หน้าหลัก » Advertorial Honda Honda City รีวิว TEST DRIVE รีวิวรถ » รีวิว NEW HONDA CITY Minor Change ขับคล่องตัว นั่งสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ครอบคลุม

รีวิว NEW HONDA CITY Minor Change ขับคล่องตัว นั่งสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ครอบคลุม

โพสโดย : rapee | วันที่ : 22 April 2018
หมวดหมู่ : Advertorial, Honda, Honda City รีวิว, TEST DRIVE รีวิวรถ

รีวิว HONDA CITY Minor Change ขับคล่องตัว นั่งสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ครอบคลุม

IMG_9287

หลายคนคงทราบกันดีว่ายนตรกรรมซีดานแบบ Sub Compact ที่ได้รับความนิยมหรือเป็นขวัญใจมหาชนในบ้านเรา มีอยู่ไม่กี่แบรนด์ และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีชื่อ HONDA CITY เป็นทางเลือกในอันดับต้นๆ ด้วยปัจจัยของแบรนด์ที่เป็นน่าเชื่อถือ ขนาดของรถที่ใช้งานได้คล่องตัว เครื่องยนต์เพียงพอเหมาะกับการใช้งานในเมืองหรือจะขับทางไกลก็สามารถตอบโจทย์ได้ ส่วนดีไซน์ก็อยู่ในระดับที่หลายคนพร้อมเปิดรับ ที่สำคัญราคาก็นับว่าคุ้มค่าสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

[FULL HD] ชมคลิป รีวิว NEW HONDA CITY 2018

สำหรับ HONDA CITY ที่ทีมงาน 9Carthai ได้นำมารีวิวนี้เป็นรุ่นปรับโฉม Minor Change นับเป็นรุ่นที่ 4 ที่มีจำหน่ายในบ้านเรา และเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ของตลาดโลก เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยช่วงต้นปี 2560 โดยรายละเอียดตัวรถนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนหลายจุด เพื่อยกระดับความน่าสนใจและความสปอร์ตมากกว่าเดิม ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงอุปกรณ์ความสะดวกที่ทันสมัยและมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้น

IMG_9312

NEW HONDA CITY รุ่นปรับโฉมทำตลาด 5 รุ่นย่อยเช่นเดิม คือ
S MT ราคา 550,000
S CVT 589,000
V CVT 649,000
V+ CVT 689,000
SV CVT 736,000
SV+ CVT 751,000 บาท

มีให้เลือก 6 สี คือ
1.น้ำเงิน-คอสมิก เมทัลลิก (มีเฉพาะรุ่น SV/SV+)
2.ขาว-ออร์คิด มุก (มีเฉพาะรุ่น SV/SV+)
3.เทา โมเดิร์นสตีล (ยกเว้นรุ่น S)
4.ดำ-คริสตัล
5.ขาว-ทาฟเฟต้า (เฉพาะรุ่น V+/ V/S)
6.เงิน-ลูนาร์ เมทัลลิก

IMG_9213

ภายนอก สำหรับรุ่นที่นำมารีวิวเป็นตัวท็อป SV+ มีการปรับปรุงรายละเอียดหลายจุด เริ่มที่กระจังหน้าได้รับการดีไซน์ใหม่ เป็นแถบโครเมียมขนาดใหญ่ผสานกับแผงรังผึ้ง ซึ่งในบางมุมหน้าตาก็ออกละม้ายคล้ายคลึงกับรุ่นพี่อย่างซีวิค เจนฯ ล่าสุด ชุดไฟหน้ามาในรูปแบบ LED (รุ่น S, V และ V+ ใช้ไฟแบบ มัลติรีเฟล็กเตอร์) มาพร้อมกับไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบหรือ Daytime Running Light แบบ LED ในทุกรุ่นย่อย เช่นเดียวกับไฟตัดหมอกเป็นไฟแบบ LED

ในขณะที่มือจับประตูเป็นแบบโครเมียม (รุ่น S-V สีเดียวกับตัวรถ) สำหรับเสาอากาศมาในรูปแบบครีบฉลาม ส่วนไฟท้ายคงรูปแบบ LED เช่นเดิม แต่ชุดกันชนมีการดีไซน์ใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น

IMG_9217

IMG_9220

ล้อแม็กออกแบบใหม่ดีไซน์แบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Turanza ER370 ขนาด 185/55 R16 รุ่นย่อยอื่นๆ ใช้ขนาด 15 นิ้ว (ยาง 175 / 65 R15)

IMG_9276

มิติตัวรถ ยาว 4,440 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,477 มม. (ยกเว้นรุ่น S/V สูง 1,471 มม.) ระยะฐานล้อ ฐานล้อ 2,600 มม. ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า/คู่หลัง 1,476/1,465 มม. (รุ่น S, V และ V+ มีระยะ 1,492/1,481 มม.) น้ำหนัก 1,102 กก. ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร

IMG_9225

IMG_9110

ภายในห้องโดยสาร รายละเอียดภาพรวมถูกตกแต่งด้วยธีมสีดำ บริเวณคอนโซลยังคงดีไซน์รูปแบบเดิม แต่มีการเติมเต็มความน่าสนใจโดยใช้สีกันเมทัลลิก ผสมผสานการตกแต่งด้วยแถบวัสดุสี Piano Black อีกหนึ่งจุดที่ปรับปรุงใหม่สำหรับรุ่นท็อป SV+ คือเบาะนั่งซึ่งเป็นผ้าลวดลายใหม่สีดำลายสปอร์ต รวมไปถึงไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร-ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า เป็นไฟแบบ LED

IMG_9102

ส่วนมาตรวัดดีไซน์วงกลม 3 ช่อง แบบเรืองแสง (Self-illuminating Meters) สีขาว พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ฝั่งขวาสุด แสดงผลระยะการเดินทาง, ทริปเอ-บี, อุณหภูมิ, อัตราความสิ้นเปลืองทั้งแบบเรียลไทม์และเฉลี่ย (รุ่น S ไม่มีจอ MID)

นอกจากนี้บริเวณขอบบนของช่องวัดความเร็วยังมีแถบไฟ ECO Coaching หรือระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน เป็นระบบที่ช่วยแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้เชื้อเพลิงอย่างรู้คุณค่า โดยวัดจากพฤติกรรมการเหยียบเบรก และคันเร่งของผู้ขับขี่ ซึ่งจะแสดงผลด้วยการเปลี่ยนสีที่มาตรวัดเรืองแสง โดยระบบจะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยโลกในการประหยัดพลังงาน

IMG_9115

IMG_9112

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ก้านฝั่งซ้ายควบคุมเครื่องเสียง-รับโทรศัพท์ ก้านฝั่งขวาควบคุมการทำงานของระบบครูสคอนโทรล โดยพวงมาลัยสามารถปรับตำแหน่งได้ 4 ทิศทาง (ซ้าย-ขวา ขึ้น-ลง) พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด ส่วนบริเวณคอนโซลกลางของรุ่น SV+ เป็นชุดเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส เล่นได้ทั้งวิทยุ FM/AM รองรับระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone รวมไปถึงช่องเชื่อมต่อ HDMI, USB และช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อม 8 ลำโพง (รุ่นต่ำว่า SV ลำโพง 4 ตัว) ถัดต่ำลงมาเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส ข้างๆ กันฝั่งขวาเป็นปุ่ม Push Start

IMG_9101

นอกจากนี้บริเวณมุมขวาด้านล่างของคอนโซลยังมีสวิทช์ควบคุม ECON Mode ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองโดยระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ ลิ้นปีกผีเสื้อ และระบบเกียร์ให้ทำงานสันพันธ์กันในขณะรถวิ่ง นอกจากนั้นระบบจะปรับการทำงานของระบบปรับอากาศ และการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายนอกรถ ซึ่งการทำงานของ ECON Mode นั้นจะช่วยควบคุมเครื่องยนต์ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

IMG_9191

เพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นขณะถอยรถหรือถอยเข้าจอดด้วย Multi-angle Rearview Camera กล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอยโดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน

IMG_9099

สำหรับเบาะนั่งด้านหน้าในฝั่งของผู้ขับ สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ (คันโยก) ส่วนด้านเบาะหลังมาพร้อมพนักพิงศีรษะด้านหลัง 3 ตำแหน่งพร้อมปรับระดับสูง-ต่ำได้ (มีเฉพาะรุ่น SV+) และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ขณะที่ตัวเบาะปรับพับได้แบบ 60:40 (มีที่ดึงพับเบาะด้านในของห้องเก็บสัมภาระท้าย) ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับวางสัมภาระได้อย่างเต็มที่ ส่วนบริเวณห้องเก็บสัมภาระท้ายสามารถจุหรือวางข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ได้ถึง 536 ลิตร ไม่ว่ากระเป๋าเดินทางหรือถุงกอล์ฟก็ยัดเก็บได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายในขณะที่มือต้องถือข้าวของพะรุงพะรัง ด้วยสวิตซ์เปิดฝากระโปรงท้ายจากรีโมทกุญแจ

IMG_9132

IMG_9138

IMG_9163

เครื่องยนต์ เป็นบล็อกเดิมแบบซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) 4 สูบเรียง 16 วาล์ว i-VTEC 1.5 ลิตร สำหรับระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันหรือ CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shif อัตราทดเกียร์ 2.526-0.408 อัตราเกียร์ถอยหลัง 2.706-1.382 ที่พัฒนาเป็นเทคโนโลยี Earth Dream อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 17.9 กม.ลิตร นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงให้เครื่องยนต์สามารถรองรับน้ำเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E85

ในขณะที่ระบบช่วงล่างยังคงรูปแบบเดิมเหมือนรุ่นก่อนปรับโฉม ด้านหน้ามาในรูปแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape ส่วนระบบพวงมาลัยมาเป็นแบบแร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS) พวงมาลัยหมุนสุด 3 รอบ รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนด้านหลังดรัมเบรก

มาตรฐานความปลอดภัย นับว่าในรุ่นท็อปจัดมาให้ค่อนข้างครบ ทั้งระบบเบรก ABS ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA และสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS ที่มีให้ครบในทุกรุ่น รวมไปถึงระบบถุงลมนิรภัยที่มีมากถึง 6 ตำแหน่งบริเวณ คู่หน้า, ถุงลมด้านข้างคู่หน้าและม่านถุงลมด้านข้าง (2 ตำแหน่งหลังมีเฉพาะรุ่น SV+ เท่านั้น) ส่วนระบบกุญแจเป็นแบบนิรภัย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย

IMG_9161

IMG_9184 

ถึงเวลาสัมผัสจริง สำหรับการทดลองขับ Honda City Minor Change รุ่น SV+ ทีมงานใช้ระยะทางในการขับกว่า 200 กม. บนถนนในเขตเมืองที่มีสภาพการจราจรหลากหลาย (ทั้งจอดสนิทนิ่งตัดสลับเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ บางช่วง) และถนนย่านชานเมืองซึ่งสามารถทำความเร็วได้เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง พร้อมกับเปิดระบบปรับอากาศปกติ (Auto) จำนวนผู้นั่ง 2 คน (น้ำหนักรวมกันประมาณ 110 กก.)

เริ่มต้นกับความรู้สึกเมื่อขับในช่วงจราจรคับคั่ง หยุดๆ ติดๆ เคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ความคล่องตัวในการขับใช้งานค่อนข้างดี การเปลี่ยนเลนเปลี่ยนช่องจราจรทำได้สะดวกและเบามือ ซึ่งปัจจัยหลักก็มาจากมิติตัวรถที่ค่อนข้างกะทัดรัด ทำให้ขับได้ง่าย อีกทั้งพวงมาลัยก็เป็นเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นคนผู้หญิงหรือมือใหม่ก็ใช้งานได้อย่างเบามือทีเดียว ในด้านสมรรถนะแน่นอนว่าในช่วงนี้สามารถใช้ความเร็วได้ไม่มากนัก เต็มที่ไม่เกิน 60 กม./ชม. ซึ่งการตอบสนองของขุมพลังก็ตอบโจทย์การใช้งานได้ตามปกติอยู่แล้ว

ต่อเนื่องมาลองสมรรถนะเมื่อขับออกนอกชานเมือง ซึ่งมีการขยับปรับความเร็วเพิ่มขึ้น การตอบสนองของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กับน้ำหนักตัวรถ 1.1 ตัน โดยรวมนับว่าถ่ายพละกำลังออกมาให้สัมผัสได้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับพิกัดของขุมพลัง แต่การไต่ระดับความเร็วจากจุดหยุดนิ่ง หรือเมื่อต้องกดคันเร่งให้รถพุ่งทะยานอาจไม่หวือหวาหรือกระชากดึงมากนัก ในขณะเดียวกันถ้าเป็นในจังหวะที่ความเร็วลอยตัวอยู่แล้ว การเติมคันเร่งเพื่อขยับความเร็วก็ตอบสนองได้ค่อนข้างดีทีเดียว

โดยความเร็ว 80 กม./ชม รอบเครื่องอยู่ที่ 1,500 รอบ/นาที, 90 กม./ชม. รอบเครื่องอยู่ที่ 1,600 รอบ/นาที และ 100 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์ 1,900 รอบ/นาที ในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองกับระยะทางกว่า 200 กม. พร้อมปัจจัยของสภาพการจราจรที่หลากหลาย ตัวเลขที่แสดงผ่านจอ MID ของรถอยู่ที่ 13.8 กม./ชม. ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เชื่อว่าผู้ใช้สามารถยอมรับได้ เมื่อเทียบกับพิกัดเครื่องยนต์ ส่วนการเก็บเสียงในช่วงความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. ถือว่าทำได้ดี แต่ถ้าใช้ความเร็วมากกว่าก็มีเสียงของลมที่มาปะทะกระจกบังลมหน้าหรือกระมองข้างให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ

อีกทั้งระบบเกียร์ CVT ลูกนี้ถูกออกแบบให้มีอัตราทดค่อนข้างกว้างจึงมีแรงบิดที่ค่อนข้างดีในรอบต่ำ ส่วนการเปลี่ยนมาใช้การควบคุมเกียร์ที่แป้นแพดเดิ้ลชิฟท์ รวมๆ นับว่าตอบโจทย์อารมณ์ความซิ่งได้ระดับหนึ่ง พอให้เครื่องยนต์ได้เรียกรอบแบบตื๊ดๆ สนุกตามสมควรกับพละกำลังที่มีอยู่ โดยสามารถแปรผันอัตราทดได้ถึง 7 จังหวะ

ระบบช่วงล่างภาพรวมประสิทธิภาพ นับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้เมื่อเทียบกับราคาค่าตัว ซึ่งหลายคนที่คาดหวังว่าคาแร็คเตอร์จะออกไปทางนุ่มๆ นิ่มๆ อาจจะสัมผัสไม่ได้สำหรับ City โฉมนี้ ขณะเดียวกันก็อาจแทนทีด้วยความรู้สึกแน่นๆ ดีดๆ หน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับกระด้างซะทีเดียว ส่วนประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนทั้งช่วงการใช้ความเร็วบนโค้งยาวๆ หรือโค้งต่อเนื่องก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับออกอาการเหวอๆ จนขาดความมั่นใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีระบบตัวช่วยด้านความปลอดภัยติดตั้งมาให้มาพอสมควร

สำหรับระบบเบรกของ HONDA CITY โฉม Minor Change แม้มีรูปแบบดิสก์ล้อคู่หน้าและดรัมคู่หลัง ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญนั้นเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ แต่ทว่าการทำงานของระบบก็ไม่ได้ถือว่าด้อยแต่อย่างใด เพราะทีมวิศวกรได้มีการปรับเซ็ตให้ประสิทธิภาพนั้นเพียงพอต่อระดับความเร็ว ซึ่งมุ่งใช้งานในเมืองเป็นหลัก ขณะเดียวกันการหยุดยั้งในช่วงที่ใช้ความเร็วสูง นับว่ายังทำได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมีการติดตั้งระบบช่วยเบรกไว้อย่างครบครันทั้ง ABS และ EBD

มาดูที่รายละเอียดในห้องโดยสารบ้างสำหรับรุ่นท็อป SV+ ในด้านของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย นับว่าติดตั้งมาให้อย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอัตโนมัติที่คอนโทรลได้แบบสัมผัส เครื่องเสียงแบบจอสัมผัสที่มีฟังก์ชั่นให้ใช้งานกันเกือบจะครบทีเดียว แต่จุดที่อยากให้เพิ่มเติมเข้ามาคือพอร์ต USB ซึ่งมีแค่จุดเดียวที่ชุดเครื่องเสียง แม้จะมีจุดชาร์จไฟให้มากถึง 3 จุด (12V) บริเวณใต้แผงควบคุมระบบปรับอากาศและด้านหลังพนักพิงแขนกลาง (สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง) ซึ่งก็ไม่ได้สะดวกนักเพราะการชาร์จไฟสำหรับสมาร์ทโฟนต้องใช้อะแดปเตอร์ที่มีพอร์ต USB เสียบต่อก่อน

IMG_9125

ส่วนเบาะนั่งแม้เป็นเบาะผ้าแต่ถ้ามองในเรื่องของดีไซน์และลวดลายที่เลือกใช้นับว่าเข้ากันกับประเภทรถอย่างลงตัว แต่จะดีไปกว่านี้ถ้าเบาะฝั่งคนขับสามารถปรับตำแหน่งได้ด้วยระบบไฟฟ้า ส่วนแผงมาตรวัดในความคิดส่วนตัวของผู้ทดสอบ สังเกตว่าดีไซน์อาจดูเรียบง่ายไปนิด คือเป็นกลมๆ 3 ช่อง แต่พอมีแถบไฟวงแหวนของระบบ ECO Coaching จอ MID แบบดิจิตอลเพิ่มเข้ามา ก็ช่วยดึงดูดให้เรือนไมล์ดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับตำแหน่งในการนั่งในเบาะคู่หน้า นับว่าให้ความสบายพอสมควร ด้วยดีไซน์ของปีกเบาะที่ไม่ยื่นออกมามากนักและพนักพิงที่ค่อนข้างกว้างทำให้ผู้ขับหรือผู้โดยสารร่างท้วมๆ นั่งแล้วไม่รู้สึกว่าอึดอัด ในขณะเดียวกันฐานเบาะมีการออกแบบให้มีความยาวยื่นไปด้านหน้า ทำให้สามารถซัพพอร์ตกับผู้ขับที่มีลักษณะตัวสูงและมีขายาวได้ดี

ส่วนในตำแหน่งด้านหลังต้องเอ่ยปากชมว่าทีมออกแบบของ Honda สามารถจัดสรรพื้นที่ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเมื่อได้ลองนั่งเสมือนว่าอยู่บนรถแบบซีดานระดับซี-เซกเม้นท์ ทำให้การนั่งไม่ต้องงอขา-งอเข่ามากนัก อันเป็นสาเหตุของความเมื่อยล้าเมื่อต้องนั่งเป็นระยะเวลานาน ผู้โดยสารร่างพอดีๆ ไม่ท้วมมากนั่ง 3 คนก็ยังพอไหวไม่อึดอัดซะทีเดียว ส่วนตัวเบาะเองรวมๆ นับว่าดีไซน์ออกมาได้ค่อนข้างดี พนักพิงไม่ตั้งชันจนเกินไป แต่ติดนิดเดียวตรงฐานเบาะ ซึ่งต้องทำหน้าที่รองรับไต้ท้องขานั้นรู้สึกว่าสั้นไปสักนิด แต่ก็ทดแทนด้วยพื้นที่สำหรับยืดขา ส่วนระยะเฮดรูมทั้งด้านหน้าและหลังหายห่วงมีพื้นที่เหลือเกือบ 1 ฝ่ามือ คนสูงๆ นั่งสบายไม่ต้องกลัวหัวจะไปชิดเพดาน

บทสรุป สำหรับ HONDA CITY Minor Change นับเป็นซีดานแบบ Sub Compact ที่น่าสนใจภายใต้คุณสมบัติเด่นๆ หลายจุด ทั้งในส่วนของดีไซน์ที่นับว่ายังไม่ตกเทรนด์ ห้องโดยสารที่กว้างขวางจนเกินข้อจำกัดของขนาดรถ และยังมากด้วยอุปกรณ์-ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวก พร้อมเครื่องยนต์ที่รองรับการใช้งานในเมืองได้ดีภายใต้ซีซีที่ไม่สูงนัก กับราคา 751,000 บาท โดยรวมนับว่าคุ้มค่า สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างลงตัว

ข้อสังเกตุ และสิ่งที่อยากให้มี
– siri ได้มีการตัดออกไป
– ปุ่มทางลัดบนพวงมาลัยหายไป
– กระจกมองข้างตอนพับไม่แนบกับประตู
– ไม่มี ที่ใส่ของหลังเบาะฝั่งคนขับ
– ไม่มี ที่พักแขนเบาะหลัง
– เข็มขัดนิรภัยไม่สามารถปรับสูง-ต่ำได้

IMG_9287IMG_9238IMG_9312IMG_9276IMG_9281IMG_9224IMG_9225IMG_9280IMG_9213IMG_9217IMG_9219IMG_9220IMG_9158IMG_9234IMG_9110IMG_9112IMG_9102IMG_9108IMG_9116IMG_9115IMG_9101IMG_9126IMG_9097IMG_9099IMG_9121IMG_9132IMG_9134IMG_9125IMG_9135IMG_9138IMG_9163IMG_9143 IMG_9161 IMG_9184


รถใหม่ 2020

รถยอดนิยม

Ford Ranger ราคา 528,000.

Ford Everest ราคา 1,299,000.


Mazda 2 ราคาเริ่มต้น 546,000.
Mazda 3 ราคาเริ่มต้น 969,000.


Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000.
Nissan Kicks ราคาเริ่มต้น 889,000.


Toyota Fortuner ราคาเริ่มต้น 1,319,000.
Toyota Revo ราคาเริ่มต้น 544,000.
Toyota Vios ราคาเริ่มต้น  609,000.
Toyota Yaris ATIV 4 ประตู ราคาเริ่มต้น 529,000.
Toyota Yaris 5 ประตู ราคาเริ่มต้น 539,000.
Toyota Corolla Cross ราคาเริ่มต้น 989,000.


Honda City ราคาเริ่มต้น 579,500.
Honda Civic ราคาเริ่มต้น 874,000.
Honda Jazz ราคาเริ่มต้น 555,000.


โตโยต้า อัลติส| โตโยต้า รีโว | Honda City | Honda Civic | Honda Jazz  | โคโลราโด | แคปติวามาสด้า 2 | Mazda CX-5 | นิสสัน อัลเมร่า | นิสสัน คิกส์ | นิสสัน เทียน่า | Suzuki Swift | มิราจ | แอททราจ | ISUZU D-MAX | ISUZU MU-X




Sales ประจำเว็บนะครับ

BMW 096-998-2498 K.ดวงใจ (ตูน) BMW Europa Motor พระราม 2/ Id Line : @dealeuropa
Chevrolet 098-3856935 K.เต้ (ปทุมธานี), LINE : taekincha​
Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2
Honda 085-082-2662 K.บอล *HONDA สาธุประดิษฐ์ Line ID : ballz12345
Hyundai 097-249-3639 K.พล Line ID : nine_pon
ISUZU 087-332-1320 K.อาม เพชรเกษม Line ID : armisuzu108
Mazda 092-8687997 K.แบงค์ สาขาสุขุมวิท 65 ID Line : bankmazda
Mercedes-Benz 082-5445292 K.หนุ่ย Benz Metro Autohaus พระราม 2 ID Line : 0825445292
MG 084-0050440 K.บี สาขาเพชรเกษม 65 บางแค Line : beblaire
MINI 065-6479399 K.เปิ้ล สาขาพระราม 4 และ เอกมัย Millennium Auto / / Id Line : noople_mini
Mitsubishi 081-6155139 K.จิมมี่ มิตซูวิภาวดี / Line id : Jimmy_Srisuda
Nissan 062-4196289 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่ ID LINE : ae-nissan
Suzuki 089-508-9575 K.ข้าวเม่า *จอมทอง Line : @dfg4137a
Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *รามคำแหง / Id-Line : 0895064177
* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ
** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ
*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.