแพลตฟอร์มนี้อย่างแท้จริง
ชื่อ HS ย่อมาจาก High Sport ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ McLaren ใช้เฉพาะรถรุ่นพิเศษที่สุดของสายการผลิตปกติ และที่ผ่านมาเคยใช้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น
หัวใจสำคัญยังคงเป็นเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ความจุ 4.0 ลิตร รหัส M840T ซึ่งได้รับการปรับจูนใหม่ให้มีกำลังสูงสุด 580 กิโลวัตต์ หรือ 788 แรงม้า (Metric Horsepower) พร้อมแรงบิด 800 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังที่เพิ่มขึ้นทำให้รถสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที เท่าเดิม แต่ทำเวลา 0-200 กม./ชม. ได้ใน 7.0 วินาที เร็วกว่า 750S เล็กน้อย ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 330 กม./ชม.
แม้ตัวเลข Top Speed จะลดลงจาก 750S ที่ทำได้ 332 กม./ชม. แต่แลกกับประสิทธิภาพด้านแรงกดอากาศที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
McLaren ยังอัปเกรดระบบช่วงล่างใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น แท่นเครื่องแบบใหม่ ช่วงล่างไฮดรอลิกที่ปรับเซ็ตใหม่ พร้อมลดความสูงด้านหน้าลงอีก 5 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มความเฉียบคมในการเข้าโค้ง
ระบบเบรกยกมาจาก McLaren Senna โดยใช้จานเบรก Carbon Ceramic พร้อมคาลิเปอร์หน้าแบบ 6 ลูกสูบ ที่มีช่องระบายความร้อนภายใน เพิ่มความทนทานสำหรับการใช้งานในสนามแข่ง
อีกหนึ่งความพิเศษคือ 788HS เป็น McLaren รุ่นปกติคันแรกที่ติดตั้ง ล้อแบบ Center Lock ซึ่งปกติจะพบในรถ Ultimate Series เท่านั้น เช่น Senna, Speedtail และ W1
ด้านเสียงเครื่องยนต์ก็ถูกปรับใหม่ด้วย ท่อไอเสียไทเทเนียมแบบ 4 ปลาย ช่วยให้เสียง V8 ดังกระหึ่มและเร้าใจมากยิ่งขึ้น
ในเรื่องแอโรไดนามิก McLaren ระบุว่า 788HS สร้างแรงกดอากาศได้มากกว่า 765LT ถึง 10% จากชุดแอโรแพ็กเกจใหม่ ประกอบด้วย
ลูกค้ายังสามารถเลือกชุดแต่งจากแผนก McLaren Special Operations (MSO) ทั้งตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์แบบโชว์ลาย เคลือบผิวด้านหรือเงา รวมถึงออปชันตกแต่งเฉพาะบุคคลอีกมากมาย
ภายในห้องโดยสารติดตั้ง คอนโซลกลางคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ตราสัญลักษณ์ 788HS โดยเฉพาะ และเบาะหุ้มวัสดุเจาะรูดีไซน์ใหม่
ทั้งหมดนี้ช่วยให้น้ำหนักตัวรถแบบ Dry Weight อยู่ที่เพียง 1,265 กิโลกรัม (ไม่รวมผู้โดยสาร น้ำมันเชื้อเพลิง และของเหลวต่าง ๆ)
McLaren จะผลิต 788HS เพียง 200 คันทั่วโลก มีให้เลือกทั้งตัวถัง Coupe และ Spider โดยออสเตรเลียจะได้รับโควตาจำนวนจำกัด ส่วนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,078,800 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 25,000,000 บาท (ไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน) ซึ่งเกือบ 2 เท่า ของราคา 750S Coupe เลยทีเดียว
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " McLaren 788HS เปิดตัวอย่างเป็นทางการ! ส่งท้ายตำนานซูเปอร์คาร์ V8 ตระกูล 720S ผลิตเพียง 200 คันทั่วโลก "