
แม้ว่าจีนจะยังครองตำแหน่ง ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่สถานการณ์ในปี 2026 กลับไม่สดใสเหมือนที่ผ่านมา เมื่อยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ส่งผลให้ค่ายรถจีนต้องเร่งหาตลาดใหม่ด้วยการส่งออกรถไปต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้เห็นรถจีนรุ่นใหม่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ข้อมูลเบื้องต้นจาก China Passenger Car Association (CPCA) ระบุว่า ในเดือนมิถุนายน 2026 จีนมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดรวม 1.04 ล้านคัน แม้ตัวเลขจะดูสูง
แต่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้วกลับลดลง 7% ส่วนยอดขายสะสมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 อยู่ที่ 4.73 ล้านคัน ลดลงถึง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจจีนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ผู้บริโภคจำนวนมากยังชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอโปรโมชั่นหรือการลดราคา รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้รัฐบาลปักกิ่งได้ปรับนโยบายเงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และทยอยยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านภาษีให้กับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้ยังมีการยืนยันว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป สิทธิ์ลดหย่อนภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV), รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ขยายระยะทาง (EREV) รวมถึงรถเพื่อการพาณิชย์เซลล์เชื้อเพลิง จะถูกปรับลดลง แม้ว่ามูลค่าที่ลดหย่อนจะไม่มากนัก
โดยเฉลี่ยช่วยประหยัดเพียง 360-660 หยวน (ประมาณ 2,000-4,000 บาท) ต่อปี แต่ก็อาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคบางส่วน
เมื่อการแข่งขันในประเทศรุนแรงขึ้นและกำไรหายากกว่าเดิม ผู้ผลิตรถยนต์จีนจึงเริ่มหันไปพึ่งตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยปัจจุบันมีเพียง BYD, Xiaomi และ Leapmotor เท่านั้นที่สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่บริษัทที่ปรึกษา AlixPartners คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 อาจมีผู้ผลิตอีกเพียงประมาณ 4 ราย ที่จะสามารถทำกำไรได้ ส่วนผู้เล่นรายเล็กอีกจำนวนมากมีโอกาสถูกควบรวมกิจการหรือหายไปจากตลาด
ด้วยเหตุนี้ การส่งออกจึงกลายเป็นความหวังสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน นักวิเคราะห์คาดว่า ภายในสิ้นปี 2026 ผู้ผลิตรถยนต์จีนอาจส่งออกรถยนต์รวมได้ถึง ประมาณ 10 ล้านคันทั่วโลก เพิ่มขึ้นถึง 41% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ผู้บริโภคในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อาจได้เห็นรถยนต์จากจีนเปิดตัวมากขึ้น มีตัวเลือกหลากหลายขึ้น และการแข่งขันด้านราคาจะยิ่งดุเดือดกว่าเดิมในตลาดโลก
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " ยอดขายรถ EV จีนครึ่งปีแรกดิ่ง 13% ผู้ผลิตเร่งบุกตลาดโลก หวังชดเชยยอดขายในประเทศ "