
Nissan งานเข้าอีกระลอก! โรงงานผลิตชิ้นส่วน EV ในอังกฤษที่เคยประกาศไว้อย่างยิ่งใหญ่ ล่าสุด “ยกเลิกแผน” ก่อนเริ่มผลิตจริง ทั้งที่ลงทุนไปแล้วกว่า 65 ล้านดอลลาร์ และรัฐบาลอังกฤษก็ช่วยอัดงบให้อีก 12 ล้านปอนด์ (หรือ 16 ล้านดอลลาร์)
เดิมที Nissan วางแผนให้โรงงานใกล้เมือง Sunderland ประเทศอังกฤษ ผลิต “ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า” หรือ EV Drive Unit ซึ่งรวมทั้งมอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และชุดทดเกียร์ไว้ในแพ็กเดียว โดยโรงงานนี้อยู่ภายใต้บริษัทลูกอย่าง JATCO และเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว
ตอนแรกโปรเจกต์ดูจริงจังมาก เพราะตั้งเป้าผลิตได้ถึง 340,000 ชุดต่อปี พร้อมสร้างงานใหม่อีก 183 ตำแหน่ง แต่ตอนนี้รับพนักงานเข้ามาแค่ประมาณ 20 คนเท่านั้น ก่อนที่แผนทั้งหมดจะถูกพับเก็บ
การกลับลำครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูบริษัทที่ชื่อว่า “RE:Nissan” ซึ่งกำลังพยายามกู้สถานการณ์ทางการเงินของบริษัท หลังยอดขายหลายตลาดเริ่มน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะธุรกิจรถ EV ในยุโรป
รายงานระบุว่า Nissan Ariya มียอดขายในปีงบประมาณ 2025 ลดลงถึง 44% ส่วน Nissan Leaf หนักกว่า เพราะยอดขายดิ่งลงถึง 99% แต่ก็มีเหตุผลอยู่ เพราะ Leaf รุ่นเดิมถูกยุติการขาย และกำลังเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ในสไตล์ครอสโอเวอร์ที่ราคาจับต้องง่ายขึ้น ซึ่ง Nissan หวังว่าจะกลายเป็นรถ EV ขายดีที่สุดของแบรนด์ในยุโรปแทน
ตอนนี้ Nissan กำลังประเมินว่าโรงงานแห่งนี้จะสามารถดัดแปลงไปผลิตระบบขับเคลื่อนแบบอื่นแทนได้หรือไม่ โดยยืนยันว่าพนักงาน 20 คนที่ทำงานอยู่จะยังไม่ถูกเลิกจ้างในทันที
แม้โปรเจกต์จะสะดุดแรง แต่รัฐบาลอังกฤษยังยืนยันว่าจะสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป โดยระบุว่าอุตสาหกรรมรถยนต์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และเตรียมงบสนับสนุนด้านวิจัยและการลงทุนเกือบ 1 พันล้านปอนด์ ผ่านโครงการ DRIVE35 เพื่อช่วยผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเชนในพื้นที่
เรียกได้ว่า Nissan ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วง “ต้องเลือกทางรอด” อย่างจริงจัง และแผน EV หลายอย่างก็อาจต้องถูกปรับใหม่ทั้งหมดในช่วงไม่กี่ปีจากนี้
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป






แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " สื่อนอกเผย Nissan ยกเลิกโรงงานชิ้นส่วน EV ในอังกฤษ แม้ได้เงินสนับสนุนกว่า 12 ล้านปอนด์ "