หน้าหลัก » Advertorial Mercedes-Benz Mercedes-Benz GLA Class » Mercedes-Benz เปิดตัว The GLA 200, 250 คอมแพ็ค เอสยูวี โฉมใหม่ ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้าน

Mercedes-Benz เปิดตัว The GLA 200, 250 คอมแพ็ค เอสยูวี โฉมใหม่ ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้าน

โพสโดย : admin | วันที่ : 21 July 2017
หมวดหมู่ : Advertorial, Mercedes-Benz, Mercedes-Benz GLA Class

Mercedes-Benz เปิดตัว The GLA 200, 250 คอมแพ็ค เอสยูวี โฉมใหม่ ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้าน

Mecedes-Benz gla 2017 (1)

Mecedes-Benz gla 2017 (2) Mecedes-Benz gla 2017 (3) Mecedes-Benz gla 2017 (4) Mecedes-Benz gla 2017 (5) Mecedes-Benz gla 2017 (6) Mecedes-Benz gla 2017 (7) Mecedes-Benz gla 2017 (8) Mecedes-Benz gla 2017 (9) Mecedes-Benz gla 2017 (10) Mecedes-Benz gla 2017 (11) Mecedes-Benz gla 2017 (12) Mecedes-Benz gla 2017 (13)

Mercedes-Benz Thailand รุกตลาดรถหรูรับครึ่งปีหลัง เปิดตัวรถยนต์ The GLA คอมแพ็คเอสยูวีระดับพรีเมี่ยมโฉมใหม่ล่าสุด ที่มอบสัมผัสความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ ในดีไซน์อันปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว แต่แฝงด้วยสมรรถนะแบบสปอร์ต ดุดันมากกว่าที่เคย พร้อมเผยโฉมรถยนต์ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC ที่มาเติมเต็มความต้องการของ ผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและแรงโดยเฉพาะ โดยผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสยนตรกรรมรุ่นล่าสุดได้อย่างใกล้ชิด ภายในงาน Mercedes-Benz StarFest 2017 ตั้งแต่วันที่ 22-30 กรกฎาคมนี้ ณ โซน Central Court, Eden และ Dazzle ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในครึ่งปีหลังของปี 2017 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยึดมั่นแนวคิดที่จะนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์หรูในประเทศไทย ผ่านการนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยในครั้งนี้ ทางบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับรถยนต์ในกลุ่ม Compact Car ด้วยการแนะนำ The GLA โฉมใหม่ที่มาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ตเร้าใจ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยล่าสุด มานำเสนอให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่มีคาแรคเตอร์ที่ชื่นชอบการผจญภัยท่องเที่ยว แต่แฝงไปด้วยความสปอร์ตที่ไม่เหมือนใคร”

The GLA ถือเป็นผู้นำของรถยนต์ในกลุ่ม Premium Compact Car ประเภท SUV ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ด้วยความโดดเด่นของดีไซน์สไตล์คอมแพ็ค อันโฉบเฉี่ยว ทำให้รถยนต์กลุ่ม Compact Car ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก ด้วยยอดขายทั้งหมด 10,962 คันในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวรถยนต์กลุ่ม ดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2012” มร.ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกจากการเปิดตัว The GLA 2 รุ่นย่อย อย่าง GLA 200 Urban และ GLA 250 AMG Dynamic แล้ว ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้ปรับโฉมรถยนต์กลุ่มสมรรถนะ อย่าง Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC เพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบความเร็วและแรงแต่ยังคงดีไซน์สไตล์คอมแพ็คเอาไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากการเปิดตัวในวันนี้ ทางบริษัทฯ จะนำรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ไปจัดแสดงให้ทุกท่านได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ภายในงาน Mercedes-Benz StarFest 2017 ครั้งแรกของการจัดแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในรูปแบบคาราวาน ที่เริ่มต้นจุดหมายแรก ณ ลาน Central Court, Eden และ Dazzle ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22-30 กรกฎาคมนี้ ก่อนออกเดินทางไปยังอีก 4 จุดหมายทั่วประเทศไทย ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาสุรินทร์ ในวันที่ 26-31 สิงหาคม, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ในวันที่ 5-11 กันยายน, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซ่า ขอนแก่น ในวันที่ 18-24 กันยายน และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ในวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคมนี้ ซึ่งนอกจากการจัดแสดงรถยนต์แล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้ตอกย้ำ คุณค่าของแบรนด์ในด้าน “ความรับผิดชอบ” (Responsibility) ด้วยการส่งมอบอุปกรณ์ เครื่องเขียนที่ประกอบด้วยสมุดจดบันทึกที่มีตราประทับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดินสอ ยางลบ และกบเหลาดินสอ จำนวน 1,700 ชุด แก่ เด็กนักเรียนผู้ยากไร้ในจังหวัดดังกล่าว ซึ่งชุดเครื่องเขียนที่นำมาแจกจ่ายในครั้งนี้เป็นการต่อยอดมาจากกิจกรรมจัดทำชุดเครื่องเขียนเพื่อเด็กนักเรียนผู้ยากไร้ที่จัดขึ้นที่เมอร์เซเดส มี บ็อกซ์ (Mercedes me BOX) เมื่อปลายปีที่แล้ว”

“ภายในงาน Mercedes-Benz StarFest 2017 ทุกท่านจะได้พบกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์กว่า 16 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car และ SUV ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามจากตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ” มร.ฟรังค์ กล่าวปิดท้าย

GLA 200-3

GLA 200-6 GLA 200-8 GLA 200-10 GLA 200-12 GLA 200-21 GLA 200-27 GLA 200-29 GLA 200-33 GLA 200-30GLA 200-34GLA 200-45GLA 200-46GLA 200-58GLA 200-81GLA 200-92GLA 200-96GLA 200-98

 Mercedes-Benz GLA 200


GLA 250 -4

GLA 250 -6 GLA 250 -12 GLA 250 -25  GLA 250 -131 GLA 250 -161GLA 250 -34GLA 250 -45 GLA 250 -66 GLA 250 -73 GLA 250 -84 GLA 250 -107 GLA 250 -100

 Mercedes-Benz GLA 250


The GLA 200, The GLA 250
เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนารูปลักษณ์ของรถยนต์ The GLA โฉมใหม่ด้วยการพัฒนาและปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์อย่างใส่ใจในทุกรายละเอียดผ่านการทดลองภายในอุโมงค์ลมที่สามารถ ปล่อยลมความเร็วสูงได้ โดยอุโมงค์ลมนี้ตั้งอยู่ที่โรงงานประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในเมืองซินเดลฟิงเก้น ประเทศเยอรมนี โดยรูปลักษณ์ที่ลู่ลมของรถยนต์ The GLA โฉมใหม่นี้ส่งผลโดยตรงให้มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่ต่ำเมื่อขับขี่ในสภาวะปกติ

ทั้งนี้ แนวคิดทางการออกแบบที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ใช้เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ของรถยนต์ The GLA โฉมใหม่นั้นประกอบไปด้วยการปรับปรุงรูปร่างของเสาเอให้ ลาดเป็นวงโค้ง การปรับปรุงกรอบกระจกรอบตัวถังให้สอดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศด้านใต้ท้องรถ การปรับแต่งปลายขอบตัวถังบริเวณส่วนล่างของตัวรถให้เป็นพื้นที่ลู่ลมขนาดใหญ่ รวมถึงการปรับแต่งบริเวณส่วนกลางของเพลาหลังและ ท่อเก็บเสียงด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับดิฟฟิวเซอร์อีกด้วย นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังติดตั้ง สปอยเลอร์หลังคา พร้อมติดตั้งไฟหลังที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ รวมถึงติดตั้งสปอยเลอร์ที่ด้านข้างตัวรถทั้ง 2 ด้าน เพื่อควบคุมการไหลเวียนของอากาศทางด้านหลังของตัวรถให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

ดีไซน์ภายนอก ของ The GLA โฉมใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ของดีไซน์อันเร้าอารมณ์ในแบบฉบับรถยนต์คอมแพ็ค ที่ผสานกับความสปอร์ต อเนกประสงค์ และสมรรถนะอันดีเยี่ยม เหมาะทั้งการขับภายในเมืองและนอกเมืองได้เป็นอย่างดี โดยทั้ง GLA 200 Urban และ GLA 250 AMG Dynamic มาพร้อมกับการยกตัวถังให้สูงขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่แบบ ออฟโร้ดให้ดีขึ้น ด้วยตำแหน่งที่นั่งซึ่งยกสูงขึ้นและรูปลักษณ์ที่ดูสมบุกสมบันมากกว่าที่เคย, กันชนแบบใหม่, ระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance มาทดแทนระบบไฟหน้าแบบ Bi-Xenon โดยระบบไฟนี้ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติการส่องสว่างอันยอดเยี่ยม พร้อมด้วยอุณหภูมิแสงที่ใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตาผู้ขับขี่เมื่อต้องขับรถในเวลากลางคืน พร้อมระบบ Adaptive highbeam Assist ที่ช่วยปรับไฟสูงแบบอัตโนมัติ เพื่อลดการบดบัง ทัศนวิสัยของผู้ร่วมใช้ถนน, ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED

ในกรอบไฟหน้า, ไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด, ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED, กระจกมองข้างปรับระดับ และพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า, กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่ และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายด้วยระบบไฟฟ้า, ราวหลังคาอะลูมิเนียม, ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมี่ยม 2 ท่อ โดยสำหรับรถยนต์ในรุ่น GLA 200 Urban จะมาพร้อมกับไฟตัดหมอกหน้าและล้ออัลลอย แบบ 5 ก้าน ขนาด 18” และรถยนต์ GLA 250 AMG Dynamic จะมาพร้อมกับหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิด ด้วยระบบ ไฟฟ้า, ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ, ชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชน หน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง), ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์ Mercedes -Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ Multi – spoke ขนาด 19”

สำหรับ ดีไซน์ภายใน มาพร้อมกับระบบมัลติมีเดียมาตรฐานรุ่นใหม่ อย่าง หน้าจอขนาด 8 นิ้ว, มาตรวัดรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเข็มชี้สีแดงซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารอ่านค่าสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น พร้อมระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO และระบบ HANDFREE ACCESS ที่สามารถเปิดประตูท้ายได้โดย ไม่ใช้มือในรุ่น GLA 250 AMG Dynamic โดย GLA 200 Urban ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO สำหรับ GLA 250 AMG Dynamic ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต ซึ่งทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมกับเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบ ไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 / 2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น, เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับองศาได้ พร้อมกล่องเก็บของ ตาข่ายสัมภาระซ้าย-ขวา และช่องจ่ายไฟขนาด 12 โวลต์ บริเวณที่เก็บสัมภาระ ด้านท้าย ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน, วิทยุ-ซีดี MB Audio 20, ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (BlueTooth), รองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation), ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™), MB Apps, ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร แบบ 12 สี และกาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz

ความปลอดภัยและเทคโนโลยี ที่เพิ่มเติมสำหรับทั้ง 2 รุ่น คือ การติดตั้งระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) เป็นระบบความปลอดภัยมาตรฐาน โดยระบบนี้จะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่ระยะห่างระหว่างรถยนต์ที่ผู้ขับขี่ขับอยู่กับรถยนต์คันข้างหน้านั้นมีน้อยเกินไป และหากจำเป็น ระบบนี้สามารถสั่งชะลอหรือหยุดรถให้โดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะที่เหมาะสมได้ หากเกิดสถานการณ์อันตราย ระบบนี้ยังสามารถสั่งหยุดรถได้โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ อาทิ ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง, กล้องแสดงภาพด้านหลังสำหรับถอยรถ, โปรแกรมควบคุม การทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist, ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันยาง (tyre pressure loss warning system) และระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-3

BENZ 45 AMG  VIGNETTE-23 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-6 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-11 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-21 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-36 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-48 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-55 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-92 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-76 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-148 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-167 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-169 BENZ 45 AMG  VIGNETTE-202

Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC
เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ ด้วยการใช้โครงสร้างรถยนต์หลากหลายรุ่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ผสานกับนวัตกรรมด้านสมรรถนะของเอเอ็มจีมาอย่างต่อเนื่อง โดยรถยนต์ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่คือรถยนต์รุ่นล่าสุดที่ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์และคุณสมบัติทางเทคนิคไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งการปรับแต่งคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ด้วยอุปกรณ์ภายนอกใหม่ๆ เช่น ฝากระโปรงหน้ารูปแบบใหม่และปลายขอบ สปอยเลอร์หลังคาที่ปรับแต่งให้ลู่ลมยิ่งขึ้นนั้น มิได้เพียงแต่จะช่วยลดแรงต้านที่ ตัวรถ แต่ยังช่วยเพิ่มทั้งสมรรถนะและความสมดุลย์ขณะขับขี่อีกด้วย

ดีไซน์ภายนอก ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีแอลเอ 45 โฉมใหม่นี้ โดดเด่นด้วยฝากระโปรงหน้ารูปแบบใหม่ที่มีรูปทรงที่ลู่ลมกว่าเดิม ซึ่งทำให้ด้านหน้าของตัวรถดูโฉบเฉี่ยวขึ้น, ลวดลายของช่องรับอากาศด้านหน้าใหม่, ระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist), ชุดแต่ง AMG Night Package, AMG Aerodynamic package ที่เพิ่มชุดตกแต่งกันชนหน้าและกันชนหลังสีดำแบบไฮ-กลอสให้มีความสปอร์ต มากยิ่งขึ้น โดยช่องรับอากาศจะช่วยให้อากาศสามารถไหลเวียนเข้าไปในห้องเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงด้านท้ายรถที่มาพร้อมกับดิฟฟิวเซอร์ลวดลายใหม่บริเวณกันชนหลัง การเลือกใช้วัสดุเก็บขอบสีดำปลายขอบ สปอยเลอร์หลังคาที่ปรับแต่งเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่โดยเฉพาะ

ดีไซน์ภายใน โดดเด่นด้วยเบาะที่นั่งหุ้มหนังแบบสปอร์ต โดยเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ และระบบอุ่นร้อน, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต, พวงมาลัยแบบพิเศษ AMG Performance Steering Wheel Nappa / DINAMICA ที่เพิ่มความกระชับและมั่นใจตลอดการขับขี่ ตกแต่งภายในด้วย AMG Design trim in black / red แบบ CARBON FIBRE ที่คมเข้มดุดัน มาพร้อมกับเข็มขัดนิรภัยสีแดงที่เข้ากับ สีเบาะ ทำให้ได้อารมณ์สปอร์ต น่าหลงใหล, กาบบันไดเรืองแสงประตูหน้าแบบ AMG และ AMG DYNAMIC SELECT, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 10 ก้าน ขนาด 20” และอุปกรณ์มัลติมีเดีย อย่าง วิทยุ-ซีดี MB Audio 20, หน้าจอแบบยกตัว ขนาด 8 นิ้ว พร้อมเพิ่มความรื่นรมย์ตลอดการขับขี่ด้วยเครื่องเสียงแบบ Harman Kardon® Logic 7® surround sound system ที่ให้เสียงรอบทิศทาง, ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth), ระบบ นำทาง GARMIN MAP PILOT รวมถึงหลังคาพาโนรามิค ซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) และไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light), กล้องแสดงภาพด้านหลังสำหรับถอยรถ, ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot), ระบบเบรก AMG High Performance Braking System ประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มความเร้าใจและปลอดภัยขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง, ระบบ DYNAMIC SELECT ที่มีโหมดการขับขี่อันหลากหลาย ซึ่งทำให้ผู้เป็นเจ้าของสามารถสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจหรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียว โดย DYNAMIC SELECT มีโหมดการขับขี่ 4 แบบ คือ INDIVIDUAL ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้, COMFORT ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, SPORT เน้นการเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น และ SPORT+ ซึ่งเป็นโหมดที่สามารถใช้สมรรถนะเครื่องยนต์ได้สูงที่สุด และอัตราเร่งดีที่สุด

นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อย่างครบครัน

หนึ่งในคุณสมบัติอันล้ำสมัยของเครื่องยนต์ 4 สูบพร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีเลือกใช้กับรถยนต์ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่คือหัวฉีดน้ำมันแบบตรงที่สามารถฉีดน้ำมันเป็นละอองได้ กล่าวคือ หัวฉีดแบบเพียร์โซนั้นจะติดตั้งอยู่ที่จุดกึ่งกลางของกระบอกสูบทั้ง 4 กระบอกและสามารถฉีดน้ำมันได้แม้ในกระบอกสูบจะมีความดันสูงถึง 200 บาร์ การฉีดน้ำมันและการจุดระเบิดได้หลายครั้งต่อจังหวะการเคลื่อนที่ของกระบอกสูบ 1 รอบนั้นช่วยประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านอุณหพลศาสตร์ (thermodynamic) ของเครื่องยนต์ จึงช่วยลดปริมาณไอเสียที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ ได้เป็นอย่างมาก ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบมีทางเดินไอเสีย 2 ช่อง (Twin-scroll) ที่ทำงานอย่างสอดประสานกับระบบควบคุมการจ่ายน้ำมันและการปล่อยไอเสียนั้นช่วยปรับปรุงกระบวนการ อัดอากาศที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างที่ผู้ขับขี่ปรารถนามากที่สุด

เมื่ออยู่บนถนน เทอร์โบชาร์จเจอร์และเครื่องยนต์ 4 สูบขนาดความจุกระบอกสูบ 2 ลิตร ที่ประกอบด้วยมือทุกขั้นตอนจะสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ขับขี่ด้วยอัตราการตอบสนองที่ ยอดเยี่ยม แรงบิดที่สูง การทำงานที่ยืดหยุ่นและสอดรับกับทุกย่านความเร็ว รวมไปถึงเสียงของเครื่องยนต์ที่เร้าอารมณ์อย่างที่สุด เสียงของเครื่องยนต์นี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามโหมดการขับขี่ AMG DYNAMIC SELECT ที่ผู้ขับขี่เลือกใช้งานอยู่ในขณะนั้น อีกด้านหนึ่ง ระบบไอเสียของรถยนต์ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่นั้นมีวาล์วควบคุมไอเสียแบบอัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่มาพร้อมระบบควบคุมไอเสียเอเอ็มจี เพอร์ฟอร์มานซ์ เอ็กซอส ซิสเต็ม (AMG Performance Exhaust System®) โดยระบบไอเสียนี้สามารถสร้างเสียงของเครื่องยนต์ที่ฟังแล้วสปอร์ต เร้าอารมณ์ยิ่งขึ้น เนื่องจากมีระบบ ลดเสียงการทำงานของระบบควบคุมไอเสียที่ปรับแต่งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ยินเสียง

การทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างชัดเจนและเร้าใจกว่าเดิม ผู้ขับขี่สามารถเลือกเสียงของ เครื่องยนต์ที่ต่างกันได้เมื่อเปลี่ยนโหมดการขับขี่ หรือกดปุ่มที่คอนโซลเพื่อเปิดหรือปิด การทำงาน และนอกจากนี้ยังมีระบบ RACE START ที่ช่วยให้รถสามารถออกตัวได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพพุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที

Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC มาพร้อมกับระบบเกียร์แบบสปอร์ต AMG SPEEDSHIFT DCT 7-speed ซึ่งเป็นระบบเกียร์ที่มอบความรู้สึกคล่องตัวและอัตราการทำงานของเครื่องยนต์ที่รวดเร็วขึ้นขณะขับขี่ ด้วยอัตราทดเกียร์ที่สั้นในเกียร์ 3 ถึงเกียร์ 7 รวมถึงอัตราการตอบสนองของเกียร์ที่ดีขึ้นและระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ที่สั้นลง จึงช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงอัตราเร่งที่ดีขึ้นในทุกย่านความเร็วได้อย่างชัดเจนในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเกียร์และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC เป็นระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมาตรฐานของรถยนต์ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่ ที่มอบการยึดเกาะพื้นถนนอย่างมั่นใจแม้ในสภาพการขับขี่แบบออฟโร้ด โดยระบบช่วงล่างนี้จะถ่ายทอดพลังงานจากเครื่องยนต์สู่ล้อทั้ง 4 การส่งแรงบิดที่คงที่อย่างต่อเนื่องพร้อมด้วยการกระจายแรงบิดที่ล้อคู่หน้าและคู่หลังอย่างเท่ากัน ซึ่งส่งผลให้รถยนต์รุ่นนี้มีทั้งความสปอร์ต ความประหยัดน้ำมัน และการยึดเกาะที่เหมาะสมกับ ทุกสภาพพื้นผิวถนน

นอกเหนือจากนี้ รถยนต์ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC โฉมใหม่ยังติดตั้งระบบ rear axle differential with integrated multi-disc clutch ซึ่งเป็นระบบควบคุมการทำงานของเพลาขับหลังด้วยคลัชท์แบบหลายจานที่ปรับตั้งค่าโดยเอเอ็มจี ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์ส่งแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังในกรณีที่ล้อคู่หน้าไม่สามารถยึดเกาะพื้นผิวถนนได้อีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งโหมดการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC ได้ 2 แบบ คือแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหรือแบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่จะมีอัตราการถ่ายเทกำลังเท่ากันที่ร้อยละ 50 ต่อ 50

Mercedes-Benz GLA spec

  • GLA 200 Urban ราคา 2,090,000 บาท
  • GLA 250 AMG Dynamic ราคา 2,390,000 บาท
  • Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC ราคา 4,840,000 บาท

Sales ประจำเว็บนะครับ

Chevrolet 088-686-4291 K.หรั่ง *ราชเทวี

Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2

Honda 089-7899077 K.เบลล์ *ดาวคะนอง ฝั่งธน Line ID : 0897899077

Hyundai 092-697-1499 K.กอล์ฟ * บางนา Line : sodagolf

ISUZU 087-332-1320 K.อาม *เพชรเกษม

Mazda 085-902-4197 K.ต้อย ID Line : mr.wera หรือ K.นนท์ 086-338-6274 ID Line : nonthanat สาขานารา รังสิต

MG 081-354-5272 K.ชัยสิทธิ์ สาขานราธิวาส สาทร Line : juiceoat

Mitsubishi 086-366-7970 K.เอก เลียบทางด่วนรามอินทรา

Nissan 086-0364350 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่

Suzuki 089-508-9575 K.เม่า *จอมทอง Line : datedoctor

Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *ลาดพร้าว หรือ 086-8717365 K.โบว์ *ลาดพร้าว

 

* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ

** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ

*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

About admin พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วยทิ้งเบอร์โทร และ อีเมล ในกล่องข้อความ (ไม่ใช่ช่องที่ให้กรอก Email นะครับ เพราะ Sales ไม่เห็นครับ) ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ -----------------------------------------------@ SALES ที่ไม่ได้ CONTACT กับเว็บไซต์ กรุณาอย่าโพสนะครับ

แสดงความคิดเห็น