หน้าหลัก » Advertorial MG MG GS TEST DRIVE รีวิวรถ » รีวิว MG GS Sport SUV ขับสนุกเร้าใจติด Turbo แรงสุด 218 แรงม้า

รีวิว MG GS Sport SUV ขับสนุกเร้าใจติด Turbo แรงสุด 218 แรงม้า

โพสโดย : DigitalNext | วันที่ : 13 May 2016
หมวดหมู่ : Advertorial, MG, MG GS, TEST DRIVE รีวิวรถ

รีวิว MG GS Sport SUV ขับสนุกเร้าใจติด Turbo แรงสุด 218 แรงม้า

รีวิว MG GS Sport SUV

MG GS เป็น Sport SUV ที่คนไทยน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้ว เพราะ MG ประเทศไทย โหมโฆษณาอย่างหนักในทุกสื่อ โดยเฉพาะโฆษณาในโทรทัศน์ที่มั่นใจว่าทุกคนต้องเคยเห็นผ่านตาจนคุ้นเคย  กับรถ SUV รูปทรงสปอร์ตสีส้ม ที่มาพร้อมนิยามใหม่ Follow no others ด้วยการออกแบบที่ไม่ตามใคร  เกาะกระแสความแรงและการเติบโตของตลาดรถยนต์ SUV ในไทยที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากขึ้นเรื่อย ๆ  ซึ่ง MG ตั้งใจว่าจะเป็นรถยนต์ Flagship ที่ประสบความสำเร็จและสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำในหลายประเทศทั่วโลกที่เข้าไปทำตลาดอยู่

DNN_0117

ล่าสุด บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะ New MG GS  ซึ่งมีกระแสตอบรับดีเยี่ยมจากงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา  ทีมงาน 9CarThai ก็ได้เข้าร่วมพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์เบนซิน TURBO 2.0 ลิตร พละกำลัง 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ตลอดเส้นทางรวม 650 กิโลเมตร สัมผัสประสบการณ์ในทุกสภาพถนน ตามสภาวะการใช้งานจริงเป็นเวลา 2 วันเต็ม ไม่มีการปิดถนนกั้นรถเพื่ออำนวยความสะดวก ติดไฟแดงจริง ฝ่ารถติดโดยไม่มีอภิสิทธิ์ใด ๆ เพื่อให้ได้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตามการใช้งานจริงของลูกค้า

03 NEW MG GS

ทำความรู้จักกับ MG GS เบื้องต้น
New MG GS ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Brit Dynamic เช่นเดียวกับรถ MG ทุกรุ่น โดยวิศวกร MG ตั้งใจให้โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัยเหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน  สำหรับคนที่ไม่ชอบอะไรที่ซ้ำซากจำเจน่าเบื่อ อยากเป็นผู้นำที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ก็น่าจะถูกใจดีไซน์และแนวคิดของ MG

02 NEW MG GS

กิจกรรมการทดสอบขับ เริ่มต้นการขับขี่จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่อำเภอกุยบุรีในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทาง 650 กิโลเมตร ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสกับสมรรถนะของเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร พละกำลัง 218 แรงม้า ที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่รอบต่ำ 2,500 – 4,000 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.2 วินาที  มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ TST – Twin Clutch Sportronic Transmission แบบ 6 สปีดที่ไม่เหมือนใคร

01 NEW MG GS

การขับขี่บนเส้นทางที่ครบครันทั้งทางตรงสลับทางโค้งแบบตัวเอส ทดสอบการยึดเกาะถนนและระบบกันสะเทือนของ MG GS แบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้า และอิสระมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลงที่ด้านหลัง สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ในการทดสอบนี้

MG GS มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ทำงานประสานกัน ได้แก่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบควบคุมการทรงตัว (SCS – Stability Control System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS – Traction Control System) และระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC – Curve Brake Control)

04 NEW MG GS

นอกจากนี้ยังมีระบบการป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน (ABS – Anti-lock Braking System) พร้อมระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD – Electronic Brake Force Distribution) ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (AVH – Auto Vehicle Hold) ระบบทำความสะอาดจานเบรกอัจฉริยะ (BDC – Intelligent Brake Disc Cleaning) ระบบเพิ่มแรงดันไฮดรอลิคเบรกให้เหมาะสม (OHBV – Optimized Hydraulic Brake Servo) ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน (MSR – Motor Control Slide Retainer) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBA – Electronic Brake Assist System) ตลอดจนระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS – Hill-Start Assist) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (TPMS – Tire Pressure Monitor System) และระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB – Electronic Parking Brake) ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้ระบบหนึ่งเดียวคือ Synchronized Protection System  ในส่วนของโครงสร้างตัวถังนิรภัย แข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยี FSF – Full Space Frame ป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกที่นั่งด้วยถุงลมคู่หน้าและด้านข้าง

SONY DSC

ความสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์ที่ครบครัน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบการควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือ Cruise Control มีกุญแจอัจฉริยะ สตาร์ทรถแบบ Push Start ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ ตลอดจนเทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะ inkaNet ที่มีฟังก์ชั่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ การโทรออก-รับสาย การรับ-ส่งข้อความ หรือ แม้กระทั่งการแชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านหน้าจอวิทยุ ตลอดจนระบบการนำทางรถยนต์แสดงผลผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้วและระบบเครื่องเสียงลำโพง 8 ตัวรองรับมัลติมีเดียและการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อม USB และ AUX

DNN_0063

โดดเด่นสะดุดตาด้วยฝีมือการดีไซน์ของศูนย์การออกแบบ ยูเค เทคนิคคัล เซนเตอร์ (UK Technical Centre) ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวทุกมุมมองสะท้อนเอกลักษณ์แบบไม่ตามใคร (Follow No Others) กับคอนเซปต์การออกแบบ Diamond Flow Design เพื่อเน้นความสปอร์ตและปราดเปรียว สำหรับการออกแบบและตกแต่งภายในห้องโดยสารดีไซน์เน้นความสปอร์ต ทันสมัย วัสดุหนังระดับพรีเมี่ยมสีดำสะท้อนภาพลักษณ์ความดุดัน

MG GS มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.0TD 2WD ราคา 1,210,000 บาท และ 2.0TX AWD ราคา 1,310,000 บาท

DNN_0259

ความแตกต่างระหว่างรุ่น 2.0TD 2WD กับ 2.0TX AWD

แน่นอนว่า ต้องมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า ราคาเพิ่มขึ้น 100,000 บาทถ้วนในรุ่น AWD  จะได้อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้างนอกจากระบบขับเคลื่อน AWD ที่พร้อมลุยทุกเส้นทางได้มากกว่ารุ่น 2WD  ซึ่งขอสรุปได้ดังนี้

  • เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง แทนคันโยก
  • ไฟหน้า อัพเกรดจาก Halogen เป็นแบบ HID
  • มีที่ฉีดน้ำล้างโคมไฟหน้าเพิ่มมาให้
  • มีราวหลังคาสีเงินติดตั้งเพิ่มให้ ทำให้หลังคารถมีความสูงขึ้น 24 mm.
  • มีซันรูฟแบบปรับไฟฟ้า ที่ให้อิสระ เปิดมากน้อยแค่ไหนก็ได้
  • มี Paddle Shift ที่พวงมาลัย
  • ที่บังแดดตอนหน้า มีกระจกเงาพร้อมไฟส่องสว่าง
  • น้ำหนักรถเพิ่มขึ้น 100 กิโลกรัม จากระบบและอุปกรณ์ที่มีให้มากกว่ารุ่น 2WD

ถือว่าคุ้มค่าน่าสนใจกับราคาที่เพิ่มขึ้น 100,000 บาท มีหลายสิ่งเพิ่มเติมเข้ามา เพิ่มประสิทธิภาพ ความสวยงาม และความสะดวกสบาย  ถ้าคุณชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติ รับรองว่าจะได้ใช้ระบบ AWD แน่นอน  หากคิดว่าไม่จำเป็น เพราะส่วนใหญ่ใช้งานในเมือง แค่ 2WD ก็เพียงพอแล้ว ไม่สนใจความสวยงามหรือความสะดวกสบาย ก็เลือกรุ่น 2WD ก็ได้

การออกแบบภายนอกของรุ่น 2.0TX AWD

  • ออกแบบด้วยแนวคิด Brit Dynamic และ Diamond Flow Design
  • โคมไฟหน้า HID Projector ส่องสว่างกว้างไกล พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันหรือ Daytime Running Lights
  • ไฟท้าย LED
  • ไฟเบรกดวงที่สาม
  • มือจับเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ
  • ซันรูฟแบบปรับไฟฟ้า
  • ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหลัง
  • ระบบหัวฉีดน้ำล้างไฟหน้า
  • ระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

การออกแบบภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

  • การออกแบบเน้นความทันสมัยด้วยเส้นสายที่เฉียบคม กว้างขวาง รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ
  • ตกแต่งด้วยวัสดุหนังพรีเมียมสีดำให้ความสปอร์ตดุดัน
  • เบาะพับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ
  • เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า
  • หน้าจอมัลติฟังก์ชั่นขนาดใหญ่ 8 นิ้ว
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • กุญแจอัจฉริยะ และการสตาร์ทรถแบบ Push Start
  • ระบบเชื่อมต่อและการสื่อสารอินคาเน็ต พร้อมระบบนำทางเนวิเกชั่น
  • ระบบเครื่องเสียงเพื่อความบันเทิงพร้อมลำโพง 8 ตัว รองรับมัลติมีเดีย และการเชื่อมต่อ Bluetooth, USB, Aux

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

เครื่องยนต์

  • เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ไดเรคอินเจคชั่น
  • พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้าที่ 5,300 รอบต่อนาที
  • แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 2,500 – 4,000 รอบต่อนาที
  • ขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ TST – Twin Clutch Sportronic Transmission แบบ 6 สปีด
  • รองรับเชื้อเพลิง E85

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

ระบบบังคับเลี้ยว ระบบกันสะเทือน และความปลอดภัย

  • ระบบพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า พร้อม Paddle Shift
  • ช่วงล่างด้านหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ช่วงล่างด้านหลัง อิสระมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อม Ceramic Compound Brake Pads

SONY DSC

โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) พร้อมถุงลม 4 จุด คู่หน้าและด้านข้าง มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM 13 ฟังก์ชั่นที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

  1. ABS – Anti-lock Braking System ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน
  2. EBD – Electronic Brake Force Distribution System ระบบช่วยกระจายแรงเบรก
  3. TCS – Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
  4. CBC – Curve Brake Control ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง
  5. SCS – Stability Control System ระบบควบคุมการทรงตัว
  6. AVH – Auto Vehicle Hold ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง
  7. BDC – Intelligent Brake Disc Cleaning ระบบทำความสะอาดจานเบรกอัจฉริยะ
  8. OHBV – Optimized Hydraulic Brake Servo ระบบเพิ่มแรงดันไฮดรอลิคเบรกให้เหมาะสม
  9. MSR – Motor Control Slide Retainer ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน
  10. EBA – Electronic Brake Assist ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์
  11. HAS – Hill-Start Assist System ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
  12. TPMS – Tire Pressure Monitor System ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง
  13. EPB – Electronic Parking Brake ระบบเบรกมือไฟฟ้า

ซึ่งชื่อย่อของทุกระบบนี้ ผู้ใช้งานรถ MG GS จะต้องทราบและทำความเข้าใจเป็นอย่างดี เพื่อใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนในรถ

 

inkaNet ควบคุมได้…ทุกที่ทุกเวลา

อินคาเน็ต  inkaNet ไม่ได้เป็นแค่แอปพลิเคชัน แต่เป็นระบบที่ใช้สื่อสารระหว่างรถยนต์ MG GS กับผู้ขับขี่ โดยเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย ที่ให้ความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรถ การจราจร เส้นทาง ระบบนำทางที่สามารถกำหนดเพิ่มเติมสถานที่ที่สนใจของผู้ขับขี่ได้ด้วยตัวเอง  โดยผู้ใช้สามารถใช้งานและสั่งการได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนและหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อความสะดวก ปลอดภัย และวางใจได้ในการขับขี่ในทุกการเดินทาง

ระบบอินคาเน็ต inkaNet ของรถยนต์ MG GS มีการติดตั้งกล่องควบคุมที่เรียกว่า T-Box และเป็นตัวกลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างรถยนต์กับผู้ขับขี่ โดยผู้ใช้สามารถใช้งานระบบอินคาเน็ต inkaNet ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

  1. แอพพลิเคชั่น inkaNet บนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
  2. เว็บไซต์ mgcars.com ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
  3. MG Call Centre 1-800-999-988, 1-401-999-988 กด 3

ทั้งนี้ อินคาเน็ต  มีฟังก์ชั่นเด่นที่ให้บริการข้อมูลรถยนต์และความปลอดภัยของรถยนต์ MG GS ได้แก่

  1. ระบบนำทางรถยนต์ ให้ข้อมูลระบบนำทางผ่าน Google Maps และผู้ใช้สามารถเช็คตำแหน่งรถยนต์ได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังสามารถติดตามตำแหน่งรถยนต์ผ่าน Call Centre ได้แบบ Real time
  2. แจ้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถ

2.1 แจ้งพฤติกรรมการขับขี่ พร้อมแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถ โดยเปรียบเทียบเป็นค่าเฉลี่ย ทั้งแบบราย สัปดาห์และรายเดือน

2.2 เปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถเอ็มจีของคุณกับรถเอ็มจีของคนอื่น เพื่อช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถและประหยัดน้ำมันมากขึ้น

  1. ระบบเลขาฯ ส่วนตัว ติดต่อ MG Call Centre เพียงปลายนิ้วสัมผัส เพื่อสอบถามข้อมูลและขอรับคำแนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้นต่างๆ รวมไปถึงการอำนวยความสะดวก โดยการส่งเส้นทางการเดินทาง (Point of Interest) มายังหน้าจอวิทยุรถยนต์โดยไม่ต้องค้นหาเองให้เสียเวลา
  2. ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยกำหนดขอบเขตรัศมีการขับรถยนต์ สามารถกำหนดไว้ตั้งแต่ 500 เมตร ไปถึง 10 กิโลเมตร จากศูนย์กลาง ในกรณีรถออกนอกรัศมีขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน Push notification และส่งเอส เอ็ม เอส อีกด้วย
  3. วางแผนการเดินทาง สามารถส่งแผนการเดินทางจากคอมพิวเตอร์ไปยังหน้าจอวิทยุรถยนต์
  4. การตรวจวิเคราะห์รถยนต์ เตือนความผิดปกติของรถยนต์ต่างๆ ทาง Push Notification

6.1 เช็คสถานะการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบเบรก ระบบถุงลมเบื้องต้นได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น

6.2 ติดต่อ MG Call Centre เพื่อให้ช่วยตรวจสอบความผิดปกติของรถยนต์ และขอรับคำแนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันที

  1. การตรวจสอบสถานะรถยนต์ โดยแจ้งให้ผู้ขับขี่ทราบสถานะปัจจุบันของรถยนต์ว่าปิดอยู่หรือไม่ แจ้งระดับแบตเตอรี่ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและอุณหภูมิอากาศภายนอก
  2. การควบคุมการทำงานของรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ ด้วยการสั่งล็อค/ปลดล็อครถระยะไกลผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน หรือ MG Call Centre หรือจะเป็นการค้นหารถยนต์ด้วยฟังชั่น Find My Car ระบบจะสั่งให้รถเปิดไฟหน้า ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหารถในที่มืดได้ง่ายขึ้น
  3. การเตือนความผิดปกติของรถยนต์ โดยระบบจะแจ้งเตือนความผิดปกติผ่านทาง Push notification บนแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน เมื่อรถมีการเคลื่อนที่ผิดปกติ หรือรถมีการสตาร์ทเครื่องยนต์
  4. การโทรออกและรับสายผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยสามารถรับสายและโทรออก จากหน้าจอวิทยุรถยนต์ไปยังโทรศัพท์เครื่องอื่นได้ แม้มีไม่โทรศัพท์มือถืออยู่บนรถ หรือลืมพกโทรศัพท์มือถือ
  5. การรับและส่งข้อความผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์ แม้ไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่บนรถ
  6. แชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ผ่านสัญญาณ WI-FI จากหน้าจอวิทยุรถยนต์ โดยวิทยุรถยนต์จะทำหน้าที่เสมือน WI-FI Router ให้เชื่อมต่อกับโลกได้ทุกที่ทุกเวลา

ตัวอย่างหน้าจอแสดงผลการทำงานของ inkaNet, เครื่องเสียง, เครื่องปรับอากาศ

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

ประสบการณ์จากการทดสอบขับ

DNN_0182

ตลอดเส้นทางที่มีระยะทางรวม 650 กิโลเมตร  มีการสลับขับทั้งรุ่น 2WD และ AWD เพื่อให้ได้ประสบการณ์และเปรียบเทียบความรู้สึกในการขับขี่  แม้ว่าเป็นการทดสอบขับบนสภาพถนนหลายแบบ ทั้งถนนผิวเรียบ ทางขรุขระ และถนนลูกรัง  แต่ไม่มีเส้นทางลาดชันสุดโหดที่ต้องป่ายปีนแบบ Off Road ที่ต้องใช้ระบบ AWD กับระบบอื่นมาช่วยในการทรงตัวและลุยผ่านไปให้ได้  แต่จุดหลัก ๆ ที่รู้สึกได้คือ วิศวกรตั้งค่าระบบช่วงล่างมาแตกต่างกัน

DNN_0265

ผู้บริหาร MG ประเทศไทย แจ้งว่าระบบช่วงล่างในรุ่น AWD ถูกปรับแต่งมาเป็นพิเศษให้รองรับการลุยในทุกเส้นทางได้ดี  เมื่อขับบนถนน On Road จะรู้สึกว่ามีความสะเทือนเข้ามาในห้องโดยสารมากกว่ารุ่น 2WD  ไม่ว่าจะนั่งในตำแหน่งใด ก็รู้สึกว่าช่วงล่างแข็งกระด้างไปนิด ถ่ายทอดความขรุขระของพื้นถนนมาเป็นแรงสะเทือนเยอะกว่า  แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเติมลมยางด้วยเช่นกัน

DNN_0283

เสียดายที่ไม่ได้ทดสอบอัตราเร่ง 0-100 km. ว่าทำได้ตามสเปคที่ระบุว่า 8.2 วินาทีจริงหรือไม่ เนื่องจากสภาพถนนไม่เอื้ออำนวย  แต่การทดสอบขณะออกตัวเป็นคันแรกจากสี่แยกทันทีที่ปล่อยไฟเขียว  เหยียบคันเร่งสุด รีดกำลังจากเครื่องยนต์เทอร์โบออกมาเต็มที่  ก็รู้สึกได้ทันทีว่าแรงมาก รถพุ่งออกตัวอย่างรวดเร็วดีมาก ทั้งนี้เป็นการใช้โหมดสปอร์ต ลากรอบได้มากกว่าโหมดขับขี่ปกติ  ซึ่งก็คาดว่าน่าจะทำได้ใกล้เคียงกับที่ระบุในสเปค เมื่อจับเวลาคร่าว ๆ ด้วยนาฬิกา

DNN_0406

เมื่อปรับเกียร์ไปที่โหมดสปอร์ต ชุดไฟที่แผงหน้าปัดจะเปลี่ยนเป็นสีแดง สมรรถนะจะแรงขึ้นด้วยเทอร์โบในระดับหนึ่ง แม้ว่าไม่ได้ใช้โหมดสปอร์ต ก็รู้สึกได้ว่าเครื่องยนต์มีกำลังและแรงบิดที่สูงมากอยู่แล้ว  ดูเหมือนโหมดสปอร์ตจะช่วยในการลากรอบให้ยาวขึ้นก่อนเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้น  เพราะฉะนั้น ถ้าชอบความแรงแบบติดเทอร์โบ  MG GS น่าจะตอบโจทย์การขับขี่แบบสปอร์ตได้พอสมควร โดยเฉพาะการออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง จะเห็นประสิทธิภาพได้ชัดเจน

SONY DSC

ตลอดเส้นทาง จะใช้ความเร็วในช่วง 115 – 130 km/h  มีเร่งแซงเป็นระยะตามสภาพจราจรที่มีรถบรรทุกเป็นจำนวนมากตลอดทาง  รวมทั้งนิสัยที่ไม่ชอบขับช้าตามหลังใครคล้ายกับนิยามของรถรุ่นนี้  จึงมีโอกาสได้ใช้โหมดสปอร์ตในการเร่งแซง  เมื่อตบเกียร์มายังโหมดสปอร์ตแล้วใช้ Paddle Shift หรือ Shift เกียร์ขึ้นลงแบบ Manual ตามต้องการ  รอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้นมาพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ได้ยินดังขึ้น  การลดเกียร์ลงมาอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่งเพื่อเร่งแซง หรือใช้ Paddle Shift ก็ตาม  สังเกตได้ว่าระบบจะหน่วงไว้เป็นเวลาประมาณ 2 วินาทีทุกครั้ง  จุดนี้อาจจะไม่ทันใจหรือไม่ถูกใจขาซิ่งเท่าไรนัก  แต่โดยรวมก็ถือว่า MG GS เป็นรถยนต์ที่ขับทางไกลได้สนุก ให้พลกำลังได้เยอะมาก

DNN_0352

การทรงตัวในขณะเข้าโค้ง การเบรกกระทันหัน น้ำหนักของพวงมาลัย ถือว่าทำได้ดีพอสมควรตามเกณฑ์มาตรฐาน  ให้ความมั่นใจในการขับขี่ได้ดี ขับได้ง่ายทั้งชายและหญิง เบาะคู่หน้าสูงมาก ให้มุมมองและทัศนวิสัยดี แต่ก้าวลงจากรถได้ลำบาก เพราะขอบประตูยื่นออกไปค่อนข้างมาก อาจทำให้กางเกงขายาวที่สวมใส่อยู่เปื้อนได้ ไม่มีบันไดให้เหยียบก้าวลง

จากการทดสอบขับทางไกลในแบบประหยัด วิ่งด้วยความเร็วคงที่ 80 km/h วัดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้ 11.4 km/l  เมื่อขับในโหมดสปอร์ต เน้นทำความเร็ว แซงตลอดทาง ทำความเร็วในช่วง 110 – 140 km/h  วัดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้ 9.0 km/l  ส่วนการขับในเมือง วัดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้ 7 km/l ตามที่ระบบคำนวณออกมาให้เห็นบนหน้าจอ  ถือว่ากินน้ำมันมากกว่าคู่แข่ง แต่แลกมากับการขับขี่ที่สนุก ให้อารมณ์สปอร์ตด้วยพลกำลังจากเทอร์โบ

ห้องโดยสารตอนหลังกว้างมาก นั่งไขว่ห้างได้ ปรับเอนนอนเพิ่มได้อีก 14 องศา หลับสบาย ผ่อนคลายได้ดี  แต่เสียงของยางที่สัมผัสพื้นถนน ดังเข้ามาในห้องโดยสารตอนหลังแบบชัดเจนมาก ทั้งที่ยางที่ติดมากับรถ ก็เป็นรุ่นและแบรนด์ที่มีคุณภาพดี

เมื่อขับด้วยความเร็วที่สูงกว่า 120 km/h ผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้าจะเริ่มได้ยินเสียงลมปะทะ แต่เบามาก ถ้าไม่ตั้งใจจับผิดก็คงไม่ได้ยินแบบชัดเจนนัก  แต่เสียงที่ได้ยินชัดมากก็คือเสียงยางสัมผัสพื้นถนนกับเสียงรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้นถึง 4000 – 5500 rpm เมื่อเร่งแซง

สิ่งที่ประทับใจ

  • ดีไซน์สวย สปอร์ตตามสไตล์สายพันธุ์อังกฤษ ฉีกแนวเดิม ๆ ของรถญี่ปุ่นที่เห็นเกลื่อนถนน
  • มีระบบ inkaNet ช่วยเช็คสถานะรถจากระยะไกลได้ผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน
  • ห้องโดยสารกว้าง สบาย เบาะสูง มุมมองดี เห็นได้กว้างไกล
  • เครื่องปรับอากาศ เย็นฉ่ำสู้อากาศร้อนประเทศไทยได้ดี
  • โครงสร้างตัวถัง แข็งแรงกว่าคู่แข่ง
  • เบาะคู่หน้ามีขนาดใหญ่โอบรัดสรีระได้ดี
  • MG แจ้งว่าค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ค่อนข้างต่ำ
  • คุณภาพเสียงจากชุดเครื่องเสียง ให้มิติเสียงที่ดี

ข้อสังเกต

  • ปุ่มสั่งงานจอภาพบนแผงหน้าปัด ใช้งานยากและเมนูซับซ้อน
  • ปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศกับเครื่องเสียง ควรแยกอิสระให้ห่างกันอีกนิด ลดวามสับสน
  • ก้านไฟเลี้ยว อยู่ทางซ้ายมือตามสไตล์รถยุโรป ต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อยก็จะชิน
  • หน้าจอขนาดเล็กแสดงข้อมูลบนแผงหน้าปัด ดูคับแคบอึดอัด อ่านยาก
  • เบาะหลัง สั้นไปหน่อย ไม่รองน่อง เหยียดขาได้ไม่สะดวกนัก
  • ช่วงล่างและระบบกันสะเทือน แข็งกระด้างเกินไป
  • กล่อง inkaNet ในรุ่นนี้ จับสัญญาณได้เฉพาะ TrueMove H 3G เท่านั้น ไม่รองรับ 4G LTE

Sales ประจำเว็บนะครับ

Chevrolet 088-686-4291 K.หรั่ง *ราชเทวี

Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2

Honda 089-7899077 K.เบลล์ *ดาวคะนอง ฝั่งธน Line ID : 0897899077

Hyundai 092-697-1499 K.กอล์ฟ * บางนา Line : sodagolf

ISUZU 087-332-1320 K.อาม *เพชรเกษม

Mazda 085-902-4197 K.ต้อย ID Line : mr.wera หรือ K.นนท์ 086-338-6274 ID Line : nonthanat สาขานารา รังสิต

MG 081-354-5272 K.ชัยสิทธิ์ สาขานราธิวาส สาทร Line : juiceoat

Mitsubishi 086-366-7970 K.เอก เลียบทางด่วนรามอินทรา

Nissan 086-0364350 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่

Suzuki 089-508-9575 K.เม่า *จอมทอง Line : datedoctor

Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *ลาดพร้าว หรือ 086-8717365 K.โบว์ *ลาดพร้าว

 

* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ

** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ

*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

About DigitalNext DigitalNext : Blogger ที่มีความรู้และความสนใจในด้านเทคโนโลยียานยนต์ อุปกรณ์ดิจิตอล-ไอที เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สื่อสาร อยู่ในแวดวงเหล่านี้มากว่า 15 ปี ร่วมเป็น Content Writer ให้กับเว็บไซต์ 9CarThai.com ตั้งแต่ปี 2556

แสดงความคิดเห็น