
ข่าวนี้อาจทำให้แฟน ๆ Mazda MX-5 หรือ Miata ทั่วโลกใจหายกันเล็กน้อย เพราะ Mazda ออกมาส่งสัญญาณว่า MX-5 เจเนอเรชันถัดไป อาจเป็นรุ่นสุดท้ายที่ยังใช้เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ก่อนที่รถสปอร์ตโรดสเตอร์ระดับตำนานคันนี้จะก้าวเข้าสู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มตัวในอนาคต
แม้โลกยานยนต์กำลังมุ่งหน้าสู่รถ EV อย่างรวดเร็ว แต่ Mazda MX-5 ถือเป็นหนึ่งในรถสปอร์ตไม่กี่รุ่นที่ยังยึดมั่นในสูตรดั้งเดิมมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด ขับสนุก และราคาเข้าถึงได้ง่าย ทำให้รถรุ่นนี้สามารถอยู่รอดผ่านยุคที่รถสปอร์ตทยอยหายไปจากตลาด และกระแส SUV ครองโลกได้อย่างน่าทึ่ง
ข้อมูลล่าสุดมาจาก Vinesh Bhindi ผู้บริหาร Mazda Australia ซึ่งเปิดเผยว่าผู้บริหารระดับสูงจากญี่ปุ่นที่เดินทางมาเยือนออสเตรเลียยืนยันแล้วว่า MX-5 รุ่นใหม่กำลังอยู่ในแผนพัฒนาแน่นอน แม้จะยังไม่มีใครยอมเปิดเผยวันเปิดตัวก็ตาม
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือเขายังบอกเป็นนัย ๆ ว่า รถรุ่นนี้อาจเป็น Mazda MX-5 เครื่องยนต์สันดาปรุ่นสุดท้ายในประวัติศาสตร์
แม้ข่าวนี้อาจฟังดูน่าเศร้าสำหรับสายเบนซิน แต่ข่าวดีคือ Mazda ยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยน Miata ให้กลายเป็นรถสปอร์ตไฮเทคที่สูญเสียจิตวิญญาณดั้งเดิมไป
ผู้บริหาร Mazda หลายคนยืนยันตรงกันว่า แนวคิดหลักของ Mazda MX-5 รุ่นใหม่ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ นั่นคือ
พูดง่าย ๆ คือ Mazda ยังอยากรักษาสิ่งที่ทำให้ MX-5 เป็น MX-5 เอาไว้ให้มากที่สุด
รายงานจากหลายแหล่งระบุว่า Mazda MX-5 รุ่นใหม่อาจเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ Skyactiv-Z ขนาด 2.5 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ แทนเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรในปัจจุบัน โดยอาจเพิ่มระบบ Mild Hybrid เข้ามาช่วยลดการปล่อยไอเสียและผ่านมาตรฐานมลพิษที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังพยายามไม่เพิ่มน้ำหนักตัวรถมากเกินไป
เพราะสำหรับ Mazda แล้ว “ศัตรูตัวร้ายที่สุด” ของ MX-5 ไม่ใช่รถคู่แข่ง แต่คือ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น นั่นเอง
บริษัทตั้งเป้าให้ Mazda MX-5 รุ่นใหม่มีน้ำหนักต่ำกว่า 1,000 กก. ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายมากในยุคปัจจุบัน เนื่องจากรถต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ และหากมีระบบไฮบริดเพิ่มเข้ามาก็ยิ่งทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ยากกว่าเดิม
หากวิศวกรของ Mazda สามารถทำได้จริง ก็จะเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่น่าทึ่งที่สุดของวงการรถสปอร์ตยุคใหม่เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม อนาคตระยะยาวของ Mazda MX-5 ดูเหมือนจะหนีไม่พ้นการใช้พลังงานไฟฟ้า
หากเจเนอเรชันถัดไปยังคงอยู่ในตลาดไปจนถึงช่วงกลางทศวรรษ 2030 รถรุ่นต่อจากนั้นอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเป็นรถไฟฟ้าล้วน โดยเฉพาะในตลาดสำคัญอย่างยุโรปที่มีกฎหมายควบคุมการปล่อย CO2 เข้มงวดมากขึ้นทุกปี
แม้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ในอนาคตจะก้าวหน้ากว่าปัจจุบันมาก แต่การสร้างรถ EV ที่ให้ความรู้สึก “เบา คล่อง และสนุก” แบบ Miata ก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ไม่มีใครตอบได้ในตอนนี้
ขณะเดียวกัน Mazda MX-5 ในบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นก็เริ่มเปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน
กฎหมายควบคุมเสียงรบกวนฉบับใหม่ของญี่ปุ่นทำให้ Mazda ต้องปรับรถให้เงียบลง โดยใช้ยางที่ลดเสียงรบกวนและติดตั้งหม้อพักไอเสียขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เสียงเครื่องยนต์และเสียงท่ออันเป็นเสน่ห์ของโรดสเตอร์ลดลงไปพอสมควร
ในรุ่น MX-5 RF หลังคาแข็งเปิดประทุน หม้อพักไอเสียขนาดใหญ่ที่เพิ่มเข้ามายังไปกินพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายอีกด้วย
แม้วันนี้ Mazda MX-5 ยังไม่กลายเป็นรถไฟฟ้า และแฟน ๆ ยังมีเวลาอีกหลายปีที่จะได้ฟังเสียงเครื่องยนต์และเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง แต่ดูเหมือนว่านาฬิกากำลังนับถอยหลังเข้าสู่ยุคใหม่ของรถสปอร์ตระดับตำนานคันนี้แล้ว
สำหรับคนรักรถ หลายคนคงหวังว่าไม่ว่าจะใช้พลังงานแบบไหนในอนาคต Mazda จะยังรักษาหัวใจสำคัญของ Mazda MX-5 เอาไว้ได้ นั่นคือความเรียบง่าย น้ำหนักเบา และรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้อยู่หลังพวงมาลัย
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Mazda ส่งสัญญาณ MX-5 เจเนอเรชันใหม่ อาจเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป "