<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำกลั่น &#8211; 9CARTHAI</title>
	<atom:link href="https://www.9carthai.com/tag/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.9carthai.com</link>
	<description>ราคารถใหม่ 2026, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถใหม่, อัพเดทข่าวรถ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Jun 2015 12:08:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2025/06/9carthai-URL-100x100.png</url>
	<title>น้ำกลั่น &#8211; 9CARTHAI</title>
	<link>https://www.9carthai.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีการตรวจสอบรถยนต์ก่อนใช้งาน</title>
		<link>https://www.9carthai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.9carthai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jul 2012 14:19:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การดูแลรักษารถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รอบรู้เรื่องรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนใช้งาน]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำกลั่น]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำกลั่นแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำฉีดกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเกียร์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบรค]]></category>
		<category><![CDATA[ยาง]]></category>
		<category><![CDATA[ยางรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีตรวจรถยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.9carthai.com/?p=1580</guid>

					<description><![CDATA[วิธีการตรวจสอบรถยนต์ง่ายๆด้วยตนเอง เป็นการดูแลสภาพทั่วไปของรถยนต์  เช่น 1. ยางรถยนต์ การตรวจลมยาง ควรตรวจเช็คลมยาง  และปรับแต่งให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนด หรือตามคำแนะนำ ในหนังสือคู่มือของรถยนต์เป็นประจำ ในกรณีของยางใหม่  ให้เพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คลมยาง ให้มากกว่าปกติ (ในช่วง 3,000 กม. แรก) เนื่องจากโครงสร้างยางในช่วงนี้ จะมีการขยายตัว ทำให้ความดันลมยางลดลงจากปกติได้ ห้ามปล่อยลมยางออก  เมื่อความดันลมยางสูงขึ้นขณะกำลังใช้งาน เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นขณะใช้งาน เป็นตัวทำให้ความดันลมภายในยางสูงขึ้น เมื่อยางเย็นตัวลง ความดันลมยางก็จะกลับสู่สภาวะปกติ เพื่อป้องกันลมรั่วซึมที่วาล์ว  ควรเปลี่ยนวาล์ว และแกนวาล์วทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ และมีฝาปิดวาล์วตลอดเวลา สำหรับยางอะไหล่  ให้ตรวจเช็คลมยางให้ถูกต้องทุกๆ เดือน หากขับรถที่ ความเร็วสูง ควรเติมลมมากกว่าปกติ 3-5 ปอนด์ จะช่วยลดการบิดตัวของโครงยาง ทำให้เกิดความร้อนน้อยลง หรืออาจใช้การสังเกต จากที่ใช้งานทุกวัน และความชอบของผู้ขับรถเป็นเกณฑ์ โดยส่วนใหญ่ค่าเฉลี่ยของความดันลมยางของรถเก๋ง จะประมาณ 28-30 ปอนด์/ตารางนิ้ว ส่วนรถกระบะ จะประมาณ 35-40 ปอนด์/ตารางนิ้ว (ขับขี่ทั่วไปไม่บรรทุกหนัก) 2. ระดับของเหลวต่างๆของรถยนต์  เช่น  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ตรวจเช็ครถยนต์.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-1581 aligncenter" title="ตรวจเช็ครถยนต์" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ตรวจเช็ครถยนต์.jpg" alt="" width="290" height="174" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ตรวจเช็ครถยนต์.jpg 290w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ตรวจเช็ครถยนต์-150x90.jpg 150w" sizes="(max-width: 290px) 100vw, 290px" /></a></p>
<p><strong><span style="font-size: large;">วิธีการตรวจสอบรถยนต์ง่ายๆด้วยตนเอง</span></strong><br />
เป็นการดูแลสภาพทั่วไปของรถยนต์  เช่น</p>
<p><strong><span style="font-size: medium;">1. ยางรถยนต์ </span></strong><br />
<strong>การตรวจลมยาง</strong> ควรตรวจเช็คลมยาง  และปรับแต่งให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนด หรือตามคำแนะนำ ในหนังสือคู่มือของรถยนต์เป็นประจำ<br />
ในกรณีของยางใหม่  ให้เพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คลมยาง ให้มากกว่าปกติ (ในช่วง 3,000 กม. แรก) เนื่องจากโครงสร้างยางในช่วงนี้ จะมีการขยายตัว ทำให้ความดันลมยางลดลงจากปกติได้<br />
ห้ามปล่อยลมยางออก  เมื่อความดันลมยางสูงขึ้นขณะกำลังใช้งาน เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นขณะใช้งาน เป็นตัวทำให้ความดันลมภายในยางสูงขึ้น เมื่อยางเย็นตัวลง ความดันลมยางก็จะกลับสู่สภาวะปกติ<br />
เพื่อป้องกันลมรั่วซึมที่วาล์ว  ควรเปลี่ยนวาล์ว และแกนวาล์วทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ และมีฝาปิดวาล์วตลอดเวลา<br />
สำหรับยางอะไหล่  ให้ตรวจเช็คลมยางให้ถูกต้องทุกๆ เดือน<br />
หากขับรถที่ ความเร็วสูง ควรเติมลมมากกว่าปกติ 3-5 ปอนด์ จะช่วยลดการบิดตัวของโครงยาง ทำให้เกิดความร้อนน้อยลง หรืออาจใช้การสังเกต จากที่ใช้งานทุกวัน และความชอบของผู้ขับรถเป็นเกณฑ์ โดยส่วนใหญ่ค่าเฉลี่ยของความดันลมยางของรถเก๋ง จะประมาณ 28-30 ปอนด์/ตารางนิ้ว ส่วนรถกระบะ จะประมาณ 35-40 ปอนด์/ตารางนิ้ว (ขับขี่ทั่วไปไม่บรรทุกหนัก)</p>
<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ดอกยางเสีย1.jpg"><img decoding="async" class="wp-image-1584 aligncenter" title="ดอกยางเสีย" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ดอกยางเสีย1.jpg" alt="" width="289" height="222" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ดอกยางเสีย1.jpg 289w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/ดอกยางเสีย1-150x115.jpg 150w" sizes="(max-width: 289px) 100vw, 289px" /></a></p>
<p><span style="font-size: medium;"><strong>2. ระดับของเหลวต่างๆของรถยนต์</strong></span>  เช่น  น้ำมันเครื่อง  น้ำมันเกียร์  น้ำมันเบรค  น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์  น้ำฉีดกระจก  น้ำกลั่นแบตเตอรี่  สามารถตรวจได้บ่อยครั้ง หรือสำหรับผู้ไม่มีเวลาควรตรวจอย่างน้อย 1ครั้ง ต่อ 1สัปดาห์</p>
<h3>
<strong>2.1 น้ำมันเครื่อง</strong></h3>
<p>การตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่อง อุ่นเครื่องยนต์จนถึงอุณหภูมิทำงานแล้วดับเครื่องเช็คระดับน้ำมันเครื่องโดย ใช้ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง<br />
&#8211; เพื่อให้การตรวจเช็คถูกต้อง รถควรอยู่ในแนวระดับเครื่องยังร้อน และทำการวัดหลังจากดับเครื่อง 2-3นาทีเพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลกลับลงด้านล่างก่อน<br />
&#8211; ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออก เช็คน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัดด้วยผ้า<br />
&#8211; เสียบก้านวัดน้ำมันเครื่องคืนกลับจุดเดิม<br />
&#8211; ดึงก้านวัดออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัด ถ้าระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่าง &#8221; F &#8221; กับ &#8221; L &#8221; แสดงว่าระดับน้ำมันเครื่องปกติ<br />
ข้อควรระวัง<br />
&#8211; หลีกเลี่ยงการเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้<br />
&#8211; ตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องที่ก้านวัดอีกครั้งหลังเติมน้ำมันเครื่องลงไป</p>
<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/วัดระดับเครื่องยนต์.jpg"><img decoding="async" class="size-full wp-image-1585 aligncenter" title="วัดระดับเครื่องยนต์" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/วัดระดับเครื่องยนต์.jpg" alt="" width="355" height="543" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/วัดระดับเครื่องยนต์.jpg 355w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/วัดระดับเครื่องยนต์-98x150.jpg 98w" sizes="(max-width: 355px) 100vw, 355px" /></a></p>
<p><strong><span style="font-size: medium;"> 2.2 น้ำมันเกียร์</span></strong></p>
<p>&#8211; ขับรถยนต์เป็นเวลา 15 นาที เพื่ออุ่นน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ<br />
ข้อแนะนำ:<br />
• เนื่องจากน้ำมันเกียร์อัตโนมัติจะขยายตัวเมื่อมัน ร้อน ดังนั้นให้ตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์หลังจากที่ได้ทำการอุ่นให้ร้อนแล้ว เนื่องจากโครงสร้างของเกียร์อัตโนมัติจะทำให้ปริมาณของน้ำมันเกียร์มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างมากตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง<br />
• สำหรับโคโรลล่า ให้ตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 70 &#8211; 80?C (158 &#8211; 176?F)<br />
&#8211;  จอดรถในพื้นระดับและดึงเบรกมือ<br />
&#8211;  ให้เครื่องยนต์เดินเบา, เหยียบเบรก, ดึงคันเบรกมือและเลื่อนคันเกียร์อย่างช้าๆ จากตำแหน่ง P ไปยังตำแหน่งอื่นๆ จนถึงตำแหน่งเกียร์ L และเลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเกียร์ P อีกครั้งหนึ่ง<br />
&#8211;  ดึงไม้วัดระดับน้ำมันออกมาขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา, เช็ดคราบน้ำมันด้วยผ้าให้สะอาด เสียบไม้วัดระดับน้ำมันเข้าไปอีกครั้ง และตรวจสอบระดับน้ำมันต้องอยู่ช่วง &#8220;HOT&#8221;<br />
ข้อแนะนำ:<br />
• เมื่อขีดของน้ำมันด้านหลังของเกจวัดแตกต่างจากด้านหน้า ให้อ่านค่าต่ำสุด<br />
• เมื่อระดับน้ำมันมากกว่าค่ากำหนด น้ำมันเกียร์อัตโนมัติอาจรั่วออกจากรูระบาย เป็นสาเหตุทำให้เกียร์กระตุก<br />
• ถ้าระดับน้ำมันเกียร์ต่ำเกินไป อาจทำให้การหล่อลื่นไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดการเสียดสีของกลไกภายในเกียร์มาก</p>
<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันเกียร์.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1586 aligncenter" title="น้ำมันเกียร์" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันเกียร์.jpg" alt="" width="364" height="285" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันเกียร์.jpg 364w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันเกียร์-150x117.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 364px) 100vw, 364px" /></a></p>
<p><strong><span style="font-size: medium;">2.3 น้ำมันเบรค </span></strong></p>
<p>วิธีการตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรคควรจะอยู่ระหว่าง MAX และ MIN แต่หมั่นตรวจเติมให้อยู่ในระดับ MAX ดีที่สุด<br />
เทคนิค : เติมน้ำมันเบรคจนถึงเส้นไข่ปลาและเมื่อปิดฝา ระดับน้ำมันจะขึ้นถึงระดับที่ถูกต้อง<br />
เครื่องมือ &#8211; อุปกรณ์ : ผ้าชุบน้ำผืนขนาดพอสมควร ใช้ปิดตัวถังรถ ด้านที่เติมน้ำมันเบรคเพื่อป้องกันการกระเด็นไปถูกตัวถังรถ<br />
ข้อควรระวัง<br />
&#8211;  เติมน้ำมันเบรคให้ตรงกับระบบเบรคของรถหรือน้ำมันเบรคที่เคยใช้อยู่เท่านั้น แดง-แดง ใส-ใส<br />
&#8211;  น้ำมันเบรคเป็นอันตรายต่อดวงตาและทำลายสีรถ ระวังล้นหรือกระเด็น<br />
&#8211;  น้ำมันเบรกจะเสื่อมคุณภาพหากมีน้ำหรือความชื้นปนลงไป</p>
<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันเบรก.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1587 aligncenter" title="น้ำมันเบรก" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันเบรก.jpg" alt="" width="421" height="299" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันเบรก.jpg 421w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันเบรก-150x106.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 421px) 100vw, 421px" /></a></p>
<p><strong><span style="font-size: medium;">2.4  น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์</span></strong></p>
<p>ท่าน ควรตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เดือนละครั้ง และ ตรวจระดับน้ำพวงมาลัยเพาเวอร์ ในขณะที่เครื่องเย็นโดยดูที่ด้านข้างของกระปุกน้ำมัน ระดับน้ำมันควรอยู่ที่ไม่เกินขีดระดับสูงสุด และระดับต่ำสุด ถ้าระดับน้ำมันอยู่ต่ำกว่าขีดสุด ให้เติมน้ำมันจนระดับอยู่ที่ขีดสูงสุด<br />
ข้อควรระวัง<br />
&#8211;  เทน้ำมันช้าๆ และระวังอย่าทำน้ำมันหก ถ้าน้ำมันหกให้รีบทำความสะอาดทันที เพราะน้ำมันที่หกอาจทำความเสียหายแก่ส่วนประกอบอื่นในห้องเครื่องยนต์ได้<br />
&#8211;  ควรใช้น้ำมันยี่ห้อที่ดีตามโฆษณาทั่วไป<br />
&#8211;  การที่ระดับน้ำมันต่ำอาจเกิดจากการรั่วในระบบ ควรตรวจดูระดับน้ำมันและนำรถเข้ารับการตรวจสอบระบบพวงมาลัยเพาเวอร์โดยเร็ว<br />
&#8211;  การหมุนพวงมาลัยค้างไว้สุดทั้งด้านซ้ายหรือขวาอาจจะทำให้ระบบลูกยาง ท่อยาง ลูกยาง ลูกน้ำท่อยาง ที่เกี่ยวข้องกับระบบเพาเวอร์ ฉีกขาดหรือแตกได้ เนื่องจากการหมุนพวงมาลัยสุดทำให้แรงดันสูง</p>
<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1588 aligncenter" title="น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์.jpg" alt="" width="343" height="287" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์.jpg 343w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์-150x125.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 343px) 100vw, 343px" /></a></p>
<p><strong><span style="font-size: medium;">2.5 น้ำฉีดกระจก</span></strong></p>
<p>การเติมน้ำฉีดกระจกให้เติมในถังสีขาวให้เต็มหรือบางท่านอาจจะผสมแชมพู เพื่อให้กระจกใสมากขึ้น<br />
&#8211;  ระดับน้ำในถังน้ำฉีดกระจกอยู่ในระดับต่ำหรือว่าไม่มีเลย : เมื่อตรวจพบว่าระดับน้ำพร่อง ควรเติมน้ำผสมกับน้ำยาทำความสะอาดกระจกลงไปเล็กน้อย จะช่วยทำความสะอาดได้ดีกว่าน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวนอกจากการตรวจระดับน้ำ แล้วควรที่จะตรวจสภาพของถังน้ำเองว่ารั่วหรือไม่ โดยการเติมน้ำลงไปทิ้งเวลาสักพักและค่อยกลับมาตรวจระดับน้ำอีกครั้งว่าพร่อง หรือลดลงมากเพียงใด เมื่อตรวจไม่พบรอยรั่ว แล้วค่อยลองฉีดน้ำล้างกระจกอีกครั้ง<br />
&#8211;  สายยางน้ำฉีดกระจกหลุดหรือรอยฉีกขาด : วิธีตรวจเช็คคือมองไล่ตั้งแต่การลำเลียงน้ำจากถังน้ำผ่านมอเตอร์ปั้มน้ำที่ ติดอยู่กับถังน้ำมองไล่ตั้งแต่สายยางที่ออกจากถังน้ำไปจนถึงหัวฉีดซึ่งถ้าพบ ว่ามีส่วนใดขาดหรือหลุดควรทำการซ่อมแซม<br />
&#8211;  หัวฉีดน้ำอุดตัน : อาจจะเกิดจากการที่มีฝุ่นละอองไปอุดตันหัวฉีดน้ำ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการนำเข็ม หรือเหล็กแหลมที่สามารถแทงผ่านรูฉีดน้ำได้มาแทงผ่านรูฉีดน้ำเพื่อดันสิ่งที่ อุตันอยู่ให้หลุดออก พร้อมกับการตั้งระดับให้หัวฉีดสามารถฉีดน้ำพอดีกับกระจกไม่ต่ำหรือสูงเกินไป ส่วนถ้าใช้เหล็กแหลมทิ่มก็แล้วยังไม่หลุดต้องใช้มาตรการสุดท้ายคือการนำหัว ฉีดทั้งหัวไปต้มในน้ำร้อนเพื่อละลายคราบที่อุดตัน<br />
&#8211;  มอเตอร์ที่ทำหน้าที่ปั้มน้ำจากถัง : ถ้าตรวจตั้งแต่รายการ 1-3 แล้วก็ยังฉีดน้ำล้างกระจกไม่ได้ โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีหัวฉีด 2 ตัว และไม่สามารถฉีดน้ำได้ทั้ง 2 ตัวคงต้องพุ่งเป้าไปที่‘มอเตอร์ที่ทำหน้าที่ปั๊มน้ำจากถัง’ส่วนสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ปั้มน้ำเสียนอกจากว่าจะหมดอายุการใช้ หรือเกิดจากการใช้งานที่ผิดอย่างเช่นระดับน้ำในถังน้ำต่ำหรือแห้งแต่ผู้ใช้ ยังคงพยายามฉีดน้ำทำให้มอเตอร์ร้อนจัดและเสียในที่สุด หรือการฉีดน้ำเป็นเวลานานเกินกว่า 20 วินาทีบ่อยๆ จะทำให้มอเตอร์ร้อนจัดและมีอายุสั้นลง</p>
<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำฉีดกระจก.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1589 aligncenter" title="น้ำฉีดกระจก" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำฉีดกระจก.jpg" alt="" width="384" height="294" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำฉีดกระจก.jpg 384w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำฉีดกระจก-150x114.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 384px) 100vw, 384px" /></a></p>
<p><strong><span style="font-size: medium;">2.6 น้ำกลั่นแบตเตอรี่</span></strong><br />
&#8211; ควรตรวจดูระดับน้ำกลั่น ก่อนทำการชาร์จทุกครั้ง ว่าแห้งไปหรือไม่ การตรวจเช็คสามารถดูได้จาก ลูกลอยระดับลูกลอยที่ลอยขึ้นมา จะต้องมองเห็นบาร์สีขาวเล็กน้อย ( ถ้าแถบบาร์สีขาวสูงเกินไปให้ดูดน้ำกลั้นออก เพราะนั้นอาจจะทำให้นำกลั่นล้นได้ ในขณะที่ทำการชาร์จ)หากไม่มีฝาลูกลอย ให้ใช้วิธีเปิดฝาจุกแล้วดูว่าน้ำกลั่นในเซลล์แบตเตอรี่มึระดับสูงกว่าแผ่น ธาตุภายในประมาณ 1 เซ็นติเมตร (วัดระดับด้วยสายตาก็ได้ ไม่ต้องใช้ไม้บรรทัดไปทาบนะค่ะ) ถ้าน้อยกว่าก็ให้เติมน้ำกลั่นลงไปให้อยู่ระดับที่ประมาณ 1 เซ็นติเมตร ห้ามเติมมากๆนะ เพราะเดี๋ยวน้ำกลั่นมันจำล้น เหมือนดังที่กล่าวข้างตัน<br />
&#8211; ไม่ควรเติมน้ำหรือสิ่งอื่นใดลงไปในแบตเตอรี่ นอกจากน้ำกลั่น<br />
&#8211; ในขณะที่ทำการชาร์จไม่ควรมีประกายไฟ ในบริเวณที่ทำการชาร์จ เพราะจะทำให้แก๊สที่เกิดขึ้นขณะชาร์จติดไฟได้ สถานที่ชาร์จจะต้องเป็นที่ร่ม สะอาด อากาศถ่ายเทได้สะดวก<br />
&#8211; หลังการทำการชาร์จเรียบร้อยแล้ว ควรพักแบตเตอรี่ให้ระดับความร้อนของแบตเตอรี่ลดลงประมาณ 1ชั่วโมง จึงนำแบตเตอรี่มาใช้งาน<br />
&#8211; ควรรักษาความสะอาดขั้ว บนฝา และรอบๆให้สะอาดและแห้งอยู่ตลอดเวลา ถ้าส่วนบนของแบตเตอรี่สกปรกให้ใช้ผ้าชุดน้ำแล้วเช็ดให้สะอาด จะให้น้ำล้างก็ได้ แต่ต้องระวังไม่ให้นำเข้าไปในตัวแบตเตอรี่ ( ควรทำความสะอาดให้แบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่</p>
<p><a href="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำกลั่นแบตเตอรี่.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1590 aligncenter" title="น้ำกลั่นแบตเตอรี่" src="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำกลั่นแบตเตอรี่.jpg" alt="" width="335" height="264" srcset="https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำกลั่นแบตเตอรี่.jpg 335w, https://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2012/07/น้ำกลั่นแบตเตอรี่-150x118.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 335px) 100vw, 335px" /></a></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก</p>
<p>www.srdriving.com</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.9carthai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
