
แม้พาดหัวข่าวหลายแห่งจะชวนให้รู้สึกว่าโลกของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้าสู่ยุคขาลง ทั้งค่ายรถชะลอแผน ลงทุนน้อยลง และเริ่มทบทวนไทม์ไลน์ต่าง ๆ แต่ความจริงแล้ว ภาพรวมของตลาดโลกยังไม่ได้เป็นแบบนั้นทั้งหมด
ใช่ บางประเทศเริ่มชะลอตัว ใช่ ผู้บริโภคบางกลุ่มเริ่มลังเล แต่ถ้ามองให้กว้างขึ้น จะเห็นว่า EV ยังเติบโต แค่ไม่ได้โตในทุกที่เท่านั้น
ข้อมูลล่าสุดจาก Rho Motion ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม–พฤศจิกายน ปี 2025 มีการขาย รถไฟฟ้า (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมกันทั่วโลกแล้วประมาณ 18.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แรงขับหลักมาจาก จีน และ ยุโรป ในขณะที่บางตลาด โดยเฉพาะสหรัฐฯ เริ่มสะดุด
ไม่แปลกใจเลยที่จีนยังเป็นตลาดใหญ่สุด ด้วยยอดขาย 11.6 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 19% จากปี 2024 จีนยังคงเป็นหัวรถจักรหลักของการใช้รถไฟฟ้าทั่วโลก
แม้ยอดรวมจะน้อยกว่าจีนมาก แต่ยุโรปโตแรงสุด:
ฝรั่งเศส เริ่มเห็นสัญญาณบวก ยอดขายสะสมปีนี้เพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายนเป็นครั้งแรก (แม้จะเพิ่มเพียง 1%)
อิตาลี ยอดขาย EV + PHEV พุ่งแตะ 25,000 คันในเดือนเดียว หลังรัฐบาลออกมาตรการจูงใจให้เลิกรถเครื่องยนต์สันดาป
อย่างไรก็ตาม ทิศทางยุโรปอาจเปลี่ยนได้เร็ว เมื่อ คณะกรรมาธิการยุโรป ส่งสัญญาณอาจยกเลิกแผน แบนรถน้ำมันปี 2035 หลังถูกแรงกดดันจากภาคอุตสาหกรรมอย่างหนัก

ฝั่งอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะ สหรัฐฯ สถานการณ์ต่างออกไปชัดเจน
ทั้งปี 2025:
หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump เดินหน้าผ่อนคลายมาตรฐานความประหยัดเชื้อเพลิง (CAFE) แนวโน้มการเติบโตของ EV และ PHEV ในสหรัฐฯ อาจไม่เพียงชะลอ แต่ มีโอกาสถดถอยจริง
แม้ปริมาณจะยังไม่สูง แต่ประเทศนอกจีน ยุโรป และอเมริกาเหนือ กลับเติบโตแรงที่สุด
สะท้อนว่าในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้ายังเดินหน้าอยู่ แค่ไม่ได้อยู่ในประเทศที่เป็นข่าวบ่อย ๆ เท่านั้น
สรุป EV ยังไม่ตาย แต่กำลังเติบโตแบบ “ไม่เท่ากัน” ในแต่ละประเทศ ถ้ามองแค่สหรัฐฯ อาจคิดว่ากระแสเริ่มแผ่ว แต่ถ้ามองทั้งโลก จะเห็นว่า รถไฟฟ้ายังไปต่อ แค่เส้นทางไม่ได้ราบเรียบเหมือนเดิม
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
ราคาเริ่มไม่เกิน 500,000.
ราคา 500,000 - 700,000.
ราคา 1,000,000 - 2,000,000.
ราคา 2,000,000. ขึ้นไป
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " ยอดขาย EV ทั่วโลก ปี 2025 เพิ่มขึ้น 21% ขายได้ 18.5 ล้านคัน ส่วนสหรัฐฯ เริ่มแผ่ว "