
แม้ว่า Ford จะเริ่มชะลอการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลงบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าค่ายรถอเมริกันรายนี้จะถอยออกจากโลกแห่งไฟฟ้าไปเลย ตรงกันข้าม Ford กำลัง “เปลี่ยนทิศ” และหนึ่งในเส้นทางใหม่นั้น อาจพาไปถึงประเทศจีน
รายงานล่าสุดระบุว่า Ford อยู่ระหว่างการเจรจาเบื้องต้นกับ BYD ผู้ผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งเพิ่งแซง Tesla ขึ้นเป็นผู้ผลิต EV รายใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อจัดหา แบตเตอรี่สำหรับรถไฮบริดรุ่นใหม่ ในอนาคต
รายงานจาก Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดการเจรจาว่า
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงคือ
เมื่อถูกถามถึงข่าวนี้ Ford เลือกตอบแบบไม่ปฏิเสธและไม่ยืนยัน “เราพูดคุยกับหลายบริษัทในหลายเรื่อง” ซึ่งคำตอบลักษณะนี้ บางทีก็สื่อความหมายได้มากกว่าที่พูดออกมาตรง ๆ

แม้ BYD จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ในจีน แต่ปัจจุบันบริษัทกำลัง ขยายฐานการผลิตไปทั่วโลก ทั้งใน
ทำให้ BYD กลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับโลกที่ค่ายรถหลายรายเริ่มจับตามอง
จังหวะการเจรจานี้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใน Ford เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทต้องบันทึก ขาดทุนกว่า 19,500 ล้านดอลลาร์ หลังจากลดขนาดโครงการ EV หลายรายการ รวมถึงแผนร่วมทุนด้านแบตเตอรี่กับ
ขณะเดียวกัน Ford ก็หันกลับมา ให้ความสำคัญกับรถเครื่องยนต์และไฮบริดมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ BYD เชี่ยวชาญอยู่แล้ว
BYD ไม่เพียงเป็นผู้ผลิต EV รายใหญ่ แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน
แทนที่จะลงทุนสร้างโรงงานใหม่หรือรื้อฟื้นดีลเก่า ๆ Ford อาจเลือกทางลัดด้วยการ ซื้อแบตเตอรี่โดยตรงจาก BYD ช่วยลดความซับซ้อนของซัพพลายเชน และเดินหน้าเป้าหมาย ให้รถไฮบริด, PHEV และ EV รวมกันคิดเป็น 50% ของยอดขายทั่วโลกภายในปี 2030

แน่นอนว่าแนวคิดจับมือกับบริษัทจีน ไม่ใช่เรื่องที่ทุกฝ่ายในวอชิงตันจะเห็นด้วย หลังข่าวเจรจาหลุดออกมา ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าคนสำคัญของโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิจารณ์ทันทีว่า
“Ford จะไปช่วยเสริมซัพพลายเชนให้คู่แข่งจากจีน และในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ตัวเองเสี่ยงต่อการถูกบีบจากซัพพลายเชนเดียวกันงั้นหรือ? จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ กลับแสดงท่าทีที่นุ่มนวลกว่า โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองดีทรอยต์ว่า เขาไม่ขัดข้อง หากบริษัทต่างชาติ รวมถึงจีนและญี่ปุ่น จะเข้ามาตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ตราบใดที่จ้างแรงงานอเมริกัน
“ถ้าพวกเขามาสร้างโรงงาน และจ้างคุณ เพื่อนคุณ หรือเพื่อนบ้านคุณ นั่นแหละเยี่ยมเลย ผมชอบแบบนั้น ให้จีนมา ให้ญี่ปุ่นมา พวกเขากำลังมาอยู่แล้ว และพวกเขาจะสร้างโรงงาน โดยใช้แรงงานของเรา”
การที่ Ford อาจจับมือกับ BYD สะท้อนให้เห็นถึงโลกยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเส้นแบ่งระหว่าง “คู่แข่ง” และ “พาร์ตเนอร์” เริ่มเลือนราง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ จะร่วมมือหรือไม่ แต่คือ ร่วมมือแล้ว จะไปได้ไกลแค่ไหน
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Ford เล็งใช้แบตเตอรี่ BYD สำหรับรถไฮบริด ท่ามกลางแรงกดดันด้าน EV และเทคโนโลยีต่างชาติ "