หน้าหลัก » Advertorial TEST DRIVE รีวิวรถ ข่าวประชาสัมพันธ์ ยางรถยนต์ » เปิดประสบการณ์ สวมวิญญาณนักแข่งในสนามเซปังฯ 1 วันเต็มกับ 2016 Michelin Pilot Sport Experience

เปิดประสบการณ์ สวมวิญญาณนักแข่งในสนามเซปังฯ 1 วันเต็มกับ 2016 Michelin Pilot Sport Experience

โพสโดย : pon | วันที่ : 4 September 2016
หมวดหมู่ : Advertorial, TEST DRIVE รีวิวรถ, ข่าวประชาสัมพันธ์, ยางรถยนต์

เปิดประสบการณ์ สวมวิญญาณนักแข่งในสนามเซปังฯ 1 วันเต็มกับ 2016 Michelin Pilot Sport Experience

Clio-IV_04_resize

เชื่อว่าฝันของบรรดาผู้รักการขับรถทั้งหลาย คือ การได้ขับรถแข่ง (รถที่ใช้แข่งขันจริง) ในสนามกันแบบเต็มๆ สักครั้งในชีวิต

F4-Tyres

และด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ MICHELIN ซึ่งเป็นผู้นำในวงการยางรถสมรรถนะสูง ได้จัดกิจกรรม Michelin Pilot Experience ขึ้น เพื่อมอบโอกาสให้บุคคลทั่วไปผู้รักในความเร็ว ได้สัมผัสถึงรสชาติของ Motorsport ที่แท้จริง พร้อมทั้งได้รับรู้ถึงความสามารถของเทคโนโลยียางรถแข่งของ Michelin ที่ได้ถูกถ่ายทอดลงสู่ยางรถยนต์ที่ใช้กันบนท้องถนนอย่างแพร่หลาย

Clio-IV_06_resize

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 28-30 ส.ค. ทาง 9carthai เราได้รับเชิญจากทาง Michelin เข้าร่วมกิจกรรม 2016 Michelin Pilot Sport Experience ณ สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย ในปีนี้

Formula-4_3_resize

ทริปนี้ถือเป็นทริปในฝันของผู้เขียนเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ผู้เขียนได้รับหน้าที่เขียนเรื่องราวประสบการณ์อันน่าประทับใจนี้เมื่อช่วงปี 2014-2015

Formula-E (2)_resize

เราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 28 จากสนามบินสุวรรณภูมิบินตรงมาลงที่ สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ถึงช่วงเวลาค่ำๆ ก็เดินทางเข้าที่พักโรงแรม Sama Sama ซึ่งเป็นโรงแรมที่เชื่อมต่อกับตัวสนามบินเลย สะดวกเป็นอย่างมาก

Formula-E (3)_resize

ทางสต๊าฟ Michelin ได้มารอต้อนเราพวกเราเป็นอย่างดี เมื่อเดินทางมาถึงโรงแรมเราก็พบ รถ Formula-E พร้อมป้าย Michelin รอต้อนรับเราอยู่ที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์โรงแรม
ทางทีมงานได้ขอความร่วมมือในทริปนี้ให้ทุกท่านพักผ่อนให้เพียงพอ และงดดื่มสิ่งของมึนเมา เพราะพรุ่งนี้เช้าเราต้องเดินทางกันไปที่สนาม และตรวจร่างกายก่อนลงสนาม

J_5D4964_resize

ในเช้าวันรุ่งขึ้น 29 ส.ค. เรานัดกันแต่เช้า พร้อมสื่อจากประเทศอินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ เพื่อขึ้นรถ Bus มุ่งหน้าไปยังสนามเซปังฯ และทันทีที่มาถึงและเดินลงจากรถ พวกเราต้องประทับใจกับการต้อนรับของทีมงาน Michelin เป็นอย่างดี

Changing-Room

เมื่อเข้าฟังบรรยาย กล่าวต้อนรับเสร็จ ก็มุ่งไปที่ห้องแต่งตัวกันเลย ซึ่งทางทีมงานได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี ทั้งชุดแข่ง, รองเท้า, ถุงมือ, โม่ง และหมวกกันน๊อค

BP

เมื่อแต่งกายพร้อมแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงตรวจเช็คร่างกาย (วัดความดัน) ซึ่งนี่ล่ะ คือเหตุผลที่จำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และงดสิ่งมึนเมา

J_5D5121_resize

เอาล่ะเข้าสู่ช่วงกำหนดการ Grand Opening ของงานนี้ สุดอลังการ แล้วก็แยกย้ายกันตามกลุ่ม (ประเทศ) ไปทำกิจกรรมกันได้เลย

PS4_4_resize

ทีมไทยเราในช่วงเช้า จะเป็น Session อบรมข้อมูลยางของตระกูล Pilot Sport ซึ่งในงานนี้แอบมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ เปิดตัวรุ่นใหม่ Pilot Sport 4 “ว้า ตกรุ่นซะแล้ว” นั่นคือประโยคที่ผมคิดในใจ เพราะรถยนต์คันเก่งนั้นยังสวมรุ่น PS3 อยู่เลย

PS4_6_resize

ยาง PS4 รุ่นใหม่นี้ ได้รับการพัฒนามาจากยางรถแข่ง Formula E ที่ต้องใช้ยางรูปแบบเดียวสวมใส่ทุกสนามทุกสภาพอากาศ

Audi-Brake_2_resize

ในช่วงสาย เราขยับมาทดสอบสมรรถนะยาง Pilot Sport 4 ใหม่นี้กันก่อนเลย ซึ่งเปิดตัวในงานนี้

Audi-Brake_1_resize

รถทดสอบเป็น Audi A6 TFSI Quattro 2 คัน คันหนึ่งสวมยาง PS4 และอีกคันสวมยางคู่แข่ง Bridgestone Potenza RE003

ผู้เขียนพบว่าในช่วง Slalom ยาง PS4 ให้สัมผัสการยึดเกาะที่ดีกว่า ขณะที่การเบรกจากความเร็ว 100-0 กม./ชม. บนพื้นเปียกนั้น ตัว PS4 ได้ระยะสั้นกว่าคู่แข่งอย่างน้อย 2 ม.

Formula-4_8_resize

อุ่นเครื่องด้วยรถบ้านหรูกันไปแล้ว ก่อนพักเที่ยงก็ได้เวลาควบรถแข่งที่นับเป็นไฮไลท์ของงานนี้ Formula 4

Formula-4_4_resize

รถ Formula 4 ถือเป็นรถแข่ง Open Wheel ที่มาอยู่ระหว่างช่องว่างของ Go Kart และ Formula 3
แม้รถ F4 จะไม่มีการแข่งขันในระดับโลก (World Championship) แต่ก็เปิดโอกาสให้แต่ละชาติท้องถิ่นสามารถจัดการแข่งกันเองได้ภายใต้กติกาที่กำหนดขึ้น

F4-Cockpit

ก่อนขับขอเกริ่นสเป็ก Formula 4 ที่เราจะได้สัมผัสคันนี้กันก่อน เครื่องยนต์สร้างกำลังได้ 160 แรงม้า (bhp) ส่งกำลังผ่านเกียร์ Sequential 5 Speed สวมยาง Slick แบบ Soft Compound และด้วยน้ำหนักเบาเพียง 470 กก. ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ราวๆ 4 วินาทีเท่านั้น กับ Top Speed ที่ 210 กม./ชม.

F4-Scirocco_resize

ได้เวลาสวมวิญญาณนักแข่ง ค่อยๆ หย่อนตัวลงไปใน Cockpit ก่อนติดตั้งพวงมาลัยรถแข่ง Formula และเจ้าหน้าที่ช่วยเราคาดเข็มขัดแบบ 6 จุด ให้เรียบร้อย แป้นเหยียบเป็นแบบรถ Manual เหยียบคลัชติดเครื่องกันเลยช่วงนี้ต้องเบิ้ลคันเร่งเลี้ยงรอบด้วยไม่งั้นอาจจะดับ พร้อมออกตัว กดก้าน Paddle Shift 2 ฝั่งพร้อมกัน และแตะฝั่งขวาเพียงอย่างเดียวต่อทันที เพื่อเข้าเกียร์ 1 ออกตัวแบบรถเกียร์ Manual เลย ต้องเลี้ยงคันเร่งเอาไว้ไม่งั้นมีดับ แต่จุดยาก คือ ใน Pit ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 40 กม./ชม. จึงต้องเดินคันเร่งด้วยเท้าอย่างแผ่วเบาและเนียนที่สุด ซึ่งทุกคนได้พบอาการกระชากช่วงยกคันเร่งกันอย่างหนักหน่วง หลังผ่านพ้นทางออก Pit เราต้องขับตามรถ Leader ซึ่งเป็นรถ Scirocco R Cup เอาล่ะกดคันเร่งมิด จน Shift Light เตือนปุปกด Paddle Shift Up ได้เลยไม่ต้องยกคันเร่ง ไม่ต้องเหยียบคลัช สุดทางตรงยาวก่อนเบรกผู้เขียนทำ Top Speed ได้แตะๆ 180 กม./ชม. ก็ต้องเบรกหนัก และ Shift Down เกียร์ลงอย่างเป็นจังหวะ

Formula-4_2_resize

ช่วงเข้าโค้งตัด Apex และจุดเบรกนั้นไม่ต้องห่วง เพราะ ทีมงานได้ตั้ง Pylon บอกเราไว้หมดแล้ว เพียงแค่ขับตามไลน์รถนำ เหยียบเบรก เข้าโค้งให้ตรงจุดก็พอ

Formula-4_1_resize

รอบแรกอาจยังไม่กล้าขับเร็วนัก เพราะยังไม่ชินคันเร่ง น้ำหนักพวงมาลัยที่หนักหน่วง และแป้นเบรกที่แข็งเอาเรื่องต้องใช้แรงกดแป้นมากกว่ารถยนต์ทั่วไป

Formula-4_5_resize

เมื่อชินแล้ว เราขับเร็วขึ้น เดินคันเร่งออกโค้งเร็วขึ้น บอกเลยว่าสนุกมาก รถคุมง่าย เข้าโค้งได้อย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณโครงสร้างรถแบบ Open Wheel และยาง Soft Compound จาก Michelin ที่ให้การยึดเกาะอย่างยอดเยี่ยม
DS3_8_resize
ช่วงบ่ายทีมไทยเราได้ย้ายมาขับที่สนามทางฝุ่น ด้วยรถ Rally Citroen DS3 R1

ซึ่งเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า กำลัง 130 แรงม้า (bhp) ส่งกำลังผ่านเกียร์กระปุก และที่สำคัญใช้ยาง Rally ซึ่งมี Compound ที่แข็งมากกว่ายาง Racing ทั่วๆไป เพราะการขับรูปแบบนี้ยางถือว่ามีส่วนสำคัญในการรับน้ำหนักรถราว 1.18 ตัน

DS3_7_resize

ก่อนออกตัวเจ้าหน้าที่จะเสียบสาย ไว้ให้เราสื่อสารกับ Instructor ผู้นั่งไปกับเราผ่านระบบ Intercom เพื่อจะได้แนะแนวทางในการขับขี่ได้อย่างถูกต้อง

DS3_2_resize

ในสนาม Rally นี้ จะใช้เกียร์ 2 ทั้งสนาม หลังจากออกตัวเกียร์ 1

DS3_1_resize

ผู้เขียนพบว่าสไตล์ของพวงมาลัยรถ Rally ที่น้ำหนักเบามาก เพื่อใช้ในการคืนวงเลี้ยวและแก้อาการรถ

DS3_3_resize

ในหลายครั้ง Turn กว้างๆ Instructor จะช่วยใช้เบรกมือเพื่อลดการ Understeer ลง ซึ่งในหลายครั้งผู้เขียนเองพบว่า ดูจะทำให้เกิด Oversteer มากเกินไปหน่อย ทำให้ต้องสาวพวงมาลัยกลับกันเพิ่มอีกนิด

Audi-A6_resize

หลังจากนั้นทีมเราก็กลับมาที่รถ Audi A6 เมื่อช่วงเช้ากันอีกครั้ง คราวนี้สวมยาง PS4 ทุกคัน และให้เราขับเต็ม Lap อีกหนึ่งซีกของสนาม ซึ่งสนามฝั่งนี้มีความยากมากกว่า เพราะมีโค้งเทคนิคอยู่ในหลายโค้ง
การขับในรอบแรก อาจต้องเรียนรู้ลักษณะรูปแบบโค้งกันเพิ่มเสียหน่อย แต่ด้วยยาง Michelin PS4 ใหม่ ร่วมกับระบบช่วงล่างขับ 4 ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพพอสมควรในแบบที่รถบ้านยุโรปทำได้

Clio-IV_05_resize

หลังจากนั้นเรามาปิดท้ายการขับกันด้วย Renault Clio IV Touring Car รถแข่งขับเคลื่อนล้อหน้า มีกำลัง 220 แรงม้า bhp  มีน้ำหนัก 1,080 ก.ก. ส่งกำลังผ่านเกียร์ Sequential 6 Speed สวมยาง Racing Soft Compound แบบเดียวกับรถ Formula 4

Clio-IV_07_resize

เอาล่ะพร้อมแล้วโดดขึ้นรถ เช่นเดียวกับรถ Rally เราจะมี Instructor คุมแนะแนวทางการขับเราไปด้วยโดยสื่อสารผ่าน Intercom

Clio-IV_09_resize

การออกตัวนั้นค่อนข้างยากพอๆ กับ F4 แต่การเลี้ยงคันเร่งใน Pit นั้นทำได้ง่ายกว่า เพราะสามารถขึ้นเกียร์ 2 ได้เลย

Clio-IV_08_resize

หลังจากออก Pit ก็ทำความคุ้นเคยกับรถกันใหม่ก่อน ในรถคันนี้ แป้นเบรกจะแข็งกว่ารถ F4 มาก ใช่เพราะมันไม่มีหม้อลมเบรกด้วย ดังนั้นช่วงแรก เราจึงต้องกระทืบเบรกกันก่อนถึงจุดวาง Pylon เอาไว้

Clio-IV_10_resize

ต้องยอมรับเลยว่า Clio IV คันนี้ ขับยากกว่า F4 อยู่พอสมควร ทั้งน้ำหนักการเบรก และการที่รถคันนี้เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า และท้ายเบาเนื่องจากไม่มีเบาะหลัง มีเพียง Roll Bar ดังนั้นในจังหวะเบรก ต้องพยายามเบรกในจังหวะที่ล้อตรง ให้ได้มากที่สุด แต่ในสนามซีกนี้ เป็นโค้งเทคนิคที่ยากพอสมควร ดังนั้น เราจึงต้องพยายามบาลานซ์ การใช้น้ำหนักแป้นเบรกกับพวงมาลัยให้เหมาะสม ไม่เบรกหนักไปหากจำเป็นต้องเบรกในโค้งซึ่งล้อไม่ตรง

Clio-IV_11_resize

ซึ่งการที่ต้องขับรถ Touring Car ที่ดูจะขับยากสุด และมาขับในอีกครึ่งของสนามที่มีโค้งค่อนข้างยาก ผู้เขียนให้ Session นี้ เป็นการขับที่ท้าทายที่สุด ซึ่งยากแต่ก็ไม่เกินความสามารถของเรา ซึ่งต้องขอบคุณยาง Racing Slick Soft Compound ที่ช่วยให้การยึดเกาะถนนนั้นเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยมอบทั้งความสนุกและท้าทายกับประสบการณ์ที่ยากจะลืม

Lemans_1_resize

หลังจากขับเสร็จสิ้นแล้ว กิจกรรมยังไม่จบเพียงเท่านี้ ทาง Michelin ได้เตรียมให้ทุกคนได้มีโอกาสนั่ง Hot Lap รอบสนาม Sepang แห่งนี้แบบ Full Lap สัมผัสบรรยากาศการขับของนักแข่งมืออาชีพในรถแข่งสมรรถนะสูง ทั้ง Lamborghini Gallardo GT3

Lemans_4_resize

และ รถ Formula Le Mans ซึ่งใช้วิธีการจับฉลากจากป้ายโดยป้ายของรถ Le Mans นั้น จะมีน้อยกว่า ซึ่งผู้เขียนก็จับได้ Gallardo GT3 ไปเป็นที่เรียบร้อย

Lambo_1_resize

Lamborghini Gallardo GT3 คันนี้ มีกำลังสูงถึง 600 แรงม้า bhp และน้ำหนักตัวที่เบาลงเหลือเพียง 1190 กก. นั่นจึงส่งผลให้มันทะยาน 0-100 กม./ชม. ได้ที่เวลาเพียง 3.4 วินาที เท่านั้น และแน่นอนในคันนี้สวมยาง Michelin Racing ขอบ 18”

Lambo_3_resize

เมื่อเราขึ้นรถเจ้าหน้าที่ก็จัดการสวมเข็มขัดให้เราเรียบร้อย พร้อมให้เราใช้มือขวาจับที่ Roll Bar รถไว้ด้วย OK พร้อมแล้วไปกัน

Lambo_2_resize

ออกปากทาง Pit รถคันเราได้ชะลอ เพื่อที่จะให้รถ Le Mans นั้นไปก่อนเนื่องจากเป็นทำความเร็วเฉลี่ยในสนามได้สูงกว่า หลังจากนั้น นักแข่งได้กดคันเร่งมิด เสียงเครื่อง V10 คำรามลั่นจากด้านหลัง ซึ่งให้ความเร้าใจเป็นอย่างมาก เราสัมผัสแรง G ได้หนักหน่วง ในช่วงทางตรง และแรงเบรกอย่างหนักในโค้ง ซึ่งเบรกเข้าอย่างลึก พร้อมกับการ รวบเกียร์ Shift Down ลงอย่างรวดเร็วจาก ก่อนที่จะหักพวงมาลัยเข้าโค้งเนื่อง การเดินคันเร่งในโค้ง ทำให้หัวเราเซไปกระแทกเข้ากับ Roll Bar รถด้วย แต่ไม่เป็นไรเราสวมหมวกกันน็อค และถุงมือพร้อม หายห่วง

Lambo_4_resize

จบ Lap แล้ว ผู้เขียนต้องยกนิ้วโป้งให้ และขอจับมือเพื่อขอบคุณที่ได้ให้โอกาสสัมผัสถึงฟีลลิ่งการขับรถ Racing แบบถูกต้องบนรถระดับ 600 แรงม้าคันนี้

Thai-Team_resize

สรุปแล้วกับกิจกรรม 2016 Michelin Pilot Sport Experience ในปีนี้ ได้สร้างความประทับใจให้กับทาง 9carthai เราเป็นอย่างมาก ทริปนี้ได้สานฝันของผู้รักการขับรถในสนามทุกๆคน ได้ลองรถแข่งหลากรูปแบบ บนสนามแข่งขันระดับโลกที่รองรับการแข่งขันสูงสุดถึง Formula 1 ด้วยกัน
และสำหรับตัวผู้เขียนเอง ที่เคยรับหน้าที่เขียนเรื่องราวประสบการณ์นี้เมื่อช่วงปี 2014-2015 ในที่สุดก็ได้สานฝันของตัวเองสำเร็จในการเข้าร่วมทริป 2016 Michelin Pilot Sport Experience ในปีนี้ ซึ่งต้องขอบคุณทาง Michelin และทีมงานทุกท่าน โดยเฉพาะพี่กิฟ พี่อิฐ พี่ปุ้ย จากสยามมิชลิน ที่คอยดูแลพวกเราตลอดทริปด้วยครับ

Pon-F4_resize

ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver 9carthai
ขอขอบคุณ Siam Michelin สำหรับทริป 2016 Michelin Pilot Sport Experience ในครั้งนี้

Sales ประจำเว็บนะครับ

Chevrolet 088-686-4291 K.หรั่ง *ราชเทวี

Ford 086-7548473 K.ข้าวตู *พระราม 2

Honda 089-7899077 K.เบลล์ *ดาวคะนอง ฝั่งธน Line ID : 0897899077

Hyundai 092-697-1499 K.กอล์ฟ * บางนา Line : sodagolf

ISUZU 087-332-1320 K.อาม *เพชรเกษม

Mazda 085-902-4197 K.ต้อย ID Line : mr.wera หรือ K.นนท์ 086-338-6274 ID Line : nonthanat สาขานารา รังสิต

MG 081-354-5272 K.ชัยสิทธิ์ สาขานราธิวาส สาทร Line : juiceoat

Mitsubishi 086-366-7970 K.เอก เลียบทางด่วนรามอินทรา

Nissan 086-0364350 K.เอ๋ มหาชัยเมืองใหม่

Suzuki 089-508-9575 K.เม่า *จอมทอง Line : datedoctor

Toyota 089-506-4177 K.วารุณี *ลาดพร้าว หรือ 086-8717365 K.โบว์ *ลาดพร้าว

 

* ถ้ามีการโอนเงินค่าจอง จะโอนเข้า ชื่อบริษัท เท่านั้น ไม่มีการโอนเป็นชื่อ Sales นะครับ

** โทรหา Sales บอกว่ามาจาก 9carthai ของแถมพิเศษ ครับ

*** *** พี่ๆที่ Comment รบกวนช่วย ทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น