<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำท่วม &#8211; 9CARTHAI</title>
	<atom:link href="https://www.9carthai.com/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.9carthai.com</link>
	<description>ราคารถใหม่ 2026, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถใหม่, อัพเดทข่าวรถ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 28 Aug 2026 02:42:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.2</generator>

<image>
	<url>https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2025/06/9carthai-URL-100x100.png</url>
	<title>น้ำท่วม &#8211; 9CARTHAI</title>
	<link>https://www.9carthai.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เคียงข้างผู้ประสบอุทกภัย! Toyota มอบส่วนลดซ่อมรถพิเศษ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม</title>
		<link>https://www.9carthai.com/toyota-news-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[kraisorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2026 02:40:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Toyota]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนลดซ่อมรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนลดซ่อมรถพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.9carthai.com/?p=499863</guid>

					<description><![CDATA[เคียงข้างผู้ประสบอุทกภัย! Toyota มอบส่วนลดซ่อมรถพิเศษ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีข่าวดีเรื่องมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาบอกต่อกัน โดยเฉพาะใครที่ใช้รถยนต์ Toyota หรือมีญาติๆ ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ฟังทางนี้ด่วนๆ เลยนะครับ! ล่าสุด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย Toyota ทั่วประเทศ ขอร่วมส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมออกแคมเปญช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์ มอบส่วนลดพิเศษด้านบริการสูงสุดถึง 50%! ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ที่ศูนย์บริการ Toyota ในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศครับ ส่วนลดพิเศษช่วยเหลือผู้ประสบภัยจาก Toyota Toyota พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลให้รถยนต์ของลูกค้ากลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ด้วยสิทธิประโยชน์ส่วนลดดังนี้: ส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่งานซ่อมทั่วไปและเคมีภัณฑ์: ช่วยเซฟค่าอะไหล่ซ่อมเครื่องยนต์และเคมีภัณฑ์งานซ่อมเบาลงเยอะมาก (หมายเหตุ: เคมีภัณฑ์บำรุงรักษาปกติ, ยางรถยนต์, อุปกรณ์ตกแต่ง, แบตเตอรี่ 12V และแบตเตอรี่ไฮบริด จะเป็นไปตามโปรโมชัน ณ วันเข้ารับบริการ) ส่วนลด 30% สำหรับค่าอะไหล่งานซ่อมตัวถังและสี: สำหรับกรณีที่ลูกค้าต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองนอกเหนือจากความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>เคียงข้างผู้ประสบอุทกภัย! <span style="color: #ff0000;">Toyota</span> มอบส่วนลดซ่อมรถพิเศษ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม</h2>
<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2026/08/Toyota.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-499866 size-full" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2026/08/Toyota.jpg" alt="เคียงข้างผู้ประสบอุทกภัย! Toyota มอบส่วนลดซ่อมรถพิเศษ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม" width="800" height="800" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2026/08/Toyota.jpg 800w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2026/08/Toyota-150x150.jpg 150w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2026/08/Toyota-100x100.jpg 100w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2026/08/Toyota-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p>มีข่าวดีเรื่องมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาบอกต่อกัน โดยเฉพาะใครที่ใช้รถยนต์ <span style="color: #ff0000;"><strong><a style="color: #ff0000;" href="https://www.9carthai.com/category/Toyota/">Toyota</a></strong></span> หรือมีญาติๆ ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ฟังทางนี้ด่วนๆ เลยนะครับ!</p>
<p>ล่าสุด<strong> บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด</strong> ร่วมกับเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย <span style="color: #ff0000;"><strong>Toyota</strong></span> ทั่วประเทศ ขอร่วมส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม</p>
<p>พร้อมออกแคมเปญช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์<strong> มอบส่วนลดพิเศษด้านบริการสูงสุดถึง 50%! ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ที่ศูนย์บริการ<span style="color: #ff0000;"> Toyota</span> ในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศครับ</strong></p>
<h2>ส่วนลดพิเศษช่วยเหลือผู้ประสบภัยจาก Toyota</h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Toyota</strong></span> พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลให้รถยนต์ของลูกค้ากลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ด้วยสิทธิประโยชน์ส่วนลดดังนี้:</p>
<p><strong>ส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่งานซ่อมทั่วไปและเคมีภัณฑ์:</strong> ช่วยเซฟค่าอะไหล่ซ่อมเครื่องยนต์และเคมีภัณฑ์งานซ่อมเบาลงเยอะมาก (หมายเหตุ: เคมีภัณฑ์บำรุงรักษาปกติ, ยางรถยนต์, อุปกรณ์ตกแต่ง, แบตเตอรี่ 12V และแบตเตอรี่ไฮบริด จะเป็นไปตามโปรโมชัน ณ วันเข้ารับบริการ)</p>
<p><strong>ส่วนลด 30% สำหรับค่าอะไหล่งานซ่อมตัวถังและสี:</strong> สำหรับกรณีที่ลูกค้าต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองนอกเหนือจากความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย โดยเฉพาะผู้ที่ถือกรมธรรม์ TOYOTA CARE และ TOYOTA CARE PHYD จาก 7 บริษัทประกันภัยพันธมิตร</p>
<p><strong>ส่วนลด 50% สำหรับอะไหล่กลุ่มพรมปูพื้นและพรมซับเสียงรถยนต์:</strong> จัดลดครึ่งราคาให้เลยเต็มๆ สำหรับชิ้นส่วนที่มักจะเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง!</p>
<p>สำหรับลูกค้า <span style="color: #ff0000;"><strong>Toyota</strong></span> ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถนำรถเข้ารับบริการและสอบถามเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้า หรือตรวจสอบรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ <strong><a href="https://aftersales.toyota.co.th/" target="_blank" rel="noopener">aftersales.toyota.co.th</a></strong> ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 เลยนะครับ!</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Toyota</strong> </span>ขออยู่เคียงข้างพี่น้องชาวไทยในทุกสถานการณ์ และพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกท่านกลับมาใช้รถได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์ในช่วงหน้าฝน ให้สตาร์ทติดง่ายและไม่ดับเมื่อเจอน้ำท่วม</title>
		<link>https://www.9carthai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.9carthai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jul 2012 14:43:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การดูแลรักษารถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องรถ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทติดง่าย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.9carthai.com/?p=1593</guid>

					<description><![CDATA[&#160; หลาย ๆ คนคงเจอปัญหารถสตาร์ทติดยากในช่วงหน้าฝน หรือไม่ก็กลัวรถดับในขณะขับลุยน้ำท่วม ทำให้ต้องลุ้นกันหลายครั้งกว่าจะถึงจุดหมาย ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้หากเราแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้พร้อมหาก เกิดปัญหาในยามคับขัน การขับรถในสภาพน้ำท่วมพื้นถนนนั้น ถ้าเป็นน้ำท่วมในระดับผิวถนน คือระดับน้ำลึกไม่เกิน 6 นิ้ว ควรควบคุมความเร็วในการขับขี่ โดยขับให้ช้าที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่จากการวิ่งไหลเข้าห้องเครื่อง ยนต์ หรือห้องเกียร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร เครื่องยนต์ดับได้ และทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพได้ แต่ถ้าน้ำท่วมสูงถึงท้องรถ ให้ขับรถยนต์ช้าที่สุด และสังเกตการวิ่งของรถยนต์คันข้างหน้า เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รถวิ่งตกหลุมถนน หลังจากนั้นแล้วควรตรวจสอบประสิทธิภาพของเบรก เพราะเป็นส่วนที่จมน้ำตลอดเวลา ทดสอบได้โดยการเร่งเครื่องยนต์สลับกับการเบรก เพื่อรีดน้ำออกจากผ้าเบรก และเพื่อให้น้ำที่ขังอยู่ในจานเบรกระเหย สาเหตุส่วนใหญ่ ที่ทำให้เครื่องยนต์ดับระหว่างการขับรถยนต์ในสภาพน้ำท่วม คือ น้ำหรือความชื้นเข้าเครื่องยนต์ จึงควรหมั่นตรวจสอบระบบไฟจุดระเบิด สามารถตรวจเช็คได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากสายคอยล์จุดระเบิดที่ควรอยู่สูงกว่าระดับปกติ จากนั้นจึงตรวจสอบยางหุ้มสายคอยล์ จานจ่าย หรือปลั๊กหัวเทียนใหม่ ถ้ามีสภาพที่ผิดรูปหรือแข็งจนเกินไปควรเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ พร้อมทั้งเพิ่มการป้องกันความชื้นด้วยการใช้สเปรย์กันความชื้น นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระบบไดชาร์จของแบตเตอรี่ โดยทำความสะอาดบริเวณขั้วแบตเตอรี่ไม่ให้เกิดขี้เกลือ ถ้ามีขี้เกลือ ให้ล้างด้วยน้ำร้อนบริเวณขั้ว ขัดด้วยกระดาษทราย หรือแปรงลวด แล้วใช้จาระบีทาบริเวณขั้ว และระวังอย่าให้มีสิ่งสกปรกอุดตันรูระบายอากาศของแต่ละจุกแบตเตอรี่ สายไดชาร์จต้องอยู่ในสภาพปกติพร้อมใช้งานเพื่อส่งผ่านประจุไฟฟ้าและรองรับ การชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่เมื่อเครื่องยนต์ทำงานปกติ หรือเพื่อความมั่นใจสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่มีกำลังส่งกระแสไฟฟ้า สูงกว่าปกติจากเดิมประมาณ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์.jpg"><img decoding="async" class="size-full wp-image-1594 aligncenter" title="ดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์.jpg" alt="" width="275" height="183" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์.jpg 275w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์-150x100.jpg 150w" sizes="(max-width: 275px) 100vw, 275px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลาย ๆ คนคงเจอปัญหารถสตาร์ทติดยากในช่วงหน้าฝน หรือไม่ก็กลัวรถดับในขณะขับลุยน้ำท่วม ทำให้ต้องลุ้นกันหลายครั้งกว่าจะถึงจุดหมาย ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้หากเราแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้พร้อมหาก เกิดปัญหาในยามคับขัน</p>
<p>การขับรถในสภาพน้ำท่วมพื้นถนนนั้น ถ้าเป็นน้ำท่วมในระดับผิวถนน คือระดับน้ำลึกไม่เกิน 6 นิ้ว ควรควบคุมความเร็วในการขับขี่ โดยขับให้ช้าที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่จากการวิ่งไหลเข้าห้องเครื่อง ยนต์ หรือห้องเกียร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร เครื่องยนต์ดับได้ และทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพได้ แต่ถ้าน้ำท่วมสูงถึงท้องรถ ให้ขับรถยนต์ช้าที่สุด และสังเกตการวิ่งของรถยนต์คันข้างหน้า เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รถวิ่งตกหลุมถนน หลังจากนั้นแล้วควรตรวจสอบประสิทธิภาพของเบรก เพราะเป็นส่วนที่จมน้ำตลอดเวลา ทดสอบได้โดยการเร่งเครื่องยนต์สลับกับการเบรก เพื่อรีดน้ำออกจากผ้าเบรก และเพื่อให้น้ำที่ขังอยู่ในจานเบรกระเหย</p>
<p>สาเหตุส่วนใหญ่ ที่ทำให้เครื่องยนต์ดับระหว่างการขับรถยนต์ในสภาพน้ำท่วม คือ น้ำหรือความชื้นเข้าเครื่องยนต์ จึงควรหมั่นตรวจสอบระบบไฟจุดระเบิด สามารถตรวจเช็คได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากสายคอยล์จุดระเบิดที่ควรอยู่สูงกว่าระดับปกติ จากนั้นจึงตรวจสอบยางหุ้มสายคอยล์ จานจ่าย หรือปลั๊กหัวเทียนใหม่ ถ้ามีสภาพที่ผิดรูปหรือแข็งจนเกินไปควรเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ พร้อมทั้งเพิ่มการป้องกันความชื้นด้วยการใช้สเปรย์กันความชื้น</p>
<p>นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระบบไดชาร์จของแบตเตอรี่ โดยทำความสะอาดบริเวณขั้วแบตเตอรี่ไม่ให้เกิดขี้เกลือ ถ้ามีขี้เกลือ ให้ล้างด้วยน้ำร้อนบริเวณขั้ว ขัดด้วยกระดาษทราย หรือแปรงลวด แล้วใช้จาระบีทาบริเวณขั้ว และระวังอย่าให้มีสิ่งสกปรกอุดตันรูระบายอากาศของแต่ละจุกแบตเตอรี่ สายไดชาร์จต้องอยู่ในสภาพปกติพร้อมใช้งานเพื่อส่งผ่านประจุไฟฟ้าและรองรับ การชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่เมื่อเครื่องยนต์ทำงานปกติ หรือเพื่อความมั่นใจสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่มีกำลังส่งกระแสไฟฟ้า สูงกว่าปกติจากเดิมประมาณ 35-45 แอมแปร์ ซึ่งเป็นกำลังไฟฟ้าที่ใช้ในสภาพท้องถนนปกติและสามารถรองรับการทำงานของระบบ ต่างๆ ในรถยนต์ได้ เป็นกำลังไฟฟ้าประมาณ 50-65 แอมแปร์ เพื่อป้องกันกำลังไฟฟ้าตกระหว่างขับรถในสภาพฝนตกและน้ำท่วม</p>
<p>ที่สำคัญควรนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ อุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ หรือในบางกรณีควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก และเติมน้ำกลั่นให้แบตเตอรี่ เพื่อให้รถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไม่ต้องกังวลใจเวลาขับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.9carthai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซ่อมเครื่องยนต์ด้วยตนเอง หลังน้ำท่วม</title>
		<link>https://www.9carthai.com/%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%80/</link>
					<comments>https://www.9carthai.com/%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%80/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jul 2012 13:11:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การดูแลรักษารถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ซ่อมเครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[หลังน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.9carthai.com/?p=1573</guid>

					<description><![CDATA[จาก เหตุการณ์ที่ประเทศไทยเจอวิกฤตอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ทำให้รถที่เรารักของหลาย ๆ คนโดนน้ำท่วมเป็นเหตุให้เครื่องยนต์เกิดความชำรุดเสียหาย หากจะลากรถทั้งคันไปหาช่างก็กลัวจะโดนค่าซ่อมที่แสนจะแพง หากเราเองก็พอจะสามารถซ่อมรถตัวเองได้ ให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างเป็นปกติสุข แถมยังลดค่าใช้จ่าย แต่ขอเตือนก่อนว่างานนี้ไม่หมูแน่นอนครับ เตรียมเครื่องมือ เอาเป็นว่าไม่ต้องไถ่ถาม แต่ก่อนที่เราจะทำอะไรก็ตามเราก็อาจจะต้องเตรียมความพร้อมเล็กน้อย โดยเฉพาะ เครื่องมือ ซึ่ง หลักๆ ก็ไม่มีอะไรมากมา นัก ขอให้เตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้ 1.เครื่องเป่าลมแรงดันสูง / ไดร์เป่าผม (ยืมคุณแฟนมาใช้ก่อน) 2.ชุดบล็อกและ บล็อกขันหัวเทียน 3.ประแจเบอร์ 10 ,12 และ14 ม.ม. 4.น้ำมันเครื่อง 1 ลิตร เกรดธรรดาก็ได้ 5.ไขควง 4 แฉกและปากแบน เผื่อได้ใช้ 6.ถุงมือผ้า 7.ผ้าสะอาด ได้เวลาลงมือแล้ว เมื่อเตรียมเครื่องมือครบแล้วก็ได้เวลาที่เราจะลงมือซ่อม ซึ่งการซ่อมรถนั้นเราต้องทำการป้องกันตัวเองจากการบาดของสิ่งต่างๆ ด้วยถุงมือ ทำให้มือเรานั้นไม่แหก แล้วก็ค่อนลงมือทำตามขั้นตอน ที่ช่างทุกคนก็ทำเหมือนๆกับที่เรานี่แหละ เว้นในกรณีหนักข้อจริงๆ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าในกรณีนี้เป็นการซ่อมเครื่องยนต์สำหรับรถที่ถูก น้ำท่วมเป็นระยะเวลาไม่นานมาก มีระดับน้ำที่ไม่สูงมากนัก เต็มที่ประมาณแค่ครึ่งประตู ซึ่งก็เป็นระดับที่หลายคนมักจะเจอๆกัน ในมหาอุทกภัยที่ผ่านมา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ซ่อมเครื่องยนต์-หลังน้ำท่วม.jpg"><img decoding="async" class="size-full wp-image-1574 aligncenter" title="ซ่อมเครื่องยนต์ หลังน้ำท่วม" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ซ่อมเครื่องยนต์-หลังน้ำท่วม.jpg" alt="" width="257" height="177" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ซ่อมเครื่องยนต์-หลังน้ำท่วม.jpg 257w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ซ่อมเครื่องยนต์-หลังน้ำท่วม-150x103.jpg 150w" sizes="(max-width: 257px) 100vw, 257px" /></a></p>
<p><strong>จาก เหตุการณ์ที่ประเทศไทยเจอวิกฤตอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ทำให้รถที่เรารักของหลาย ๆ คนโดนน้ำท่วมเป็นเหตุให้เครื่องยนต์เกิดความชำรุดเสียหาย หากจะลากรถทั้งคันไปหาช่างก็กลัวจะโดนค่าซ่อมที่แสนจะแพง</strong> หากเราเองก็พอจะสามารถซ่อมรถตัวเองได้ ให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างเป็นปกติสุข แถมยังลดค่าใช้จ่าย แต่ขอเตือนก่อนว่างานนี้ไม่หมูแน่นอนครับ</p>
<p><strong>เตรียมเครื่องมือ</strong></p>
<p>เอาเป็นว่าไม่ต้องไถ่ถาม แต่ก่อนที่เราจะทำอะไรก็ตามเราก็อาจจะต้องเตรียมความพร้อมเล็กน้อย โดยเฉพาะ เครื่องมือ ซึ่ง หลักๆ ก็ไม่มีอะไรมากมา นัก ขอให้เตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้</p>
<p>1.เครื่องเป่าลมแรงดันสูง / ไดร์เป่าผม (ยืมคุณแฟนมาใช้ก่อน)</p>
<p>2.ชุดบล็อกและ บล็อกขันหัวเทียน</p>
<p>3.ประแจเบอร์ 10 ,12 และ14 ม.ม.</p>
<p>4.น้ำมันเครื่อง 1 ลิตร เกรดธรรดาก็ได้</p>
<p>5.ไขควง 4 แฉกและปากแบน เผื่อได้ใช้</p>
<p>6.ถุงมือผ้า</p>
<p>7.ผ้าสะอาด</p>
<p><strong>ได้เวลาลงมือแล้ว </strong></p>
<p>เมื่อเตรียมเครื่องมือครบแล้วก็ได้เวลาที่เราจะลงมือซ่อม ซึ่งการซ่อมรถนั้นเราต้องทำการป้องกันตัวเองจากการบาดของสิ่งต่างๆ ด้วยถุงมือ ทำให้มือเรานั้นไม่แหก แล้วก็ค่อนลงมือทำตามขั้นตอน ที่ช่างทุกคนก็ทำเหมือนๆกับที่เรานี่แหละ เว้นในกรณีหนักข้อจริงๆ</p>
<p>ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าในกรณีนี้เป็นการซ่อมเครื่องยนต์สำหรับรถที่ถูก น้ำท่วมเป็นระยะเวลาไม่นานมาก มีระดับน้ำที่ไม่สูงมากนัก เต็มที่ประมาณแค่ครึ่งประตู ซึ่งก็เป็นระดับที่หลายคนมักจะเจอๆกัน ในมหาอุทกภัยที่ผ่านมา</p>
<p><strong>ขั้นแรก</strong> เปิดประตูรถและเปิดห้องเครื่อง จากนั้น ทำการจัดการเศษขยะต่างๆ ถ้ามีหลงเหลือในห้องเครื่อง ให้ทำการขจัดให้หมด พร้อมตรวจสอบระดับน้ำสูงที่สุดเพื่อประเมินความเสียหาย ก่อนที่เราจะเริ่มขั้นต่อไป</p>
<p><strong>ขั้นที่ </strong><strong>2</strong> ตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำมันเครื่อง &#8211; น้ำมันเบรค น้ำมันพวงมาลัยผ่อนแรง และน้ำมันคลัทช์สำหรับเกียร์ธรรมดาว่า มีลักษณ์เป็นโคลนหรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องนั้นให้ดึงไม้ซ้ำหลายๆครั้งเพื่อความมั่นใจ ถ้ามีลักษณะเป็นนมโคลน แสดงว่ามีน้ำในระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ ซึ่งเกินความสามารถเราต้องส่งมือช่าง แต่ถ้าไม่ก็เดินหน้าต่อไป</p>
<p><strong>ขั้นที่ </strong><strong>3</strong> หลังจากตรวจสอบแน่แล้วว่าไม่มีการปนเปื้อนในส่วนของระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ ก็ได้เวลาที่เราจะนำน้ำออกจากเครื่องยนต์ ซึ่งอาจจะมีการซึมเข้าไปในห้องเผาไหม้ และมันคือสาเหตุที่รถสตาร์ทไม่ติด</p>
<p>การ นำน้ำออกจากเครื่องยนต์นั้น เราต้องหาจุดที่เข้าถึงห้องเผาไหม้ ซึ่งในเครื่องยนต์เบนซินนั้นคือหัวเทียน แต่กลับกันในเครื่องยนต์ดีเซลอาจจะยุ่งยากสักหน่อย เพราะคุณต้องถอดหัวฉีดหรือหัวเผาออกมาถึงจะเข้าถึงห้องเผาไหม้ได้ ซึ่งไม่ว่ายังไง จงใช้ความระมัดระวัง อย่าทำความเสียหาย แก่ตัวปลั๊กคอยย์และปลั๊กฟัวฉีด</p>
<p><strong>ขั้นที่ </strong><strong>4</strong> เมื่อสามารถเข้าถึงห้องเผาไหม้ ก็เราได้เวลาไล่น้ำออกจากห้องเผาไหม้ โดยวิธีนั้นก็ไม่ยุ่งยากมาก หลักๆคือการใช้เครื่องเป่าลมส่งอากาศลงไปไล่น้ำออกมาให้หมด ทำให้ครบทุกสูบ แต่ถ้าออกไม่หมดเสียทีเดียวก็ไม่ต้องกังวล ที่เหลือให้ความร้อนใครื่องยนต์จัดการได้ แต่เราเอา ส่วนใหญ่ออกมาเพื่อให้ลูกสูบเดินได้สะดวกขึ้น</p>
<p><strong>ขั้นที่ </strong><strong>5</strong> หลังจากนำน้ำออกมาเรียบร้อยก็ได้เวลาที่เรา จะจัดการเคลือบผนังกระบอกสูบ ซึ่ง เราไม่แน่ใจว่าจะมีน้ำเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด และการเคลือบผนังนั้นทำให้กระบอกสูบไม่เป็นรอยจากการเสียดสีของชุดแหวนลูก สูบ ซุ่งไม่ได้ผ่านการใช้งานมานาน ให้เติมน้ำมันเครื่อง ปริมาตรเล็กน้อยประมาณ 1/2 ฝา ต่อ 1 สูบ ลงไปในห้องเผาไหม้ จากนั้นปิดหัวฉีด/หัวเทียนกลับ เป็นอันจบพิธี</p>
<p><strong>ขั้นที่ </strong><strong>6</strong> เมื่อประกอบทุกสิ่งเสร็จเรียบร้อย ก็อย่าลืมเช็ค เครื่องมือ เช่นเดียวกันน้ำมันต่างๆอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ จากนั้น ต่อขั้วแบตเตอร์รี่กลับหากถอดทิ้งไว้ เพื่อทำการสตาร์ทเครื่องยนต์</p>
<p>ในการสตาร์ทเครื่องยนต์รถที่ถูกน้ำท่วมนั้น จำไว้ว่า อย่าสตาร์ทแบบลากยาวเมื่อบิดกุญแจแล้วควรตรวจสอบไฟสตาร์ทต่างๆ โดยเฉพาะ Malfunction light ซึ่งจะเป็นไฟสีส้ม ซึ่งจะบ่งบอกความเสียหายในส่วนอื่น และเมื่อเครื่องยนต์สตาร์ทติดอย่าเพิ่งเร่งเครื่องยนต์ในทันที และอย่าตกใจกับควันขาวที่ออกมาจากท่อไอเสีย เพราะควันขาวนั้นเกิดจากนั้นที่อยู่ในกระบอกสูบ และน้ำมันเครื่องที่เราส่งไปเคลือบกระบอกสูบ</p>
<p><strong> </strong><strong>ที่ เหลือก็แค่เดินเครื่องไว้สักพักตรวจสอบความเสียหายในส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะเบรคที่อาจจะติดได้ แต่ถ้าไม่มีปัญหา ก็เคลื่อนรถไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่อู่และศูนย์บริการ เผื่อจะพบปัญหาอื่นๆ และรีบถ่ายน้ำมันต่างๆที่ถูกน้ำท่วมทิ้งทันทีที่มีโอกาส</strong></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.9carthai.com/%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
