
Honda กำลังเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ แต่รอบนี้ไม่ใช่การเร่งไปทางรถ EV แบบเต็มตัวเหมือนที่ผ่านมา เพราะหลังจากโครงการรถไฟฟ้าหลายตัวเจอปัญหาและสร้างผลขาดทุนมหาศาล ล่าสุดค่ายญี่ปุ่นรายนี้ตัดสินใจ “รีเซ็ตแผน” ใหม่ แล้วหันมาโฟกัสรถ Hybrid อย่างจริงจังแทน
ล่าสุด Honda เปิดตัวรถต้นแบบใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ Sedab Fastback และ SUV จากฝั่ง Acura ซึ่งทั้งคู่ใช้ระบบ Hybrid ไม่ใช่ EV และมีแนวโน้มสูงมากว่าพวกมันคือว่าที่ Honda Accord รุ่นใหม่ และ Acura RDX เจเนอเรชันถัดไป
Honda บอกว่ารถต้นแบบทั้ง 2 รุ่นนี้จะเข้าสู่สายการผลิตภายใน 2 ปีข้างหน้า แม้ยังไม่ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ แต่จากดีไซน์ก็แทบเดาได้ทันทีว่าคัน Sedab น่าจะเป็น Accord ใหม่ ส่วน SUV ฝั่ง Acura ก็คือผู้สืบทอดของ RDX อย่างชัดเจน
ตัว Sedan มาในสไตล์ Fastback 5 ประตู เส้นสายตัวรถดูคมและล้ำขึ้นกว่าเดิม ไฟหน้า LED แบบบางเฉียบ และมีดีไซน์ด้านหน้าทรงเหลี่ยมคล้ายรถต้นแบบ Civic ที่ Honda เคยโชว์ก่อนหน้านี้ แต่หลายคนมองว่ามันคือ Accord ยุคใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนบุคลิกให้ดูสปอร์ตและพรีเมียมขึ้นกว่าเดิมมาก
ส่วนฝั่ง Acura SUV ก็มาแบบดุดันสุด ๆ ตัวถังมีมัดกล้ามชัดเจน กันชนหน้าช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ไหล่รถดูหนา และไฟท้ายทรงตัว V ที่ดูโฉบเฉี่ยวมาก
ที่สำคัญ รูปทรงโดยรวมตรงกับทีเซอร์ที่ Acura เคยปล่อยออกมาเมื่อต้นปี 2026 แบบแทบเป๊ะ ทำให้แทบยืนยันได้แล้วว่านี่คือ RDX รุ่นใหม่แน่นอน
รถทั้งสองรุ่นจะใช้แพลตฟอร์ม Hybrid เจเนอเรชันใหม่ของ Honda ที่เตรียมเปิดตัวในปี 2027 โดย Honda ตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิตลงถึง 30% และเพิ่มความประหยัดน้ำมันมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับรถ Hybrid ในปี 2023
นอกจากนี้ยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าแบบใหม่ e-AWD ที่ช่วยเรื่องการยึดเกาะและสมรรถนะ รวมถึงระบบช่วงล่างและการควบคุมที่ Honda บอกว่าจะ “ขับสนุกขึ้นกว่าเดิม” อีกด้วย ส่วนเทคโนโลยีช่วยขับ ADAS รุ่นใหม่จะตามมาในปี 2028
Honda ยังย้ำชัดว่า อเมริกาเหนือจะเป็นตลาดหลักของรถ Hybrid รุ่นใหม่ โดยภายในปี 2029 จะมีรถ Hybrid ขนาดใหญ่ระดับ D-Segment ขึ้นไปเปิดตัวเพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ
เพื่อรองรับแผนนี้ Honda เตรียมปรับโรงงานในรัฐโอไฮโอทั้งหมด ให้รองรับการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปและ Hybrid มากขึ้น รวมถึงโรงงานในสหรัฐฯ ทุกแห่งก็จะถูกปรับให้ผลิตรถ Hybrid ได้ทั้งหมดเช่นกัน
แม้แต่โรงงานแบตเตอรี่ที่ Honda ร่วมทุนกับ LG Energy Solution ก็จะเปลี่ยนบางส่วนจากการผลิตแบตเตอรี่ EV ไปเป็นแบตเตอรี่ Hybrid แทน เพื่อแก้ปัญหาต้นทุน ซัพพลาย และภาษีนำเข้า
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ Honda ต้องเปลี่ยนทิศทางครั้งนี้ มาจากผลประกอบการที่หนักเอาเรื่อง เพราะบริษัทเพิ่งประกาศ “ขาดทุนสุทธิประจำปีครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1957”
ตัวเลขขาดทุนรวมสูงถึงประมาณ 423.9 พันล้านเยน โดยสาเหตุหลักมาจากการยกเลิกและปรับโครงสร้างโครงการ EV หลายตัว ซึ่งทำให้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายมหาศาล ตัดจำหน่ายมูลค่ามหาศาลถึง 1.57 ล้านล้านเยน
แต่ถึงอย่างนั้น Honda ก็ยังเชื่อว่าบริษัทจะกลับมาได้ และตั้งเป้าทำกำไรจากการดำเนินงานให้เกิน 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปี 2029
ที่น่าสนใจคือ แผนลงทุนของ Honda ตอนนี้แทบประกาศชัดเลยว่า “อนาคตระยะใกล้ยังเป็นยุคของ Hybrid”

Honda ยังบอกอีกว่า หลังปี 2030 ถ้าจะพัฒนาแพลตฟอร์ม EV รุ่นใหม่ บริษัทอาจเลือก “จับมือกับพาร์ตเนอร์” มากกว่าลุยเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมา
เรียกได้ว่า ตอนนี้ Honda กำลังกลับมาเล่นในเกมที่ตัวเองถนัดที่สุดอีกครั้ง นั่นก็คือ “Hybrid” นั่นเอง
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Honda เปลี่ยนเกม! เปิดตัวรถต้นแบบ Sedan Fastback และ Acura RDX ใหม่ เน้น Hybrid แทน EV "