หน้าหลัก » MG MG GS TEST DRIVE รีวิวรถ » รีวิว MG GS 1.5 X เทอร์โบ SUV ที่ใช้งานได้ครอบคลุม ตอบโจทย์กว่า 2.0 เทอร์โบ แถมราคาเบากว่า

รีวิว MG GS 1.5 X เทอร์โบ SUV ที่ใช้งานได้ครอบคลุม ตอบโจทย์กว่า 2.0 เทอร์โบ แถมราคาเบากว่า

โพสโดย : pon | วันที่ : 7 March 2017
หมวดหมู่ : MG, MG GS, TEST DRIVE รีวิวรถ

รีวิว MG GS 1.5 X เทอร์โบ SUV ที่ใช้งานได้ครอบคลุม ตอบโจทย์กว่า 2.0 เทอร์โบ แถมราคาเบากว่า

MG-GS-1500-Official-Photos_36

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทาง MG Sales ประเทศไทย ได้จัดทริปทดสอบ MG GS 1.5 เทอร์โบ ใหม่กับบรรดาสื่อมวลชนได้สัมผัส บนเส้นทางกรุงเทพฯ – ชัยภูมิ – อุดรธานี รวมระยะทางรวมกว่า 600 กม. และ 9carthai ของเราก็ได้รับเกียรติในการเข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

MG-GS-1500-Trip_12

โดยในทริปนี้รถที่สื่อมวลชนจะได้ทดสอบกัน คือ MG GS 1.5 X สีขาว ราคา 9.9 แสนบาท

MG GS 1.5 X ถือเป็นรุ่นท๊อปไลน์ โดยรูปลักษณ์การดีไซน์ ยังคงความโฉบเฉี่ยวด้วย Diamond Flow Design

MG-GS-1500-X-Group-Test_20

ล้ออัลลอย ลาย Diamond Cut สวมยางไซส์ 215/60/R17

MG-GS-1500-X-Group-Test_24

ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ ซึ่งจะใช้หลอดฮาโลเจน แทน HID ในรุ่น 2.0 แต่ยังคงมาพร้อมไฟ DRL ในตัว พร้อมระบบฉีดล้างไฟหน้า

MG-GS-1500-X-Group-Test_23

ด้านท้ายมีที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ถอยหลังมาให้ 4 จุด

MG-GS-1500-X-Group-Test_22

ไฟท้ายยังคงเป็น LED

MG-GS-1500-X-Group-Test_32

ในรุ่น X นี้มาพร้อม Roof Rail และ หลังคา Sun Roof

MG-GS-1500-X-Group-Test_34

ด้านมิติตัวรถนั้น MG GS 1.5 เทอร์โบ มีน้ำหนัก 1,460 กก. ซึ่งเบากว่ารุ่น 2.0 X ถึง 182 กก.
ความสูงเตี้ยลง 10 มม. เหลือ 1,689 มม.
นอกจากนี้ระยะ Ground Clearance นั้นเตี้ยลงเหลือ 174 มม.
ขณะที่มิติด้านอื่นๆ นั้นยังคงเช่นเดิมเท่ากับรุ่น 2.0

MG-GS-1500-X-Group-Test_02

ห้องโดยสารภายใน เมื่อเปิดประตูด้วยระบบ Keyless จะดูเหมือนกับ 2.0 แทบทั้งหมดต่างกันที่ ตกแต่งด้วยวัสดุหุ้มเบาะหนังสังเคราะห์ (ในรุ่น 2.0 จะเป็นหนังแท้ปนสังเคราะห์) รวมไปถึงเบาะนั่งปรับไฟฟ้า จะปรับได้เฉพาะฝั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง (รุ่น 2.0 เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง)

MG-GS-1500-X-Group-Test_13

ขณะที่รายละเอียดอื่นๆ เหมือนเดิมแทบทั้งหมด แผงคอนโซลสีดำ Piano Black มีหน้าจอความบันเทิงแบบ Touch Screen ขนาด 8” ถ่ายทอดกำลังเสียงผ่านลำโพง 8 ตัว พร้อมระบบนำทาง เทคโนโลยีที่ MG ชูเป็นไฮไลท์ คือ ระบบเชื่อมต่อ InkaNet ที่จะแสดงข้อมูลต่างๆ อย่างอัจฉริยะ

MG-GS-1500-X-Group-Test_01

พวงมาลัยหุ้มหนัง ดีไซน์ของ MG ปรับได้ 4 ระดับ ติดตั้งสวิทช์ซ้ายเป็นชุดควบคุมเครื่องเสียง ด้านขวาเว้นว่างไว้ มีก้าน Cruise Control อยู่ทางด้านซ้ายล่าง หลังพวงมาลัยในสไตล์รถยุโรป และมีก้าน Paddle Shift ให้เปลี่ยนเกียร์ด้วย

MG-GS-1500-Official-Photos_14

มองต่ำลงมาใต้คันเกียร์ จะพบปุ่มเบรกมือไฟฟ้า + ปุ่มปิด Auto Vehicle Hold และ ปุ่มปิด TCS

MG-GS-1500-Official-Photos_34

ด้านเบาะหลังปรับเอนได้ 14 องศา เพิ่มความสบายในการนั่งพิง พร้อมที่วางแขน + ที่วางแก้วน้ำตรงกลาง และสามารถพับได้ 60:40 ช่วยทำให้ใส่ของได้เยอะขึ้น

MG-GS-1500-X-Group-Test_08

ผู้เขียนได้มีโอกาสนั่งที่เบาะหลังมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ MG GS ถือเป็น SUV ที่นั่งได้สบายมากคันหนึ่ง พื้นที่ Leg Room เหลือๆ ผู้โดยสารตัวใหญ่นั่งได้ไม่อึดอัด เบาะเอนได้ทำให้ผ่อนคลาย แต่ตัวเบาะหลังที่ดูแบนราบ อาจทำให้นั่งได้ไม่กระชับลำตัวเวลารถเข้าโค้ง จุดที่แอบไม่ชอบคือ แอร์ตอนหลังที่จะไม่สามารถปรับกำลังลมให้แรงขึ้นได้นั้นทำให้ต้องไปเร่งแอร์ตอนหน้า หรือลดอุณหภูมิลง ซึ่งทำให้ด้านหน้าเย็นไป

ด้านหลังเบาะด้านหน้ามีช่องใส่เก็บของทั้ง 2 ฝั่ง

MG-GS-1500-Official-Photos_07

ไฮไลท์ของรถคันนี้ คือ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ TGI-TECH ระบบหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น รองรับน้ำมัน E85 พละกำลังสูงสุด 167 แรงม้า@5,600rpm แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร@1,700–4,400rpm ส่งกำลังด้วยเกียร์ Twin Clutch 7 SPEED

MG-GS-1500-X-Group-Test_15

หากเพื่อนๆ อยากจะ Shift เกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift นั้น จะต้องดึงคันเกียร์ลงมาที่ตำแหน่ง S เสียก่อน ไม่สามารถกดแป้นเพื่อเปลี่ยนได้ในทันที

MG-GS-1500-Trip_10

การใช้งานนั้น การออกตัวดูดีกว่า 2.0 เทอร์โบ มีแรงบิดมาให้ใช้ในทันทีที่รอบต่ำ ไม่ต้องรอรอบ ออกตัวดูกระฉับกระเฉงดีกว่า 2.0 ขณะที่ แต่เมื่อต้องใช้งานเพื่อเร่งแซงรถในเลนสวนนั้น ถือว่าทำได้ดี ทอร์คมาค่อนข้างไว แต่พบว่าในบางจังหวะนั้น คันเร่งไฟฟ้า กับการทำงานของเกียร์ดูจะไม่ค่อยทันใจเท่าใดนัก การตอบสนองคันเร่งไฟฟ้ายังคงดู มีช่วง Lag เล็กน้อย รวมไปถึงจังหวะที่ต้อง Shift เกียร์ นั้นต้องรอเกียร์ตอบสนองจังหวะหนึ่ง

MG-GS-1500-Trip_04

ขณะที่ความเร็วปลายนั้น ขณะที่ผู้เขียนนั่งอยู่ แอบเห็นเพื่อนนักข่าวทำความเร็วกันไปถึงระดับ 180 กม./ชม. + โดยไม่ยากเย็นนัก

MG-GS-1500-Trip_07

สมรรถนะดูดีกว่ารถ SUV ระดับ 2.0 ลิตร อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งดูจะมีสมรรถนะอยู่ในระดับไล่ๆ กับรถ SUV 2.4

MG-GS-1500-Trip_16

ด้านอัตราสิ้นเปลืองนั้น ในช่วงที่ Test Eco Run ค่าเฉลี่ยของรถในทริปโดยส่วนใหญ่ จะทำได้ราว 17 กม./ลิตร+ (E20) จากการเติมน้ำมันเข้าเต็มถัง และจดตัวเลขทริป เพื่อหารหาตัวเลข ขณะที่การใช้งานจริงในการขับขี่แบบเค้นสมรรถนะ บนทางขึ้นเขา และเร่งแซงจะเฉลี่ยอยู่ที่ 10 กม./ลิตร

MG-GS-1500-Official-Photos_13

ในด้านการของควบคุมตัวรถ ระบบบังคับเลี้ยวพวงมาลัยไฟฟ้า EPS รัศมีวงเลี้ยว 6 ม. ให้ความรู้สึกที่ดูใกล้เคียงกับพวงมาลัยไฮโดรลิก คือ ช่วงสาวพวงมาลัยออกตัวน้ำหนักจะเบาผ่อนคลายดี เมื่อควบคุมในขณะที่เคลื่อนตัว พวงมาลัยเริ่มหนืดมือขึ้น

MG-GS-1500-Trip_08

แต่ทว่าที่แปลก คือ ปกติพวงมาลัยไฟฟ้า เมื่อความเร็วยิ่งสูงพวงมาลัยจะหนักตึงมือขึ้นเรื่อยๆ แต่ GS 1.5 นี้ พบว่าที่ความเร็วสูงๆ พวงมาลัยจะให้ฟีลลิ่งแบบ ไฮโดรลิก คือ มีระยะฟรีเล็กน้อย และไม่หนักแน่นตึงมือในแบบไฟฟ้านัก ซึ่งข้อดีมันคือ เวลาควบคุมรถขณะเข้าโค้งดูจะตอบสนองได้ดี แต่ทว่าการขับด้วยความเร็วสูงๆ บนทางตรงจำเป็นต้องประคองมือให้ดี

MG-GS-1500-Official-Photos_37

MG ยังคงมีจุดเด่นที่ระบบกันสะเทือนช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ที่แข็งแรงแน่นเฟิร์มตามแบบฉบับ Brit Dynamic ขับที่ความเร็วสูงไม่มีปัญหาให้กังวล เข้าโค้งก็หนึบในระดับที่ SUV ยกสูงพึงทำได้ดี

MG-GS-1500-Official-Photos_52

ทาง MG เคลมว่าช่วงล่างเหมือนตัว 2.0 แต่เซ็ทให้นุ่มนวลขึ้น ผู้เขียนพบว่า โดยรวมแล้วไม่ต่างกันมากนัก ด้วยอาการช่วงล่างที่แน่น เมื่อขับผ่านทางที่ขรุขระ ก็อาจจะมีสะเทือนกันบ้างเมื่อนั่งที่เบาะตอนหลัง

MG-GS-1500-Official-Photos_53

สำหรับเทคโนโลยีความปลอดภัย 13 เทคโนโลยีมาตรฐานยุโรป ได้แก่ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS TRACTION CONTROL SYSTEM) ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CURVE BRAKE CONTROL) ระบบควบคุมการทรงตัว (SCS STABILITY CONTROL SYSTEM) และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน (MSR MOTOR CONTROL SLIDE RETAINER) เป็นต้น

MG-GS-1500-Official-Photos_01

สรุป
MG GS 1.5 เทอร์โบ ถือเป็นรถ SUV คันใหม่ ที่แม้ว่าจะดู Downsized เครื่องยนต์จาก 2.0 เทอร์โบ และตัดระบบขับเคลื่อน AWD ไป (ในรุ่น X) แต่มันกลับใช้งานได้ตอบโจทย์ครอบคลุมมากกว่า ขณะที่ออปชั่นอื่นๆ ยังให้มาอย่างครบถ้วน ทั้งความสบายภายใน รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยที่อัดแน่น ซึ่งทำราคาได้ดีกว่าเดิม รวมไปถึงทำราคาได้ถูกกว่าบรรดาคู่แข่งค่ายอื่นๆ ในราคาค่าตัวไม่ถึง 1 ล้านบาท เรียกได้ว่า GS 1.5 เทอร์โบนี้ จะมาแย่งส่วนแบ่งของ GS 2.0 ไปได้เยอะแน่นอน หากคนไม่ต้องการรถขับเคลื่อน AWD ที่จะต้องจับรุ่น 2.0 X เท่านั้น

MG-GS-1500-Trip_09

จุดเด่น
– เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ ที่มอบแรงบิดตั้งแต่รอบต่ำ แถมรองรับน้ำมัน E85
– ภายในห้องโดยสารนั่งสบาย
– ช่วงล่าง Brit Dynamic ที่แน่นเฟิร์ม

MG-GS-1500-Trip_05

ข้อสังเกต
– พวงมาลัยไฟฟ้า ให้ความรู้สึกใกล้เคียงพวงมาลัยไฮโดรลิก
– การตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้า และเกียร์ที่จะดูช้าไปจังหวะหนึ่ง

MG-GS-1500-Trip_02

MG GS 1.5 เทอร์โบ มีราคาเริ่มต้นที่ 890,000 บาท ในรุ่น 1.5 D และ 990,000 บาท ในรุ่น 1.5 X

MG-GS-1500-Trip_01

ขอขอบคุณ MG Sales ประเทศไทย สำหรับทริปทดสอบ MG GS 1.5 เทอร์โบ ในครั้งนี้
ภณ เพียรทนงกิจ Test Drive 9carthai

Sales ประจำเว็บนะครับ

Chevrolet 088-686-4291 K.หรั่ง *ราชเทวี

Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2

Honda 089-7899077 K.เบลล์ *ดาวคะนอง ฝั่งธน Line ID : 0897899077

Hyundai 092-697-1499 K.กอล์ฟ * บางนา Line : sodagolf

ISUZU 087-332-1320 K.อาม *เพชรเกษม

Mazda 085-902-4197 K.ต้อย ID Line : mr.wera หรือ K.นนท์ 086-338-6274 ID Line : nonthanat สาขานารา รังสิต

MG 081-354-5272 K.ชัยสิทธิ์ สาขานราธิวาส สาทร Line : juiceoat

Mitsubishi 086-366-7970 K.เอก เลียบทางด่วนรามอินทรา

Nissan 086-0364350 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่

Suzuki 089-508-9575 K.เม่า *จอมทอง Line : datedoctor

Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *ลาดพร้าว หรือ 086-8717365 K.โบว์ *ลาดพร้าว

 

* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ

** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ

*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น