
Honda เจอเรื่องหนักเข้าให้แล้ว จากที่เคย “All-in EV เต็มตัว” ตอนนี้กลับต้องเบรกกะทันหัน จนกลายเป็นว่า “แทบไม่มีรถใหม่ขายไปจนถึงปี 2027” เลยทีเดียว
เรื่องมันเริ่มจาก Honda เคยเททรัพยากรไปกับรถไฟฟ้าเต็มที่ ทั้งคน ทั้งเงิน ทั้งแผนพัฒนา แต่พอความต้องการ EV ชะลอตัว + นโยบายเริ่มเปลี่ยน เกมก็พลิกทันที
สุดท้าย ต้อง “ยกเลิก” โปรเจกต์ EV หลายรุ่น
พูดง่าย ๆ คือ ของใหม่ที่เตรียมไว้ “หายหมด”
ผลที่ตามมาคือช่องว่างใหญ่ในไลน์สินค้า
Honda อาจไม่มีรถโมเดลใหม่แบบยกเจเนอเรชันออกมาเลยในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ทำให้ต้องขายรถรุ่นเดิมต่อไป ซึ่งเริ่มดูเก่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
และตลาดอเมริกานี่โหดมาก “ของใหม่ขายได้” แต่พอไม่มีของใหม่ Honda ต้องลดราคา / เพิ่มโปรโมชัน เพื่อดึงลูกค้า ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Toyota ยังปล่อยรถใหม่ออกมาต่อเนื่อง
เรื่องประสิทธิภาพการพัฒนาก็โดนจับตามอง Honda ใช้เวลาพัฒนานานกว่าคู่แข่ง ทำให้ยิ่งเสียเปรียบเข้าไปอีก
ด้านการเงินก็ไม่สวย อาจต้องจ่ายให้ซัพพลายเออร์สูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ เพราะหลายเจ้าลงทุนผลิตชิ้นส่วน EV ไปแล้ว เรียกว่าทั้งเสียโอกาส + เสียเงินก้อนใหญ่
แล้วรถใหม่ล่ะ?
ตัวแรกที่ “ใหม่จริง” อาจต้องรอถึง CR-V เจเนอเรชันใหม่ ปี 2027
ระหว่างนี้ Honda เลยต้อง “ตั้งหลักใหม่”
แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน
สรุปสั้น ๆ คือ Honda เหมือน “เร่ง EV แรงไป แล้วต้องเบรกกระทันหัน” สุดท้ายเลยติดไฟแดงยาว ไม่มีของใหม่มาสู้คู่แข่งในช่วงนี้ ถ้าฟื้นเกมไม่ทัน อาจเสียส่วนแบ่งตลาดให้ค่ายอื่นได้ง่าย ๆ เลย
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมจะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Honda เบรก EV กะทันหัน! เสี่ยงไร้รถใหม่ลากยาวถึงปี 2027 "