
ค่ายยักษ์ใหญ่ Nissan ได้ทำการเปิดตัว Nissan Rogue Hybrid ปี 2027 (หรือที่บ้านเราคุ้นเคยในชื่อ X-Trail) เวอร์ชันตลาดสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วครับ!
งานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Nissan นำเอาเทคโนโลยีขุมพลัง e-Power อันลือชื่อบุกไปทำตลาดในสหรัฐอเมริกา จัดเต็มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ พกพละกำลัง 225 แรงม้า ชูฟีลลิ่งการขับขี่นุ่มเงียบเหมือนรถไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องง้อสายชาร์จ
ในราคาเริ่มต้นเพียง 35,490 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,180,000 บาท ไม่รวมภาษี) พร้อมเปิดศึกท้าชนเจ้าตลาดอย่าง Toyota RAV4 Hybrid แบบเต็มสูบครับ!
ไฮไลต์เด็ดที่สุดของ Nissan Rogue Hybrid 2027 คือการยกเทคโนโลยี e-Power เจนเนอเรชันที่ 3 มาปรับจูนใหม่ให้เข้ากับลักษณะการขับขี่ของอเมริกาโดยเฉพาะ:
เครื่องยนต์ไม่เชื่อมต่อกับล้อ: ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5L 3 สูบ Turbo (148 แรงม้า) ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าลงแบตเตอรี่ความจุ 1.67 kWh เพียงอย่างเดียว
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100%: ส่งกำลังผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า-หลัง (Dual Electric Motors) รีดพละกำลังรวมสูงสุด 225 แรงม้า (228 PS) ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ปรับกระจายแรงบิดอัจฉริยะ
ฟีลลิ่งขับขี่แบบ EV ไร้เกียร์: อัตราเร่งตอบสนองทันใจ นุ่มนวล ไม่มีจังหวะเปลี่ยนเกียร์ พร้อมระบบ e-Pedal เร่ง-ชะลอในคันเร่งเดียว และระบบ Smooth Stop ช่วยควบคุมแรงเบรกไม่ให้หน้าหัวคลอนขณะจอดนิ่ง
ประหยัดน้ำมัน 38 MPG: Nissan เคลมอัตราประหยัดน้ำมันเฉลี่ยที่ประมาณ 38 MPG (ราวๆ 16.1 กม./ลิตร)
ด้านงานออกแบบภายนอกแม้จะใช้โครงสร้างตัวถังเดิมแต่ได้รับการเกลาเส้นสายใหม่ให้ดูดุดันและทันสมัยยิ่งขึ้น:
กระจังหน้า Honeycomb ลายรังผึ้ง: กระจังหน้าทรงกว้างลายรังผึ้งเชื่อมต่อเนียนไปกับไฟ DRL ด้านล่าง
เส้นสายเสา C-Pillar สไตล์ภูเขาไฟฟูจิ: กระจกมองข้างและเสา C-Pillar ด้านหลังได้รับการดีไซน์เส้นสายลาดเทรับกับกระจกท้าย แรงบันดาลใจจากทรงรูปภูเขาไฟฟูจิ (Mount Fuji)
มิติตัวถังขนาดใหญ่: ตัวรถยาว 4,651 มม. ระยะฐานล้อ 2,705 มม. และมีระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) สูง 213 – 216 มม. พร้อมตัวเลือกสีตัวถังใหม่ ฟ้า Horizon Blue Pearl Metallic
ภายในห้องโดยสารเน้นความกว้างขวาง ชูจุดเด่นพื้นที่เฮดรูมและเลกรูมด้านหน้ากว้างกว่า Toyota RAV4:
หน้าจอดิจิทัลยักษ์คู่ 14.3 นิ้ว: รุ่นท็อปอัปเกรดมาตรวัดดิจิทัลและจอกลางสัมผัสขนาดใหญ่คู่ 14.3 นิ้ว ทำงานบนระบบ Google Built-in (รวม Google Gemini AI) จับคู่กับระบบเสียงพรีเมียม Bose 10 ลำโพง (รุ่นเริ่มต้นได้จอ 12.3 นิ้ว)
ความสะดวกสบายครบครัน: เบาะนั่ง Nissan Zero Gravity ปรับอุ่น/ระบายอากาศ, ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 64 สี, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Qi2 Magnetic (15W) สูงสุด 2 ตำแหน่ง และปุ่มควบคุมระบบแอร์แบบปุ่มกดจริง (Physical Controls)
ระบบความปลอดภัย ProPilot ADAS อัปเดตใหม่: เพิ่มระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (Auto Lane Change), ระบบช่วยขับขี่ช่วงรถติดแบบไร้การจับพวงมาลัย (Hands-off Traffic Jam Support) และกล้องมองภาพรอบคัน 3D HD พร้อมฟังก์ชัน Invisible Hood View มองลอดใต้ฝากระโปรงหน้า
Nissan Rogue Hybrid จะเริ่มทยอยส่งมอบลงโชว์รูมในอเมริกาช่วงปลายปีนี้ โดยเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการดังนี้ (รวมค่าขนส่งแล้ว):
Rogue Hybrid SV (รุ่นเริ่มต้น) ราคา 35,490 – 37,065 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,180,000 – 1,230,000 บาท)
Rogue Hybrid SR ราคา 39,065 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,300,000 บาท)
Rogue Hybrid SR Tech Package ราคา 43,065 – 43,490 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,430,000 – 1,450,000 บาท)
Rogue Hybrid Platinum (รุ่นท็อป) ราคา 43,490 – 45,065 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,450,000 – 1,500,000 บาท)
ถือเป็นอีกหนึ่ง SUV ไฮบริดขับสนุก ได้ฟีลรถไฟฟ้าแต่ไม่ต้องรอชาร์จไฟที่น่าจับตามองมากครับ! มารอลุ้นติดตามกันว่า Nissan ประเทศไทยจะมีแผนนำเอาเทคโนโลยี e-Power ขับสี่ตัวใหม่นี้มาใส่ในรถ SUV รุ่นถัดไปในบ้านเราด้วยหรือไม่ครับ!
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 1,000,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " บุกสหรัฐฯ! Nissan Rogue Hybrid ขุมพลัง e-Power ขับสี่ ท้าชน Toyota RAV4 "