
วันที่ 5 มีนาคมนี้ BYD เตรียมจัดงานเปิดตัวเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่โชว์รถใหม่ แต่เป็นการ “อัปเกรดสมองและหัวใจ” ของรถไฟฟ้าและไฮบริดทั้งค่ายแบบยกชุด
ตามรายงานจาก Autohome ระบุว่า งานนี้จะมีไฮไลต์สำคัญทั้ง Blade Battery 2.0, DM 6.0, ที่ชาร์จระดับเมกะวัตต์ 1,500 kW และ ระบบช่วยขับ God’s Eye 5.0
ก่อนอื่นมาดูตัว “แท่นชาร์จโหด” กันก่อน
ภาพหลุดเผยว่าตู้ชาร์จรุ่นใหม่มาในทรงตัว T สีฟ้าอมเขียว มีสายชาร์จแขวน 2 เส้นบนรางเลื่อน ข้อมูลบนป้ายระบุว่า
ถ้ารองรับชาร์จพร้อมกัน 2 หัว กำลังรวมทั้งสถานีอาจทะลุ 2,000 kW เลยทีเดียว
ในเชิงเทคโนโลยี BYD เรียกระบบนี้ว่า Megawatt Charging 2.0 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจากระบบ 1,000 kW ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว
ข้อมูลเทคนิคบอกว่า กำลังพีกจริงอาจอยู่ที่ 1,360 kW และความเร็วในการชาร์จถูกอธิบายแบบโหด ๆ ว่า “1 วินาที ได้ระยะทาง 2 กิโลเมตร” แปลเป็นตัวเลขง่าย ๆ คือ ชาร์จแค่ 5 นาที วิ่งได้ราว 400 กม.
BYD ยังมีแผนสร้างสถานีชาร์จความเร็วสูงกว่า 4,000 แห่งในปี 2026 และจับมือกับพันธมิตรอย่าง Xiaoju Charging เพื่อขยายเป็นเครือข่ายกว่า 15,000 สถานี ทั้งแบบ flagship, satellite และชุมชน
มาที่หัวใจสำคัญของรถไฟฟ้า Blade Battery 2.0
รุ่นใหม่คาดว่าจะยกระดับความหนาแน่นพลังงานจากเดิม 140–150 Wh/kg ไปเป็น 190–210 Wh/kg
แบ่งเป็น 2 แบบ
BYD ยังตั้งเป้าลดต้นทุนรุ่นใบมีดยาวลงอีก 15% และออกแบบให้ทนทานกว่า 3,000 รอบการชาร์จ หรือเทียบอายุการใช้งานรถประมาณ 1.2 ล้านกิโลเมตร
รถรุ่นท็อปที่ใช้ Blade 2.0 มีโอกาสทำระยะทางได้ถึง 1,000 กม. (มาตรฐาน CLTC) ต่อการชาร์จครั้งเดียว
ฝั่งไฮบริดก็ไม่แพ้กัน เพราะมีข่าวว่า BYD จะเปิดตัว DM 6.0 หรือระบบปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชันใหม่
ตัวเลขที่ลือกันคือ
แม้ยังไม่ยืนยันทางการ แต่ถ้าจริงถือว่าโหดมากสำหรับรถ PHEV
ส่วนระบบขับขี่อัตโนมัติ God’s Eye 5.0 ก็จะอัปเกรดเป็นแนวคิดแบบ “เรียนรู้จากข้อมูลจริง” ด้วย reinforcement learning และควบคุมแบบ end-to-end
ข้อมูลระบุว่า ณ ปลายปี 2025 มีรถ BYD กว่า 2.3 ล้านคัน ใช้ระบบ God’s Eye และสร้างข้อมูลการขับขี่มากกว่า 160 ล้านกิโลเมตรต่อวัน ซึ่งหมายความว่าระบบจะฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ จากพฤติกรรมการขับจริงของผู้ใช้
อีกด้านหนึ่ง BYD Song Ultra ก็กำลังเดินสายการผลิตเต็มกำลัง เตรียมลงตลาดช่วงมีนาคมนี้ รถรุ่นนี้อยู่ในกลุ่มราคา 160,000–180,000 หยวน (ประมาณ 725,000 – 816,000 บาท) และใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าใหม่ที่รวมโครงสร้างตัวถังกับแชสซีเข้าด้วยกัน ฐานล้อยาว 2,840 มม. ยาวกว่า Tang รุ่น 7 ที่นั่งอยู่ 20 มม.
ในโซเชียลยังมีภาพรถทดสอบที่ติดตรา “Flash Charging” ยิ่งตอกย้ำว่า BYD กำลังผลักดันเรื่องชาร์จเร็วแบบจริงจัง
มองในมุมกลยุทธ์ การเปิดตัวเทคโนโลยีชุดนี้ก็เหมือนการ “ทวงบัลลังก์” ทางเทคโนโลยีของ BYD หลังยอดขายช่วงปลายปีที่แล้วเริ่มชะลอตัว
ประธานบริษัทอย่าง Wang Chuanfu เคยยอมรับว่า ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีกำลังถูกคู่แข่งไล่ทัน ด้าน Deutsche Bank คาดว่า BYD จะกลับมาโตอีกครั้งในปี 2026 และเชื่อว่า Blade Battery 2.0 กับ Megawatt Charging จะเป็นตัวแปรหลักที่ดันยอดขาย
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " BYD เตรียมเปิดตัว แบตใหม่ Blade Battery 2.0 + ไฮบริด DM 6.0 + ระบบขับอัจฉริยะ God’s Eye 5.0 วันที่ 5 มี.ค. นี้ "