หน้าหลัก » Toyota Toyota SIENTA ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวรถใหม่ » รีวิว “Toyota Sienta” หนึ่งทางเลือกที่คุณต้องสัมผัส (ต่อจากรีวิวเดิม)

รีวิว “Toyota Sienta” หนึ่งทางเลือกที่คุณต้องสัมผัส (ต่อจากรีวิวเดิม)

โพสโดย : thanakan saweangha | วันที่ : 11 October 2016
หมวดหมู่ : Toyota, Toyota SIENTA, ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวรถใหม่

รีวิว “Toyota Sienta” หนึ่งทางเลือกที่คุณต้องสัมผัส  (ต่อจากรีวิวเดิม)
Toyota Sienta.
สวัสดีครับเพื่อนๆ 9CARTHAI ทุกคน วันนี้ทางเรามีหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์รูปแบบใหม่มาครอบครองไว้สักคัน ซึ่งในวันนี้เรากำลังจะพูดถึงเจ้า Toyota Sienta ซึ่งล่าสุดเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมนี้เอง สมรรถนะและดีไซน์จะตอบโจทย์โดนใจใครหลายๆคนหรือไม่ ไปติดตามจากข้อมูลด้านล่างได้เลยครับ

สองวันกับ Toyota Sienta
รถภรรยาครับ รุ่น 1.5V สีส้ม ตัวบน
Sienta คันนี้ ซื้อมาใช้แทน Nissan Tiida ที่เริ่มคับแคบ เพราะมีตัวเล็กเพิ่มมาอีก 1 คน เวลาไปไหนทั้งครอบครัว ถ้ารวมพี่เลี้ยงด้วยแล้วจะนั่งไม่พอ

ก่อนซื้อตั้งใจจะเอา Freed แต่ว่ารถไม่มีแล้ว ก็เกือบจะจอง Mobilio แต่พอกลับมาหาข้อมูล ได้ข่าวว่า Sienta จะออกมา ก็รอดูก่อน แล้วก็จองวันแรกที่รถเปิดตัวเลย เพราะเห็นว่าที่ญี่ปุ่นขายดีเป็นอันดับ 3 ต่อเนื่องกันมาพักใหญ่ น่าจะพอใช้ได้

Toyota Sienta.

วันแรก ให้เซลมาส่งรถที่ทำงาน ได้ลองขับวนขึ้นลงลานจอดรถ แฟนนั่ง MRT มาขับกลับบ้าน ผมก็เลยได้ขับสังเกตการณ์ในฐานะเพื่อนร่วมทาง

วันที่สอง ตอนเช้า ผมขับคนเดียวเอาไปติดฟิล์ม ก็ลองใช้ความเร็วสูงเพื่อทดสอบเรื่องขีดจำกัดต่างๆ

วันที่สอง ตอนเย็น พาแม่ไปกินข้าว ก็ถือว่าทดสอบเรื่องการใช้งานแบบครอบครัว

– ผมขับ คุณแม่นั่งเบาะหน้า
– พี่เลี้ยงกับลูกคนเล็ก 9 เดือน พร้อม car seat นั่งแถวกลาง
– แฟนกับลูกคนโต 5 ขวบ นั่งแถวหลังสุด

รวมสองวันที่ผ่านมา ผมได้ขับประมาณ 70 กม. แล้วก็คงจะไม่ได้ขับอีกซักเท่าไหร่ เพราะปกติถ้านั่งรถแฟน ก็จะชอบให้แฟนขับให้ ได้ความรู้สึกตามนี้ครับ อาจจะยาวซักหน่อย ก็พยามเก็บรายละเอียดสำหรับคนที่เก็บข้อมูล เพื่อที่จะซื้อจริงๆ

ภายนอก (คะแนนความพอใจ 5/5)
– พอมาอยู่บนถนนดูน่ารักนะครับ ไม่รู้สีกว่ามันร้องไห้เหมือนในรูป

– งานประกอบปานกลาง สีมีตำหนิพอที่คนตาดีจะหาเจอ แต่รถญี่ปุ่นคันอื่นผมก็หาเจอ ก็เลยไม่เกินที่จะรับได้

– คืนวันรับรถกลับถึงบ้าน 2 ทุ่ม แฟนขับกลับ ผมขับนำบ้าง ตามบ้าง ไฟหน้า/ไฟท้าย สวยดี ดูแล้วเพลิน (คหสต.)

– จอดติดเครื่องกลางคืนปิดไฟให้มืดไม่ได้เพราะปรับได้ 3 ระดับคือ เปิดไฟ/ไฟหรี่ และ AUTO

– ไฟหน้า LED สว่างมาก (มากๆ) ขับทางเรียบก็ดูสุภาพดี แต่จะแยงตาพอสมควรเวลาขึ้นคอสะพาน หรือเจอถนนไม่เรียบ

– ไฟ Auto ทำงานเร็วดี ลงอุโมงค์มืดนิด ก็ติดเลย ขึ้นมาเจอสว่าง ไม่นานก็ดับ

– ไฟ daylight สว่างดี เห็นแต่ไกล เลื่อนเกียร์ออกจาก P จะติดเองและดับสนิทตอนกลางคืน ควบคุมการเปิด/ปิด ไม่ได้เช่นกัน

– ไฟตัดหมอก 1 ดวง ใต้กันชนหลัง ไม่เห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องติดมาสำหรับเมืองไทย, ไฟ daylight ด้านหน้าจะไม่ติดเมื่อเปิดไฟตัดหมอก

Keyless Entry มีเสาอากาศเฉพาะประตูฝั่งคนขับกับประตูบานท้าย ถ้าเข้าทางซ้ายต้องพึ่งรีโมท แต่ก็ทดแทนด้วยปุ่มล๊อกที่ประตูบานท้าย ล๊อกรถได้เวลาหยิบของเสร็จ

– พก Keyless Entry เดินผ่านรถตอนที่มันล๊อกอยู่ ไฟส่องภายในรถจะติดขึ้นมาเอง เดินห่างออกมามันก็ดับ เหมือมีชีวิต

คุณภาพ/การขับขี่และโดยสารทั่วไป (คะแนนความพอใจ 3/5)
– ให้ความรู้สึกว่าเป็นรถครอบครัว ขับแล้วมีความสุข มีคนคุยเยอะดีเวลานั่งกันเต็มคัน คุยกับแถว 3 ได้ยิน ไม่ต้องตะโกน

– ทรรศนวิศัยดี ไม่รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร

– แอร์ Auto ไม่ค่อยประทับใจ อากาศยังร้อนแต่เร่งพัดลมให้ไม่ค่อยแรง แดดร้อนก็เหมือนจะไม่ได้เร่งแอร์ชดเชยให้เหมือนในรถหลายๆรุ่น

– ทรรศนะวิศัยกระจกมองหลัง ไม่มีอะไรบัง แม้ว่าจะมีคนนั่งรถเต็มคัน ก็มองเห็นถนนด้านหลังชัดเจน

– แต่ถ้าดึงเอาจอ TV สำหรับแถวหลังลงมาละก็ บังเกือบมิดเลย ถ้าเลือกได้จะถอดออก เพราะลูกก็ชอบร้องจะขอดู

– กล้องหลัง เส้นกะระยะไม่โค้งตามพวงมาลัย (อาจจะตั้งค่าได้ แต่ลองหาแล้วไม่เจอ) และรุ่น V ไม่มีสัญญาณเสียงเตือนสิ่งกีดขวางนะครับ

– จอข้อมูลกลางเรือนไมล์ เหมือนจะมีฟังก์ชั่นเยอะ แต่จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก โดยรวมสวยงาม ดูทันสมัยดี ติที่นาฬิกาไม่ Sync กับวิทยุจอกลาง

– จอข้อมูลกลางเรือนไมล์ เน้นข้อมูลเรื่องการประหยัดน้ำมัน มีกราฟ มีให้คะแนน เหมือนรถ Hybrid

– วางโทรศัพท์หน้าเรือนไมล์ได้ ระยะพอดีสายชาร์จ มีร่องกันไหลเวลาทิ้งโค้ง

– ประตูเลื่อน ใช้งานง่าย ขึ้น-ลง สะดวก ตอนเลื่อนปิด ถ้าชนอะไรก็จะหยุดเอง แต่ตอนงับเข้าล๊อกยังไม่กล้าลอง

– ประตูบานท้ายใหญ่มาก ถ้าใช้ Hatchback มาก่อน จะรู้สึกว่ามันใหญ่ไป เวลาถอยเข้าซองจนชนหมอน จะเปิดเอาของไม่ได้, ชนกำแพง/ชนรถที่จอดข้างหลัง

– แถวสามพอจะปีนออกประตูหลังได้ ลูก 5 ขวบปวดฉี่จะแตก ผมพับเบาะนิดนึงแล้วอุ้มออกมาได้เลย

– เบาะทั้ง 3 แถว ลักษณะไม่ต่างกันมาก ออกแบนๆ ข้อเสียคือไม่กระชับ ไม่นุ่ม ไม่ VIP แต่ข้อดีคือเวลาเมื่อย ขยับได้หลายอิริยาบท

– ที่นั่งแถวหน้าจัดวางสิ่งรอบข้างดี มีที่วางแก้วน้ำขั้นเทพ (ชอบมาก) และมีช่องใส่บัตรจอดรถใต้ช่องแอร์ ขาดแต่ที่วางแขนตรงกลางและกล่องเก็บของ

– ที่นั่งคนขับ เข่าชนคอนโซล แต่ผมชอบนะครับ ความรู้สึกก็เหมือนเวลาเรานั่งเท้าแขน และขยับเท้าเปลี่ยนท่าหน่อยก็ไม่ชนแล้ว ไม่ใช่ปัญหาอะไร

– แถวสองไม่มีที่วางแขนตรงประตู และไม่มีเบาะวางแขนตรงกลาง แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไรเพราะขนเด็กๆเป็นหลัก เบาะเรียบ เด็กๆนอนยาวได้สบาย

– แถวสาม ถ้าตัดเรื่อง leg room ไป จัดว่า VIP กว่าแถวกลาง มีทั้งที่วางของจุกจิก และมีที่วางแขนด้านข้าง

– แถวสาม แฟนผมบอกว่านั่งสบายพอประมาณ ถ้านั่งรถตู้อนุสาวรีย์ได้ แถวสาม Sienta จัดว่าสบายกว่า

– การเก็บเสียงภายนอก ปานกลาง ด้อยกว่าคันเก่าของแฟน เวลาขับผ่านรถที่ท่อเสียงดัง จับความรู้สึกได้ว่า เสียงเข้ามาทางด้านหลังมากกว่า

– การเก็บเสียงเครื่องยนต์ ปานกลาง แค่เงียบกว่าเครื่องดีเซล มีเสียงหวีด CVT เบาๆให้ได้ยิน (คันผมก็ CVT เลยสนิทกัน)

– การเก็บเสียงยาง ถือว่าดี แต่ยางก็ใหม่ ต้องรอพิสูจน์กันยาวๆ

– แอร์ตัด/ต่อ และพัดลมหม้อน้ำทำงาน มีเสียงและแรงสั่นสะเทือนให้จับความรู้สึกได้ชัดเจน

– งานเบาะระดับร้านหุ้มเบาะ พวงมาลัยหุ้มหนัง งานตะเข็บ เก็บขอบหนังไม่หมด ฝากแก้ไขปรับปรุงด้วย

เครื่องเสียง (คะแนนความพอใจ 4/5)
Front วิทยุต่ออะไรได้เยอะ มี WIFI มีพอร์ท HDMI และ USB ตามมาตรฐานรถสมัยใหม่ (USB ชาร์จไฟ iPhone เต็มเร็วตามปกติ)

– คุณภาพเสียงดี แหลมใส แต่เบสหนักและบวม (ผมหรี่เบส -4) แต่พอปรับตามที่ชอบแล้ว ดีถึงดีมาก ถ้าไม่ฟังเสียงดัง เรียกว่า จบ ไม่ต้องทำอะไรเลย (รุ่น V นะครับ)

– ข้อเสียคือต้องจอดจนหยุดนิ่งก่อน ถึงจะปรับ Bass/Treble ได้ ผมค่อนข้างมีปัญหาเวลา random เพลงใน iPhone ที่จะต้องปรับละเอียดบ้างเวลาฟังเพลงที่ชอบ

– อย่าคาดหวังกับจอสำหรับผู้โดยสารเกรดจีนแดงยุคก่อน พับเก็บแล้วจอไม่ดับเอง คุณภาพวัสดุต่ำที่สุดในบรรดาทุกสิ่งภายในรถ ข้อดีคือมีไฟส่องสว่างติดมาด้วย ช่วยหาของที่ร่วงหล่นง่ายขึ้น

เครื่องยนต์/อัตราเร่ง (คะแนนความพอใจ 3/5)
– ออกตัวช้า เหมือน CVT ทดรอบไม่ทันในตอนแรก (0-3 sec) แต่พอเริ่มออกตัวได้ซักนิด ก็พุ่งเลย จับจังหวะยาก อาจจะยังไม่ชินด้วย

– พอออกตัวแล้ว เร่งได้พอใจเมื่อเทียบกับขนาดของรถ 0-100km น่าจะ 13 วินาที

– ผมขับวนขึ้นลงลานจอดรถหลายรอบ เครื่องเหมือนไม่ค่อยมีกำลัง ต้องเหยียบเยอะ ให้ CVT ทดรอบสูงมาช่วย แต่ทางเรียบกลับไม่รู้สึกแบบนี้

– รถเหมือนจะตั้งโปรแกรมมาให้ประหยัดน้ำมัน ถ้าไม่เยียบมาก ก็จะไปเรื่อยๆ แต่ถ้า kick down ก็ยังแรงระดับที่พ่อบ้านรับได้อยู่

ช่วงล่าง/การควบคุม (คะแนนความพอใจ 2/5)
– มีคนไปทดลองขับบอกว่าพวกมาลัยไม่คืนตัว ผมเห็นแค่ว่ามันคืนตัวช้า ถ้าจับจังหวะได้ เร่งเครื่องนิดนึง มันก็คืนได้เองเหมือนคันก่อน

– รู้สึกว่าทรงตัวไม่ดี เข้าโค้งไม่ดี อันนี้แฟนกับผมเห็นตรงกัน คงเพราะว่าผมกับแฟนขับรถ Sedan/Hatchback มาก่อน

– แต่การทรงตัวก็ยังดีกว่า Avanza ที่น้องสาวผมเอาไว้ขนของไปขายอยู่พอสมควร แค่นี้ก็ดีใจแล้ว เพราะตอนแรกคาดว่าพอกัน

– ช่วงล่างไม่กระด้าง แต่ก็ไม่นุ่มถึงกับสบาย ออกแนว Toyota ทั่วๆไป มีจุดด้อยมากกว่าจุดเด่น

– ตอนขับคนเดียว ลองขับให้เร็วจนรู้สึกว่าเริ่มเสียว ตาเหลือบดูไมล์ได้ประมาณ 100km/h ความรู้สึกเดียวกันจะเกิดตอนขับ Tiida ที่ 120 และ Teana ที่ 140

– เบรคกลางๆครับ ได้ลองเบรคตอนเข้าโค้งเพราะมาเร็วเกินไป ก็ยังควบคุมรถได้ แต่รู้สึกว่ารถหน้าทิ่มเยอะเวลาเบรคแรงๆ ผมว่าแรงเบรคกระจายยังไม่ดี

– คหสต. ด้วยการทรงตัว และรถทรงสูง ขับทางไกลไม่น่าจะเหมาะครับ

สรุป
ชอบที่สุด: Design ไฟหน้า/ไฟท้าย เวลาเปิดไฟยามค่ำคืน และไฟหน้า LED ยังสว่างมากๆ แต่ยังคงความสุภาพกับเพื่อนร่วมทางอยู่
ไม่ชอบที่สุด: ช่วงล่างโดยเฉพาะเวลาเข้าโค้ง
ทรรศนะ: ถ้าจำเป็นต้องใช้รถ 3 แถว ผมทดลองขับมาเกือบครบทุกรุ่นแล้วก็เลยพบว่าไม่ได้แตกต่างกันมาก สามารถหันมาสนใจเลือกรูปลักษณ์ภายใน/ภายนอก ตามที่ชอบ หรือราคาตามที่สะดวกได้เลย

3.4/5 คะแนนครับ

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ คุณ SG Paul จาก www.pantip.com

(ต่อจากกระทู้เดิม)

หลังจากใช้งานผ่านไปหนึ่งสัปดาห์มาดูกันว่าเจ้า Toyota Sienta จะตอบโจทย์สมรรถนะในการขับขี่ได้มากน้อยเพียงใดไปติดตามต่อจากข้อมูลด้านล่างได้เลยครับ

วันนี้กลับบ้านช้า ลูกเมียหลับแล้ว แอบหอมแก้มตัวละที แต่ก็ยังคงอยู่ในความเศร้า ก็เลยเอารถออกไปวิ่งทดสอบ ก็ได้ผลการทดสอบสำหรับคนที่ชอบกราฟ ชอบตัวเลขมาฝาก กระทู้นี้ก็จะเป็นผลการทดลองล้วนๆ ไม่มีรูปรถให้ดูนะครับ ถ้าจะดูสามารถกลับไปดูในกระทู้เก่าได้

ผลการทดสอบเสียงรบกวน และ ความนิ่มนวลของช่วงล่าง ถ้าอ่านในกระทู้เก่าจะพบว่า ผมใช้ Nissan Teana (2009, 250,000km.) และคันเก่าแฟนจะเป็น Nissan Tiida (2008, 110,000km.) ซึ่งยังไม่ได้ขาย ก็เลยนำมาเป็นตัวเทียบในการทดสอบครั้งนี้ครับ

เสียงรบกวน
เสียงรบกวนในห้องโดยสาร วัดด้วยฟังก์ชั่น Sound Pressure Level ของ โปรแกรม AudioTools บน iPhone 6s

การตรวจวัด โดยหงายไมโครโฟน ชี้ขึ้นหลังคา ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับการวัดเสียงเวลาปรับแต่ง DSP ซึ่งผมก็ยึดตามหลักการทีเคยเข้าใจมา ระหว่างที่วัดก็จะปิดแอร์ แล้วก็ขับรถไปจอดข้างสวนสาธารณะในหมู่บ้านที่ต่ำแหน่งเดียวกัน ปัจจัยภายนอกพยามควบคุมให้เหมือนกันมากที่สุด
1
การวัดในขณะที่ขับขี่ (80km/h) ใช้ถนนเส้นเดียวกัน/เลนเดียวกัน รักษาความเร็วให้คงที่ กลั้นหายใจแล้วอ่านค่าเวลาขับผ่านตำแหน่งเดียวกัน (ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย)

ผลที่ออกมา ก็ตามคาดครับ ตรงกับใน Credit ที่เคยได้เขียนไว้ Toyota Sienta นั้นเสียงเร่งเครื่องยนต์ดังเข้ามาพอสมควร เทียบกับสองคันเก่าที่ใช้อยู่ ก็ยังเก็บเสียงได้เป็นรองแต่เวลาขับจริงๆ ที่ความเร็ว 80km/h เสียงกลับมาอยู่ในโซนเดียวกันกับอีกสองคัน เพราะว่ายังไม่ถึงจุดที่มีเสียงลม และรอบเครื่องก็อยู่ที่พันกลางๆ

ความนิ่มนวลของช่วงล่าง
ข้อมูลส่วนนี้มีการแก้ไข เพราะในรอบแรก ลมยางยังไม่ได้ตรวจเช็ค และจุดที่วาง iPhone เพื่อบันทึกค่านั้นไม่เหมาะสมก่อนจะเข้าสู่ผลการทดลอง เรามาหัดอ่านกราฟกันก่อนดีกว่าโปรแกรมที่ใช้คือ Vibroscope บน iPhone 6s หลักการคือวัดความเร่ง 3 แนวแกน (m/s2) แล้วมา plot เป็นกราฟ
2
กราฟวงกลม (X,Y) มาจากล้อทั้ง 4 รับภาระไม่เท่ากัน ให้ความรู้สึก “สั่น” แบบโคลงเคลง
กราฟเส้น (z) จะมาจากผิวถนนที่ไม่เรียบ ให้ความรู้สึก “สะเทือน” นั่นเอง

ตัวโปรแกรมจะวัดความสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 10 วินาทีกราฟจะแสดงเฉพาะเวลา 5 วินาทีสุดท้าย เพราะเป็นช่วงเวลาที่สามารถบรรจงขับให้นิ่งๆ หลังจากเอื้อมมือไปกดปุ่มให้โปรแกรมเริ่มบันทึก

ถนนตอนกรีตในภาพเป็นส่วนนึงที่ขับผ่านระหว่างบันทึกค่า ถนนค่อนลาดข้างเรียบ ไม่มีหลุมบ่อ และใช้ถนนเลนขวาตลอด
3
มาดูแกน Z (สะเทือน) กันก่อนครับ เพราะส่งผลกับแก้มก้นเราทั้งสองข้างโดยตรง
4
ตีความจากกราฟ ที่ความเร็วต่ำ Sienta จะนิ่ง นั่งสบาย ซึ่งก็ตรงกับความจริง นั่งนิ่มสบายทีเดียวครับในขณะที่ความเร็วสูงขึ้น รถจะเริ่มออกอาการสะเทือนที่รู้สึกได้ชัดเจนที่ 100km/h ขึ้นไป

สำหรับแกน X,Y (สั่น)
การดูกราฟ ให้ตัดเส้นยาวๆที่เกินค่าเฉลี่ยออกไปนะครับ เพราะกราฟแกนนี้จะ sensitive กับรอยต่อถนน และระดับของถนนที่ไม่เท่ากันค่อนข้างมาก โดยเส้นที่ยาวออกมา จริงๆควรจะยาวกว่านี้ แต่แรงที่เกิดนั้นเร็วมากจนโปรแกรมวัดไม่ทัน
5
ตีความจากกราฟ ที่ความเร็วต่ำ Sienta นิ่ง นั่งสบายเหมือนเดิม ขับในเมือง ความเร็ว 80km/h เข้าใกล้ Teana ทีเดียวในขณะที่ความเร็วสูงขึ้น จะเริ่มสั่นกว่า Teana อย่างเห็นได้ชัดที่ 120km/ส่วน Tiida เรื่องนั่งสบาย ตายคาบ้านเลยครับ (หนีไปร้องไห้หลังบ้านแล้ว) แต่ตอนตัดสินใจซื้อ Tiida ก็เพราะขับนิ่มกว่า Yaris และ Jazz นะ

ก็ขอจบการรายงานผลการทดสอบเพียงเท่านี้ครับ

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ SG Paul จาก www.pantip.com

Sales ประจำเว็บนะครับ

Chevrolet 088-686-4291 K.หรั่ง *ราชเทวี

Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2

Honda 089-7899077 K.เบลล์ *ดาวคะนอง ฝั่งธน Line ID : 0897899077

Hyundai 092-697-1499 K.กอล์ฟ * บางนา Line : sodagolf

ISUZU 087-332-1320 K.อาม *เพชรเกษม

Mazda 085-902-4197 K.ต้อย ID Line : mr.wera หรือ K.นนท์ 086-338-6274 ID Line : nonthanat สาขานารา รังสิต

MG 081-354-5272 K.ชัยสิทธิ์ สาขานราธิวาส สาทร Line : juiceoat

Mitsubishi 086-366-7970 K.เอก เลียบทางด่วนรามอินทรา

Nissan 086-0364350 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่

Suzuki 089-508-9575 K.เม่า *จอมทอง Line : datedoctor

Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *ลาดพร้าว หรือ 086-8717365 K.โบว์ *ลาดพร้าว

 

* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ

** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ

*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น