รถยนต์ MAZDA ใช้พื้นที่จังหวัดสระแก้ว เปิดตัวรุ่น BT-50 หวังเป็นสถานที่จำหน่ายสู่เศรษฐกิจอินโดจีน‏

วันนี้ (24 ม.ค.) นายนิรันดร์ ตั้งกงพานิช ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า การปรากฏโฉมของรถต้นแบบ THE ALL NEW MAZDA BT-50 PRO (Prototype Concept) ในครั้งนี้ เป็นสิ่งยืนยันถึงการเอาจริงของมาสด้า เพื่อปฏิวัติตลาดรถปิกอัพของโลก ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบที่ฉีกออกจากกฎเกณฑ์สไตล์เดิมๆ ของรถปิกอัพ ด้วยแนวทางการออกแบบที่โดดเด่นสวยงามที่สุดในตลาด เส้นสายมีความพลิ้วไหวสะท้อนการออกแบบในอนาคต

นอกจากนั้น ยังเป็นรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง เป็นรถปิกอัพระดับหรูดึงดูดผู้คน ให้อยากสัมผัสอยากเข้าไปนั่งหรือตั้งแต่แรกเห็น มีความโดดเด่นเป็นพิเศษทั้งภายในและภายนอก และอุปกรณ์ ที่มีความกลมกลืนลงตัวสวยงาม สำหรับลูกค้าในจังหวัดสระแก้ว ได้มาจองรถ ประมาณ 30 กว่ารายแล้ว

นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า มาสด้ายังเอาใจคนที่หลงใหลความเป็นสปอร์ตในสไตล์ ซูม-ซูม ด้วยการแนะนำรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า 2 ใหม่ รุ่นพิเศษ Limited Edition ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 600 คันเท่านั้น ภายใต้ชื่อ “RACING SERIES” ที่มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งของแท้จากโรงงาน ดีไซน์ใหม่เน้นความเป็นสปอร์ต ชุดสเกิร์ตหลังใหม่ ชุดสปริงโหลด นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ดีไซน์พิเศษเฉพาะมาสด้า 2 รุ่นนี้

ส่วนล้ออัลลอยด์สีใหม่ เสาอากาศแบบสั้น ปลายท่อไอเสียสเตนเลสสุดเท่ ชุดแป้นเบรกและคันเร่งแบบสปอร์ต เติมดีกรีด้วยสติกเกอร์ RACING SERIES พร้อมกราฟฟิกออกแบบพิเศษลายสปอร์ต

สำหรับมาสด้า 2 สปอร์ต แฮตช์แบค 5 ประตู จะมีสีพิเศษ Celestial Blue Mica (สีฟ้าใหม่พิเศษเฉพาะรุ่นนี้) และสีขาว Cool White ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 675,000 บาท สำหรับรุ่นเอลิแกนซ์ ซีดาน 4 ประตู มีอีก 2 สีให้เลือก โดดเด่นด้วยสีขาว Cool White และดำ Black Mica ราคาจำหน่าย 670,000 บาท โดยพร้อม จะทำการเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ เพื่อเปิดตลาดสู่เศรษฐกิจอินโดจีน

 

ขอขอบคุณข่าวผู้จัดการ

 

Mazda เปิดตัว มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล BT ดีไซน์สไตล์เก๋งตอบรับแอคทีฟไลฟ์สไตล์ คว้าฮีโร่หนุ่มขวัญใจคนไทย ผู้พันเบิร์ด เป็นพรีเซ็นเตอร์

บริษัท Mazda sales Thailand Co.ltd เริ่มสตาร์ตออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี ด้วยการเปิดตัวแนะนำ Mazda BT-50 Pro ที่มาพร้อมคอนเซปต์แบบฮีโร่ ขับเคลื่อนทุกสิ่ง…ให้เป็นจริงได้ ซึ่งเป็นรถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุดจากสายการผลิตในประเทศไทย พร้อมอวดโฉมที่ออกแบบมาให้คล้ายกับรถยนต์นั่งระดับหรู ลบภาพความเป็นปิกอัพแบบเดิมๆ จนหมดสิ้น รูปลักษณ์ดีไซน์แบบสปอร์ตสไตล์ Zoom Zoom มาพร้อมเครื่องยนต์หัวฉีดตัวใหม่ Di-THUNDERPRO อัดแน่นด้วยออปชั่นที่ใส่มาแบบเต็มๆ พร้อมดึงเอา “ผู้พันเบิร์ด” ซึ่งเป็นฮีโร่ในดวงใจของคนไทยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เปลี่ยนภาพลักษณ์ฮีโร่ในประวัติศาสตร์ ให้เป็นฮีโร่ของครอบครัวและคนรอบข้างในยุค พ.ศ. 2555 มาดแมนเท่ แต่อบอุ่นเคียงข้าง Mazda BT-50 Pro ที่เปิดราคาเริ่มต้น 589,000 บาท โดยตั้งเป้ายอดขายไว้สูงถึง 22,000 คัน

นาย โชอิชิยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Mazda Sales Thailand Co.ltd แถลงต่อสื่อมวลชนในวันเปิดตัวว่า รถปิกอัพ New Mazda BT-50 Pro คือ รถปิกอัพที่มีความสมบูรณ์แบบและลงตัวที่สุดในยุคนี้ คาดว่าหลังเปิดตัวจะส่งผลให้ตลาดรถปิกอัพของประเทศไทยเปลี่ยนไปด้วยรูป ลักษณ์การออกแบบที่ลงตัว ภายนอก และภายในมุ่งเน้นไปที่ความอเนกประสงค์ มิติตัวถังมีขนาดที่ใหญ่สุดในตลาดพร้อมวางตำแหน่งของสินค้าที่ชัดเจน และพูดกับกลุ่มเป้าหมายชัดเจนเช่นกัน จะทำให้รถปิกอัพ BT-50 Pro รุ่นนี้กำลังจะกลายเป็นปิกอัพที่ฮิตติดตลาดอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ Mazda ยังมีพรีเซ็นเตอร์ขวัญใจคนไทยมาดแมนและใจดีมาช่วยสร้างความเท่ยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่ง Mazda BT-50 Pro มีให้ลูกค้าได้เลือกหลากหลายรุ่นทั้งฟรีสไตล์แค็ป หรือบานแค็ปเปิดได้ และดับเบิ้ลแค็ป 4 ประตู มาใน 2 เครื่องยนต์ คือ Di-THUNDERPRO 3.2 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร และ Di-THUNDERPRO 2.2 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตรที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน มีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ โดยเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูงหรือ ไฮ-เรชเซอร์ Hi-Racer จะเป็นจุดขายที่สำคัญของ Mazda ซึ่งจะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายการขายรถปิกอัพที่ตั้งไว้ในปีนี้ 22,000 คันอย่างแน่นอน

นาย โชอิชิยูกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า รถปิกอัพ Mazda BT-50 Pro ได้ฉีกทุกกฎของการออกแบบปิกอัพแบบเดิมๆ ด้วยการผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่เน้นความสวยงามมีสไตล์ ควบคู่กับการใช้งานปิกอัพที่มากกว่ารถเก๋ง ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด “นากาเร่” ซึ่งเป็นความงดงามที่อยู่ในธรรมชาติ ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวและดุดัน มาประยุกต์ให้เข้ากับแนวคิดการออกแบบ Mazda ล่าสุด “โคโดะ” หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว ด้วยแรงบันดาลใจจากภาพของราชสีห์แห่งเจ้าป่าอันสง่างามน่าเกรงขาม แต่คงไว้ซึ่งความปราดเปรียวและพลังที่ดุดัน ที่พร้อมกระโจนไปข้างหน้าอย่างว่องไวทำให้ Mazda BT-50 เป็นปิกอัพที่มีเส้นสายสวยงามพลิ้วไหวอยู่รอบคันตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย เป็นรถปิกอัพคันแรกที่ให้อารมณ์ความรู้สึกในการขับขี่แบบสปอร์ต มีบุคลิกที่โดดเด่นฉีกออกจากรถปิกอัพแบบเดิมๆ สิ่งอำนวยความสะดวกที่มาพร้อมรูปลักษณ์หน้าตาทันสมัย คือความลงตัวสำหรับทุกรูปแบบการใช้งาน และยังมีขนาดของมิติตัวถังที่ใหญ่สุดในตลาดรถปิกอัพของประเทศไทย

Mazda BT-50 Pro รถปิกอัพรูปลักษณ์ในสไตล์เก๋ง ใช้กระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Mazda ที่สอดแทรกอยู่รถยนต์ทุกรุ่นและเป็น DNA ของค่าย Zoom Zoom ไฟหน้าสปอร์ตรูปทรงบูมเมอแรงให้ความสว่างยามขับขี่ตอนกลางคืน ด้วยประสิทธิภาพในการส่องแสงของโคมไฟหน้าแบบใหม่ เพื่อทัศนวิสัยการขับขี่ที่ปลอดภัยซุ้มล้อขนาดขนาดใหญ่กว่าปกติ สำหรับการลุย ออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกันกับตัวรถเพื่อความกลมกลืนและสวยงาม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวเพิ่มเข้ามาเพื่อประโยชน์ใช้สอย ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ล่าสุดสไตล์รถเก๋ง ออกแบบรูปทรงตามแนวนอนแยกเป็นสองส่วนตามแบบรถยนต์นั่ง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว น้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ของตัวรถด้านการยึดเกาะ ห้องโดยสารออกแบบคล้ายรถยนต์นั่งไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ครั้งแรกของรถปิกอัพเมืองไทย ตามด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเปลี่ยนเกียร์ Up-shift indicator หน้าจอแสดงฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ MFD เชื่อมต่อโลกการสื่อสารด้วยสัญญาณ Bluetooth กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบความปลอดภัยใช้ระบบเบรกพร้อมชุดป้องกันล้อล็อก ABS 4 ล้อ 4 ทิศทาง พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบกุญแจนิรภัยอิมโมบิไลเซอร์ สัญญาณกะระยะถอยหลังและภาพแสดงพื้นที่จับวัตถุขณะกำลังขับถอยหลังเพื่อ ป้องกันการชนกับวัตถุกีดขวาง

นาง สาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท Mazda Sales Thailand Co.ltd กล่าวว่า การเปิดตัวแนะนำ Mazda BT-50 Pro ในวันนี้จะสร้างดีมานด์ใหม่เซ็กเมนต์ใหม่ให้แก่ตลาดปิกอัพ และจะทำให้พฤติกรรมการซื้อรถปิกอัพของไทยเปลี่ยนไปจากเดิม Mazda BT-50 Pro ใหม่จะมาเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้ปิกอัพ และปิดช่องว่างระหว่างรถเก๋งกับรถปิกอัพรวมทั้งระหว่างรถปิกอัพกับรถ PPV ด้วย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ Mazda BT-50 Pro คือกลุ่มคนที่ใช้รถปิกอัพทั้งในด้านธุรกิจการงาน และทำกิจกรรมร่วมกับ ครอบครัวเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เป็นกลุ่มคนที่เลือกใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในแบบฉบับของตัวเอง มีความกระฉับกระเฉงในการใช้ชีวิตพวกเขามองว่ารถที่ใช้บ่งบอกและสะท้อนภาพ ลักษณ์ของตัวเองโดยให้ความสำคัญต่อการออกแบบ และคุณภาพของรถ และสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจได้ทั้งเครื่องยนต์และช่วงล่าง โดยไม่ยอมประนีประนอมถึงแม้จะเป็นรถปิกอัพ หรือพูดได้สั้นๆ ว่าพวกเขาต้องการรถปิกอัพที่แตกต่างเหนือกว่ารถปิกอัพที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้

กลยุทธ์ ด้านราคาเป็นอีกสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้นโดยการพิจารณานำเอา Mazda BT-50 Pro ลงสู่ตลาด ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 5 แสนกลางๆ ในขณะที่รุ่นสูงสุด หรือ รุ่นท็อป ซึ่งเป็นแบบสี่ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร มาพร้อมเบาะหนัง และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ราคายังไม่แตะ 1 ล้านบาทจะทำให้ลูกค้าที่เข้าข่ายในโครงการรถคันแรก ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ นับว่ามีความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นอย่างมากที่สำคัญ Mazda แถมฟรีประกันภัยชั้น 1 ทุกรุ่น นอกจากนี้ Mazda BT-50 Pro ยังมีให้เลือกหลากหลายรุ่น ประกอบด้วย

Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็ป 4×2 S 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิค ราคา 589,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็ป 4×2 V 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิค ราคา 639,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็ป 4×2 V2.2L ABS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิค ราคา 683,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็ป 4×2 V 2.2L Hi-Racerเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิค ราคา 659,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็ป 4×2 V2.2L Hi-Racer ABS เกียร์ธรรมดา 6 สปีดสีเมทัลลิค ราคา 715,000 บาท
Ø รุ่นฟรีสไตล์แค็ป 4×4 R 3.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิค ราคา 814,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4×2 S 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิค ราคา 629,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4×2 V 2.2L เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิคราคา 724,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4×2 V 2.2L ABS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิค ราคา 764,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4×2 V 2.2L Hi-Racerเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิคราคา 746,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4×2 V 2.2L Hi-Racer ราคา 874,000 บาท ABS + เบาะหนัง + CruiseControl เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สีเมทัลลิค
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4×4 R 3.2L ABS+DSC เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สีเมทัลลิคราคา 943,000 บาท
Ø รุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4×4 R 3.2Lราคา 988,000 บาทABS + DSC + เบาะหนัง + Cruise Control เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สีเมทัลลิค

 

 

ขอขอบคุณข่าวไทยรัฐ

 

 

วันนี้ (7ต.ค.) บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเปิดตัว “นิสสัน อัลเมร่า ใหม่” อี โคคาร์ 4 ประตูรุ่นแรกของประเทศไทย พัฒนาต่อยอดจากรุ่นพี่ “มาร์ช” บนโครงสร้าง V-Platformเดียวกัน ชูจุดเด่นการผสมผสานความหรูหราและความประหยัด ด้วยรูปลักษณ์ตัวถังขนาดใหญ่ พื้นที่ภายในกว้างขวาง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เคาะราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 429,000-599,000 บาท

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ นับเป็นรถรุ่นที่ 2 ที่สร้างขึ้นบนโครงสร้าง V-Platform ผสานแนวคิดในการออกแบบที่แตกต่างระหว่าง “ความหรูหรา” และ “ความประหยัด” โดดเด่นด้วยมิติตัวถังขนาดใหญ่เกินคาดเมื่อเปรียบเทียบกับรถซับคอมแพคทั่วไป ขนาดยาว 4,425 มม. กว้าง 1,695 มม. และสูง 1,500 มม.

รูปลักษณ์ภายนอกใช้เส้นสายการออกแบบที่ดูทรงพลังคล้ายคลึง กับสรีระกล้ามเนื้อของมนุษย์ รูปทรงด้านข้างของตัวรถเน้นความปราดเปรียวแบบสปอร์ต ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ขนาดใหญ่ กระจังหน้าและที่เปิดประตูแบบโครเมียม พร้อมสปอยเลอร์และไฟเบรกแบบ LED ถูกติดตั้งในทุกรุ่น ส่วนล้ออัลลอยลายสปอร์ตใช้ขนาด 15 นิ้ว และยางหน้ากว้างซีรีส์ 185/65 R15

ภายในห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบาย มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางด้วยขนาดความยาว 1,828 มม. โดดเด่นด้วยระบบกุญแจอัจฉริยะ Intelligent key พร้อมปุ่มเปิดฝากระโปรงท้ายรถบนรีโมท และปุ่ม Push Start สะดวกสบายในการเข้า-ออก สตาร์ท ดับเครื่องยนต์ และล็อครถได้เพียงนิ้วสัมผัส พวงมาลัย 3 ก้านดีไซน์สปอร์ตพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง หน้าปัดเรืองแสงแบบ Fine Vision Meter มี Multi Display ที่ให้ข้อมูลการขับขี่และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ด้านความบันเทิงใช้วิทยุขนาด 2 DIN มาพร้อมฟังก์ชัน CD, MP3, วิทยุ และช่องต่อ AUX ด้านระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ควบคุมอุณหภูมิและทิศทางลมในห้องโดยสารได้ตามความต้องการ และปิดท้ายด้วยพื้นที่ความจุสัมภาระด้านหลังขนาด 490 ลิตร

สำหรับขุมพลังชูความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี “เพียว ไดรฟ์” เครื่องยนต์ยกชุดมาจากรุ่นพี่ “มาร์ช“ ขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ รหัส HR12DE ให้กำลังสูงสุด 58 กิโลวัตต์ หรือ 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ระบบ ขับเคลื่อนมีให้เลือกแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติแบบอัตราทดแปรผันต่อเนื่องหรือ CVT (Continuously Variable Transmission) พร้อมชุดเกียร์เสริม Sub-planetary gearbox และระบบหยุดการเดินเบา Idling stop เพื่อตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถจอดหยุดนิ่ง ส่วนการบริโภคน้ำมันเฉลี่ยที่ 20 กม./ลิตร ตามผลการทดสอบมาตรฐานยุโรป UNECE Reg. 101 Rev. 1 COMBINE MODE NEDC และการคายไอเสียปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 120 กรัม./กม.

ด้านความปลอดภัยตัวถังผ่านการรองรับจาก UNECE regulations 94 และ 95 (UN Economic Commission of Europe) โดยเป็นลักษณะ Zone Body ออกแบบให้ส่วนหน้าและส่วนหลังของตัวถังรถสามารถยุบตัวได้เมื่อเกิดการชน เพื่อดูดซับแรงหรือ Crushable Zone และส่วนกลางตัวรถเป็นแบบ restraint zone หรือโครงสร้างที่ไม่ยุบตัวเพื่อป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการชน ส่วนระบบเบรกมาครบทั้ง ABS, EBD และBAพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มีให้เลือก 6รุ่น 6 สี ได้แก่ สีน้ำตาล Greyish Bronze, สีขาว White Solid, สีเงิน Brilliant Silver, สีดำ Black Star, สีแดง Burning Red และสีน้ำเงิน Dark Blue โดยแบ่งรุ่นและราคา ดังนี้
Nissan Almera รุ่น 1.2 S MT ราคา 429,000 บาท ส่วนลดสำหรับรถคันแรก 60,000 บาท

Nissan Almera รุ่น 1.2 E MT ราคา 455,000 บาท ส่วนลดสำหรับรถคันแรก 64,000 บาท

Nissan Almera รุ่น 1.2 E CVT ราคา 489,000 บาท ส่วนลดสำหรับรถคันแรก 69,000 บาท

นิสสัน อัลเมร่า รุ่น 1.2 ES CVT ราคา 523,000 บาท ส่วนลดสำหรับรถคันแรก 73,000 บาท

นิสสัน อัลเมร่า รุ่น 1.2 V CVT ราคา 563,000 บาท ส่วนลดสำหรับรถคันแรก 79,000 บาท

นิสสัน อัลเมร่า รุ่น 1.2 VL CVT ราคา 599,000 บาท ส่วนลดสำหรับรถคันแรก 84,000 บาท

 

ข่าวในประเทศ – นิสสันยอดจองท่วมท้น ครองอันดับ 1 ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 28 ย้ำภาพผู้นำรถยนต์อีโค คาร์ รวม 12 วัน 4,711 คัน สูงกว่าเป้าที่ได้ตั้งไว้ถึง 2 เท่า และมากกว่ายอดจองในปีที่ผ่านมา 64%

ประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว ว่า ยอดจองจากงานครั้งนี้เกินเป้าที่ตั้งไว้ โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ รถยนต์อีโค คาร์ ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ นิสสันอัลเมร่าและนิสสันมาร์ช ที่มียอดจองรวมกันมากกว่า 3,800 คัน รวมทั้งรถนิสสัน 3 รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกในงานนี้ คือ เทียน่า นาวาร่า และ เอ็กซ์เทรล ก็ได้รับความนิยมและยอดจองที่สูงรวมกันเกือบ 1,000 คัน

“สาเหตุที่นิสสันได้ยอดจองสูงเกินความคาดหมายในครั้งนี้ เนื่องมาจากการที่ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำตลาดรถอีโค คาร์ของนิสสัน ซึ่งเริ่มต้นมาจากมาร์ช รถอีโค คาร์ คันแรกของประเทศไทย และนิสสัน อัลเมร่า รถอีโค คาร์ 4 ประตูทั้งประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ เชื่อว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังมีความต้องการซื้อจำนวนมากที่สะสมมาจาก ช่วงวิกฤติอุทกภัยที่ผ่านมา ประกอบกับรถอีโค คาร์เป็นตลาดที่กำลังได้รับความนิยมและกำลังเติบโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ที่ช่วยเอื้อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถอีโค คาร์ของนิสสันได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งการที่นิสสันได้กลับมาเริ่มผลิตตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน และพยายามกลับมาผลิตให้ได้เต็มกำลังภายในเดือนธันวาคมนี้ ทำให้ทางบริษัทฯสามารถกำหนดระยะเวลาส่งมอบรถที่จองภายในงานได้ตั้งแต่ต้นปี หน้า”

นอกจากความสำเร็จในด้านยอด จองภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 28 แล้ว นิสสันยังประสบความสำเร็จในด้านผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า รับประกันด้วย 2 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม หรือ TAQA Award ปี 2554 ในสาขารางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านผลิตภัณฑ์ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลประเภทแรกเข้าตลาด สำหรับรถยนต์รุ่นนิสสัน มาร์ช และรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ต่อยี่ห้อด้านราคาสามารถครอบ ครองได้

ขอขอบคุณข่าวผู้จัดการ

 

เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน – รถยนต์นั่งขนาดเล็กสุดฮอต ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ได้รับคะแนนสูงสุดในระดับ 5 ดาว จากการทดสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ใหม่ในประเทศจีน (China New Car Assessment Program หรือ C-NCAP) ซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยและเทคโนโลยียานยนต์แห่งประเทศจีน (China Automotive Technology and Research Center หรือ CATARC) เมื่อเร็วๆ นี้

“การที่ฟอร์ด เฟียสต้า ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับ 5 ดาว นับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารถยนต์ขนาดเล็กสามารถมอบความปลอดภัยที่เหนือชั้น ให้แก่ผู้ขับขี่ได้” ไนเจล แฮริส รองประธาน ฟอร์ด ประเทศจีน กล่าว “เราได้ติดตั้งระบบปกป้องความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารของเฟียสต้าในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอย่างชาญฉลาดของถุงลมนิรภัย ความแข็งแกร่งของตัวถัง และการใส่ใจในรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญ และเป็นที่มาของประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของเฟียสต้า”

ระบบความปลอดภัยของ Ford Fiesta ใหม่ ที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน เกิดจากการนำเอาระบบความปลอดภัยระดับโลกมาบรรจุไว้ในรถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งนับเป็นการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในตลาดรถยนต์เซกเม้นต์นี้ ฟอร์ดได้นำเอาเครื่องมือทางวิศวกรรมระดับโลกของบริษัท และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ทันสมัยมาใช้ รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่นับตั้งแต่ขั้นตอนของการ ออกแบบไปจนถึงการผลิต เพื่อทำให้เฟียสต้า ใหม่ เป็นรถที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องความปลอดภัยทั้งก่อนและหลังการชน

ภายใต้รูปโฉมภายนอกที่โฉบเฉี่ยว เฟียสต้ามีโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้สามารถปก ป้องคุณภาพและยกระดับความปลอดภัยให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยโครงสร้างตัวถังของรถมากกว่าครึ่งหนึ่งใช้เหล็กที่มีความแข็งแรงสูงหลาย ประเภท ทั้งเหล็กที่มีความแข็งแกร่งสูงมาก เหล็กดูอัล เฟส และเหล็กโบรอนที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษ ส่วนประกอบเหล่านี้ช่วยให้ตัวถังของรถมีความแข็งแกร่งและลดน้ำหนักลง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางโครงสร้าง และในขณะเดียวกัน ยังทำให้ Ford Fiesta ใหม่ มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงขึ้นด้วย

ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมากมายเพื่อปกป้องผู้โดยสารในกรณี ที่เกิดการชน โดยหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีความทันสมัยและเทคโนโลยีปกป้องความปลอดภัยหลังจากการ ชนที่มีอยู่มากมายในเฟียสต้า ใหม่ รวมถึงถุงลมนิรภัย 6 ใบ อันได้แก่ ถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ถุงลมนิรภัยบริเวณด้านข้างลำตัวใหม่ และม่านถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและหลัง

ทั้งนี้ ระบบเซ็นเซอร์ของถุงลมนิรภัยได้ผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนเพื่อสร้างความมั่น ใจว่า ถุงลมนิรภัยจะสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปกป้องความปลอดภัยของผู้โดยสาร นอกจากนี้ ระบบป้องกันล้อล็อกทั้ง 4 ล้อ แบบวงจร 2 ชั้น (เอบีเอส) และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีบีดี) ยังมีส่วนช่วยเพิ่มความปลอดภัยของรถก่อนการชนจะเกิดขึ้นด้วย

พนักพิงของเบาะด้านหน้าได้รับการออกแบบให้สามารถช่วยปกป้องอาการเจ็บกล้าม เนื้อแก่ผู้โดยสาร นอกจากนี้ ฝาครอบเครื่องยนต์รูปกาบหอยเชลล์ กระจกบังลมหน้าแบบสปอร์ต และกันชนด้านหน้าทรงโค้ง รวมทั้งองค์ประกอบด้านการออกแบบอื่นๆ อย่างเช่น ไฟหน้าที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และกระจังหน้าของรถที่ติดตั้งชุดดูดซับแรงกระแทกภายในกันชน ยังได้รับการบรรจุไว้ในฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เดินเท้าอื่นๆ เป็นสำคัญ

 

ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ รถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยมเจ้าของรางวัลมากมายจากทั่วโลก ประสบความสำเร็จในการพิสูจน์ความเป็นผู้นำด้านการประหยัดน้ำมันในประเทศไทย โดยสามารถขับได้ระยะทางมากกว่า 800 กิโลเมตรด้วยการเติมน้ำมันเพียงถังเดียว โดยจากการทดสอบเฟียสต้า รุ่นสปอร์ต 4 ประตู พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ สามารถทำอัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยที่ 21.86 กิโลเมตร/ลิตร บนเส้นทาง เชียงใหม่ – กรุงเทพฯ

การทดสอบประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันของฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ในประเทศไทย นับเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการนำเสนอรถยนต์ที่มีอัตราการ ประหยัดน้ำมันที่เหนือชั้นในทุกเซ็กเม้นต์ที่บริษัทแข่งขันในตลาด

ฟอร์ด เฟียสต้า เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าด้วยเครื่องยนต์ที่ติดตั้งระบบแปรผันแคม ชาร์ฟแบบอิสระคู่ (Ti-VCT) ขนาด 1.6 ลิตร พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ พาวเวอร์ชิฟท์ ดูอัลคลัทช์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันและให้อัตราเร่งที่ราบรื่นในทุก สภาพการขับขี่

ผู้สื่อข่าวที่ได้รับการยอมรับทั้งจากนิตยสารฟอร์มูล่า นักเลงรถ กรังปรีซ์ และตลาดรถ ได้ร่วมทำการทดสอบแข่งขันขับ ฟอร์ด เฟียสต้า ภายใต้สภาพแวดล้อมที่บริษัทกำหนดขึ้น โดยการทดสอบครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. สายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน ร่วมสังเกตการณ์และประเมินผลด้วย

ในการทดสอบ ผู้สื่อข่าวทั้ง 4 คนได้แบ่งออกเป็น 2 คู่ โดยคู่แรกเลือกขับฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นสปอร์ต แฮทช์แบค 5 ประตู และอีกคู่หนึ่งเลือกขับฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นสปอร์ต ซีดาน 4 ประตู ผู้ขับและผู้โดยสารในรถทั้งสองคันจะสลับหน้าที่กันในช่วงกึ่งกลางของเส้นทาง ที่ใช้ทดสอบ เพื่อความสมดุลในการมีส่วนร่วมทดสอบขับจากผู้ขับขี่ที่มีสไตล์ในการขับแตก ต่างกัน

หลังจากที่เติมน้ำมันจนเต็มถัง ณ จุดเริ่มต้นของการเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ ถังน้ำมันของรถได้ถูกปิดผนึกอย่างหนาแน่นก่อนจะ “เปิด” เครื่องปรับอากาศที่ตำแหน่งหมายเลข 2 และล็อกตำแหน่งดังกล่าวไว้ตลอดการเดินทาง เส้นทางการทดสอบขับครั้งนี้ใช้ถนนสาธารณะที่เป็นเส้นทางหลักจากเชียงใหม่มา ยังกรุงเทพฯ

“ผลการทดสอบอย่างเป็นอิสระในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการประหยัด น้ำมันที่เหนือชั้นของฟอร์ด เฟียสต้า ได้อย่างแท้จริง” คุณสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และการบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ในช่วงที่ราคาน้ำมันยังคงเพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการประหยัดน้ำมันได้อย่างโดดเด่นจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจาณา เลือกซื้อรถมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย และจากการทดสอบนี้ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เฟียสต้าเป็นรถที่ตอบโจทย์ด้านความประหยัดน้ำมัน”

ผลของการทดสอบขับ:

เฟียสต้า สปอร์ต 4 ประตู 21.86 กม./ลิตร

เฟียสต้า สปอร์ต 5 ประตู 19.79 กม./ลิตร

เส้นทาง: ถนนสายหลักจาก (ตัวเมือง) เชียงใหม่  (ชานเมือง) กรุงเทพฯ

ระบบปรับอากาศ: ระดับความเย็นที่ 2 – เปิดแอร์ตลอดการขับขี่โดยล็อกปุ่มปรับความเย็นไว้

ฝาถังน้ำมัน: ปิดผนึกหนาแน่นตลอดเส้นทาง

ลมยาง: คู่หน้า 31 พีเอสไอ – คู่หลัง 26 พีเอสไอ

น้ำหนักบรรทุก: ผู้โดยสาร 2 คน (พร้อมกระเป๋าขนาดเล็ก 2 ใบ)

เทคนิคในการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

ฟอร์ดแนะนำเทคนิคในการขับขี่ให้แก่ผู้บริโภคเพื่อช่วยประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

  • ขับช้าๆ และพยายามรักษาระดับในการเหยียบคันเร่ง
  • ค่อยๆ เร่งและเบรกอย่างนุ่มนวล
  • ตรวจสอบลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ไม่บรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น เพราะการบรรทุกสิ่งของจำนวนมากทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นและกินน้ำมันมากขึ้น
  • ใช้แรงเฉื่อยของรถช่วยในการชะลอเมื่อติดไฟแดงหรือบริเวณสัญญาณหยุดรถ เพื่อหลีกเลี่ยงการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดการสึกหรอของเบรก
  • เปิดระบบปรับอากาศในระดับที่เหมาะสมช่วยลดการทำงานของเครื่องยนต์
  • ปิดหน้าต่างรถเมื่อขับด้วยความเร็วสูงเพื่อลดแรงต้านตามหลักอากาศพลศาสตร์
  • ลดการใช้พลังจากเครื่องยนต์มากเกินไปโดยใช้โมเมนตัมของรถในการ เพิ่มแรงส่งเมื่อต้องขับขึ้นเนินที่มีความลาดชัน และใช้แรงส่งจากการขับลงเนินในการเพิ่มความเร็ว
  • หลีกเลี่ยงการขับตกหลุมบ่อต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโมเมนตัมของรถ
  • ดับเครื่องยนต์เมื่อไม่จำเป็น เพราะรถยังคงใช้น้ำมันแม้จะติดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ
  • นำรถเข้ารับการตรวจเช็คตามระยะที่เหมาะสม โดยยึดข้อมูลจากคู่มือประจำรถ อาทิ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการสลับยาง และการเปลี่ยนชุดกรองต่างๆ ตามที่กำหนด
 

ฟอร์ด เฟียสต้า แนะนำสีสันใหม่โดนใจด้วยตัวถังสีม่วงPhantom Purple’ เพิ่มเสน่ห์ให้กับคอลเล็คชั่นเฉดสีที่สดใสของเฟียสต้า รถยนต์นั่งขนาดเล็กของฟอร์ดซึ่งได้รับรางวัลมาแล้วมากมายและกำลังได้รับความ นิยมอย่างมากจากผู้ขับขี่ทั่วโลก

เฟียสต้าสีม่วง ‘Phantom Purple’ ใหม่ จะเปิดตัวครั้งแรกที่บูธฟอร์ดภายในงานมหกรรมยานยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 โดยจะมาพร้อมกับรุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร สปอร์ต ระบบเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮทช์แบค 5 ประตู

เฟียสต้าสีม่วง Phantom Purple ใหม่นี้ จะช่วยเพิ่มตัวเลือกหลากสีสันโดนใจที่มีอยู่แล้ว ทั้งสีส้ม Chili Orange สีแดง True Red สีน้ำเงิน Aurora Blue สีเทา Metropolitan Grey สีดำ Black Mica สีเงิน Highlight Silver และสีขาว Cool White

ฟอร์ดพร้อมจัดแสดงเฟียสต้า ใหม่ ครบทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ณ บูธฟอร์ดภายในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ โดยรถยนต์ขนาดเล็กดีไซน์โฉบเฉี่ยว ฟอร์ด เฟียสต้า นี้นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุดของฟอร์ดในประเทศไทย นับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ภายในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ฟอร์ดยังเตรียมเผยโฉมเฟียสต้า สปอร์ต 1.6 ลิตร รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น พร้อมเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ ตัวถังภายนอกสีขาวคาดน้ำเงินแบบสปอร์ตและภายในห้องโดยสารสีน้ำเงินสด ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน เท่านั้น ในราคาเพียง 709,000 บาท

“การเพิ่มสีสันใหม่ให้กับเฟียสต้าจะทำให้ผู้บริโภคในประเทศไทยมีตัวเลือกที่ โดนใจยิ่งขึ้นสำหรับรถยนต์สุดฮอตจากฟอร์ด ซึ่งปัจจุบันได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคในประเทศไทยที่ชื่น ชอบการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ระบบความปลอดภัยและการประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้น รวมทั้งเทคโนโลยีอันชาญฉลาด” นายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และการบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ตลอดระยะเวลาของการจัดงานบางกอก มอเตอร์โชว์ จนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ ฟอร์ดยังนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ทุกรุ่น ซึ่งรวมถึงการมอบประกันภัยชั้น 1 ฟรี ตลอด 1 ปีเต็ม

งานมหกรรมยานยนต์บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรม ยานยนต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 4 เมษายน ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี

 

ฟอร์ด ประเทศไทย เผยยอดขายเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นถึง 257 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ด้วยยอดขายรถใหม่ 2,214 คัน ซึ่งเป็นผลจากความสำเร็จในการจำหน่ายฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับยอดขายของฟอร์ด เรนเจอร์ ต่อเดือนที่ทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี

ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ รถยนต์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่กวาดรางวัลต่างๆ มาแล้วทั่วโลก ยังคงเป็นรถฟอร์ดที่ขายดีที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ด้วยยอดขายรวม 1,270 คัน และยังคงรักษาตำแหน่งหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของฟอร์ดในตลาดรถยนต์นั่ง ขนาดเล็กซึ่งมีการแข่งขันที่สูงมากในประเทศไทย

เฟียสต้ายังคงเป็นรถยนต์ยอดนิยมที่ช่วยผลักดันยอดขายโดยรวมของฟอร์ดให้เติบ โตได้อย่างน่าประทับใจในปีนี้ กระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภคนับเป็นการตอกย้ำบทบาททางกลยุทธ์ของ เฟียสต้าใหม่ ที่นอกจากจะช่วยพลิกโฉมธุรกิจของฟอร์ดในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กด้วย การก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอีกด้วย” นายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และการบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

“เฟียสต้าได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยใช้รถฟอร์ดมาก่อน ด้วยคุณสมบัติที่ลงตัวและเหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน ทั้งด้านการออกแบบ ความปลอดภัย เทคโนโลยีที่ชาญฉลาด และอัตราการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่เหนือชั้นในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก” นายสาโรช กล่าว

นอกจากยอดขายที่ดีเยี่ยมของฟอร์ด เฟียสต้า ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังสามารถทำยอดขายได้ถึง 704 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 66 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว นับเป็นยอดขายต่อเดือนในระดับสูงที่สุดของฟอร์ด เรนเจอร์ นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2551 ขณะที่ยอดขายในเดือนกุมภาพันธ์ของฟอร์ด เอสเคป เพิ่มขึ้นถึง 91 เปอร์เซ็นต์เทียบกับปีก่อนหน้า ยอดขายฟอร์ด โฟกัส เพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์ และยอดขายฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพิ่มขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์

“เรายังคงมียอดขายรถทุกรุ่นเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้วอย่างต่อ เนื่อง ควบคู่กับการต่อยอดความสำเร็จจากกระแสตอบรับที่ดีที่มีต่อแบรนด์ฟอร์ดซึ่ง เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยฟอร์ดคาดการณ์ว่ายอดขายในเดือนมีนาคมซึ่งเป็นช่วงงานมอเตอร์โชว์จะคงใน ระดับที่ดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายที่เราจัดเตรียมให้กับลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ ทั้งกลุ่มลูกค้าปัจจุบันและกลุ่มลูกค้าของเราในอนาคต” นายสาโรช กล่าว

ทั้งนี้ ฟอร์ด ได้เปิดตัวกิจกรรม “ฟอร์ด เรนเจอร์ จิมคาน่า ชาลเลนจ์ 2011” ขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อตอกย้ำสมรรถนะที่ดีเยี่ยมของฟอร์ด เรนเจอร์ ในด้านกำลังแรงบิดมหาศาล และช่วงล่างที่ได้รับการยอมรับว่าทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม ควบคุมได้ดั่งใจ โดยการแข่งขันยังคงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนมีนาคมนี้ และผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในแต่ละจังหวัดจะได้รับแพ็คเกจทริปสุดพิเศษแห่ง ปีเพื่อเป็นลูกค้าวีไอพีกลุ่มแรกที่จะได้พบกับการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ซึ่งจะจัดขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

 

ฟอร์ดเผยยอดขายเฟียสต้า ใหม่ ในทวีปยุโรปทะยานครบ 1 ล้านคันเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากรถยนต์ขนาดเล็กสุดฮอตที่ขายที่ดีสุดอันดับ 1 ของฟอร์ด วางจำหน่ายในยุโรปได้เพียง 28 เดือนเท่านั้น

นับตั้งแต่ฟอร์ด เฟียสต้า คันแรกเดินทางออกจากโชว์รูมฟอร์ดเมื่อเดือนตุลาคม 2551 รถยนต์ที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมายคันนี้ก็ได้รับการยกย่องอย่างมากทั้งด้าน การออกแบบ ประสิทธิภาพในการขับขี่ และความสามารถในการตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างเหนือระดับ โดยช่วงต้นปีพ.ศ. 2552 เฟียสต้าทะยานขึ้นสู่ชาร์ตของรถยนต์ยอดฮิต และครองตำแหน่งรถยนต์ที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในทวีปยุโรปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ผมขอขอบคุณลูกค้าในยุโรปของเราทุกๆ ท่านที่มีส่วนในการทำให้ฟอร์ด เฟียสต้า ประสบความสำเร็จอย่างมาก” สตีเฟน โอเดลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด ยุโรป กล่าว “การออกแบบที่โดดเด่นผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยนับว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ เฟียสต้าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง”

“การทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านคันนับว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่เราเชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกมากมายรออยู่ในอนาคต เพราะเฟียสต้าเป็นรถที่มอบความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ และยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละประเทศทั่วทั้งทวีปยุโรป”

ทั้งนี้ ฟอร์ด เฟียสต้า ที่วางจำหน่ายในยุโรป ได้รับการผลิตขึ้นที่โรงงานอันทันสมัยของฟอร์ดในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี และเมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน เฟียสต้านับว่าเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่ผลิตและจำหน่ายในทวีปยุโรป ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล ด้วยยอดขายมากถึง 14 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในพ.ศ. 2519

ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ฟอร์ด เฟียสต้า นับว่าเป็นตัวแทนของรถยนต์ราคาประหยัดที่เหมาะสำหรับการใช้งานและมอบความทน ทานที่ผู้ขับขี่สามารถวางใจได้ ทุกวันนี้ เฟียสต้าใหม่ ยังคงเป็นรถที่ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจากผลการวิจัยระบุว่า กลุ่มลูกค้าที่สนใจเฟียสต้าในปัจจุบันมีอายุน้อยลง ฐานะดีขึ้น และมักจะเลือกซื้อรถรุ่นสูงๆ ที่มีอุปกรณ์เสริมมากกว่ารุ่นมาตรฐาน

เรื่องน่ารู้ของเฟียสต้า

  • เฟียสต้า อาร์เอส เวิลด์ แรลลี่ แชมเปี้ยนชิพ (Fiesta RS WRC) เพิ่งได้รับชัยชนะอย่างสวยงามในการแข่งขันแรลลี่ สวีเดน ซึ่งเป็นการลงสนามครั้งแรกของเฟียสต้า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
  • เฟียสต้าได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากการชนในระดับ 5 ดาวจากประเทศจีน หลังจากได้รับรางวัลเดียวกันมาแล้วทั้งในทวีปยุโรป และประเทศออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์
  • โครงสร้างตัวถังของเฟียสต้ามากกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ ทำจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษ
  • ตลาดหลักๆ ของเฟียสต้าในยุโรป ประกอบด้วย ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และตุรกี
  • เมื่อปีที่แล้ว เฟียสต้าครองตำแหน่งรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดทั้งในประเทศกรีก และสหราชอาณาจักร
  • เฟียสต้าได้รับการผลิตขึ้นที่โรงงานในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เมืองวาเลยเซีย ประเทศสเปน เมืองนานกิง ประเทศจีน จังหวัดระยอง ประเทศไทย และเมืองกัวทิตลัน ประเทศเม็กซิโก และวางจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

ใครคือลูกค้าของฟอร์ด เฟียสต้า?

  • กลุ่มลูกค้าที่ย้ายจากแบรนด์อื่นมากซื้อเฟียสต้า มีสัดส่วนสูงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้ซื้อทั้งหมด
  • สัดส่วนลูกค้าเพศชาย 50 เปอรน์เซ็นต์ เพศหญิง 50 เปอร์เซ็นต์
  • ความนิยมในแต่ละรุ่น: สัดส่วนรุ่นท็อป 42 เปอร์เซ็นต์ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 35 เปอร์เซ็นต์ต่อเครื่องยนต์เบนซิน 65 เปอร์เซ็นต์ และสัดส่วนรุ่น 3 ประตู 25 เปอร์เซ็นต์ ต่อรุ่น 5 ประตูที่ 75 เปอร์เซ็นต์
 

ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อฟอร์ด เฟียสต้า ยังคงสร้างความแข็งแกร่งให้กับยอดขายอย่างต่อเนื่อง

ฟอร์ด ประเทศไทย รายงานยอดขายรถยนต์ประจำเดือนมกราคมที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 278 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบจากเดือนเดียวกันในปี 2553 โดยมียอดขายรวมเฉพาะในเดือนมกราคมถึง 1,940 คัน ทั้งนี้ การเริ่มต้นอย่างน่าประทับใจของฟอร์ดเป็นผลมาจากกระแสความต้องการที่มีต่อรถ ฟอร์ด เฟียสต้า อย่างต่อเนื่อง ที่สามารถชนะใจลูกค้าใหม่ของฟอร์ดในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ถือว่ามีการ แข่งขันกันมากที่สุดตลาดหนึ่งในประเทศไทย

สำหรับยอดขายรวมในเดือนมกราคมของฟอร์ด เฟียสต้า อยู่ที่ 1,239 คัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนของฟอร์ดในการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์นั่งขนาด เล็ก นอกจากนี้ยอดขายที่น่าประทับใจในเดือนมกราคมของฟอร์ดยังมาจากรถรุ่นอื่นๆ ของฟอร์ด ที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับยอดขายเดือนมกราคมในปีที่ ผ่านมา โดยยอดขายของฟอร์ด เรนเจอร์ เอสเคป เอเวอเรสต์ และฟอร์ด โฟกัส เพิ่มขึ้น 43 เปอร์เซ็นต์ 235 เปอร์เซ็นต์ 12 เปอร์เซ็นต์ และ 7 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

นายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และการบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “เราได้เริ่มต้นปี 2554 อย่างน่าประทับใจด้วยกระแสความนิยมของฟอร์ด เฟียสต้า ที่ยังมีมาอย่างต่อเนื่องและ สามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าชาวไทย ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย อาทิเช่น ดีไซน์อันโดดเด่นภายใต้แนวคิดเคเนอติกดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และระบบความปลอดภัยของเฟียสต้า ใหม่ ที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน”

“สำหรับในปี 2554 นั้น ฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องโดยดำเนินการตาม แผนงาน ONE FORD ที่วางไว้ โดยการขยายและเสริมความสามารถให้กับธุรกิจของเรา รวมถึงสร้างยอดขายที่แข็งแกร่งที่จะช่วยผลักดันให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของเรา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายสาโรชกล่าวสรุป

© 2012 ข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ Toyota โตโยต้า Honda ฮอนด้า Nissan นิสสัน Ford ฟอร์ด Suffusion theme by Sayontan Sinha